กาลศิลป์ในกาฬสินธุ์

กาฬสินธุ์เมืองเล็กๆ เมืองเงียบๆ เมืองที่นักท่องเที่ยวไม่ใคร่ให้ความสนใจหรือแทบไม่รู้จักด้วยซ้ำว่ามีอะไรให้ไปเยี่ยมชม แต่เชื่อไหมกาฬสินธุ์มีเรื่องมากมายให้เราค้นหา เริ่มตั้งแต่เป็นแหล่งผลิตกุ้งก้ามกรามน้ำจืด เป็นแหล่งธรรมมะ เป็นแหล่งอารยวิถี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ใครหลายคนหลงรักกาฬสินธุ์ได้ไม่ยาก หนึ่งในนั้นมีผมรวมอยู่ด้วย และได้นำมาเขียนลงใน khobjaithailand เมื่อไม่นานมานี้หลายเรื่องหลายตอน ล่าสุดหลังจากทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าไปส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยว โดยมีแนวความคิดเกี่ยวกับ “Dino เมืองศิลป์ถิ่นอาร์ต” จึงพบว่ากาฬสินธุ์เป็นเมืองที่มากไปด้วยงานศิลปะ มากไปด้วยศิลปิน ศิลปินในที่นี้หมายรวมถึงผู้ผลิตงานศิลปะในรูปแบบงานจิตกรรม ประติมากรรม สื่อผสม นักร้องนักดนตรี และงานหัตถกรรมพื้นบ้าน 

นักร้องนักดนตรีที่โด่งดังเป็นที่รู้จักคือ คุณเสือ ธนพล, พยัต ภูวิชัย, อี๊ด โปงลาง, แพรวา จี้จี้ฯลฯ นอกจากนักร้อง นักดนตรี ยังมีศิลปินที่มีมีชื่อเสียงในสายธารงานศิลปะอีกหลายคนซึ่งได้สัมภาษณ์พูดคุยกันอย่างสนุกสนานเพราะแต่ละคนมีแนวความคิดดิบเดิมเป็นของตัวเอง มีอุดมคติส่วนตนชัดเจน ศิลปินเหล่านี้คือคุณภัฏ พลชัย, คุณเจษฎา คงสมมาศ, คุณสุรเดช วัฒนประดิษฐชัย, คุณสิริรัตน์ฎา น้อยวิชัย ส่วนท่านสุดท้ายที่มิอาจก้าวข้ามเพราะเป็นศิลปินแห่งชาติที่คนกาฬสินธุ์ภาคภูมิใจค้อมเคารพคือคุณคำสอน สระทองหรือที่คนติดปากเรียก “แม่ คำสอน” กันทั้งเมือง ลองไปดูงานและแนวความคิดของแต่ละท่านกันครับ (ไม่ขอพูดถึงรายละเอียดรางวัลที่ได้รับในอดีตนะครับเพราะแต่ละคนผ่านการรับรางวัลระดับชาติมาแล้ว เดี๋ยวจะยืดเยื้อ)







คุณภัฏ พลชัย หรืออาจารย์เล็กเป็นคนกาฬสินธุ์ อาศัยอยู่และเติบโตในเมืองกาฬสินธุ์ มีบ้างที่ห่างหายไปจากบ้านเกิดอันเนื่องมาจากต้องไปศึกษาที่มหาสารคาม ไปเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากร กรุงเทพฯ หลังจากนั้นก็แบกรางวัลระดับชาติกลับมาที่บ้าน ตั้งหลักปักฐานผลิตงานศิลปะในแนวทางประติมากรรมและปฏิมากรรมมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่างานที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นงานเหมือนจริงซึ่งเป็นงานว่าจ้างแต่แท้ที่จริงอาจารย์เล็กรักงานเสียดสีและสะท้อนสังคมในสไตล์เหนือจริงมากกว่า ล่าสุดอาจารย์เล็กปั้นงานชิ้นหนึ่ง เป็นชิ้นที่ยังไม่เปิดเผย เป็นงานที่มีขนาดใหญ่ ที่สำคัญมีเพื่อนศิลปินบางคนแสดงทัศนคติพร้อมกับบทสรุปว่างานอาจารย์เล็กชิ้นนี้เป็นงานประติมากรรมที่ควรได้รับรางวัลศิลปกรรมแห่งชาติ ดังนั้นเราจึงต้องรอ คอย คอยให้งานชิ้นนี้ออกสู่สังคมในวงกว้างครับ (อยากลงรูปมากแต่อย่าเลย มันเสียมารยาท)



อาจารย์เจษฎา คงสมมาศเป็นอาจารย์ที่ประสบความสำเร็จทั้งในแง่การศึกษาและเรื่องงาน การที่เขาพเนจรจากบ้านเกิดไปเรียนต่างจังหวัด (แบบขัดใจพ่อ) จากนั้นข้ามน้ำข้ามทะเลไปต่างประเทศ ไปหาประสบการณ์และผลิตงานงามในแบบเหนือจริง ได้แสดงงานในแกลเลอรี่ชื่อดังที่ต่างประเทศ มีการสัมภาษณ์ลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ กระทั่งงานแสดงถูกจับจองและซื้อหาจากนักสะสมจนหมด ตอนแรกเรารู้สึกแปลกใจว่าทำไมคนสะสมงานศิลปะในหลายประเทศยังต้องการงานของอาจารย์เจษจวบจนทุกวันนี้ แต่เมื่อได้พบได้สัมผัสก็กระจ่างเห็นทางศิลปะอันงดงามนั้น



 

ก่อนหน้านี้งานของอาจารย์เจษเป็นงานในทางมืด เหมือนหนังสั้นฟิล์มนัว (อะไรประมาณนั้น) แต่ด้วยวันเวลาที่บ่มเพาะงานของเขาคลี่คลายไปในทางสดใส สวยงาม น่าจับต้อง บ่างคนบอกว่าหวานดี วันนี้อาจารย์เจษคืนถิ่นกลับมาอยู่กาฬสินธุ์แบบลงหลักปักฐาน ที่สำคัญเขาเปิดแกลเลอรี่แสดงงาน เป็นงานของตัวเองส่วนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เป็นงานของศิลปินที่เขาซื้อมา รวมถึงงานศิลปะนิพนธ์ของเด็กๆ ในกาฬสินธุ์ แกลเลอรี่ดังกล่าวเปิดแล้วและกำลังขยายอยู่ในพื้นที่เดียวกับบริษัทมิตซูบิชิ ใกล้บิ๊กซี

(ใครได้พูดคุยกับอาจารย์จะรู้ว่าชีวิตนี้สนุกนัก ด้วยความรักในงานศิลปะจึงก้าวไกลได้ขนาดนี้ มีโอกาสลองหาโอกาสนะครับ ลองให้อาจารย์เล่าเรื่องภาพวาดไปอยู่ในตู้คอนเทรนเนอร์เดียวกับยาเสพติดให้ฟัง สนุกครับ)



อาจารย์สุรเดช วัฒนาประดิษฐชัยในบรรดาศิลปินผู้ผลิตงานศิลปะในกาฬสินธุ์อาจารย์สุรเดชดูเงียบขรึมและครุ่นคิดอยู่กับงานมากที่สุด(ในสายตาผู้มาเยือน) อาจเป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับคนแปลกหน้าหรือว่าเขาเป็นของเขาแบบนั้นก็มิอาจทราบ อาจารย์สุรเดชเป็นเด็กกาฬสินธุ์ที่ไปร่ำเรียนในรั้วศิลปกร เขาเลือกเรียนศิลปะไทย เลือกทั้งๆ ที่บอกตัวเองว่าไม่ใช่ และไม่ชอบ แต่ก็เป็นเรื่องแปลกที่เขาไม่ย้ายสาขาหลังจากเรียนผ่านไปในช่วงต้นกลับดั้นด้นค้นหาหนทางศิลปะไทยกระทั่งจบ





งานของอาจารย์สุรเดชน่าสนใจตรงที่มีความหลากหลายมาก หลากหลายในที่นี้คือเขานิยมคิดหาวิธีการใหม่ อาจเรียกว่าเทคนิคผสมก็ว่าได้ แต่ที่เห็นว่าเนื้องานยังมีตัวตนเด่นชัดคืองานศิลปะไทยที่สอดแทรกอยู่ อยู่ในทุกๆ อณูของงาน (ไหนว่าไม่ชอบงานไทยไงอาจารย์) ว่าแต่เขารู้หรือไม่ว่างานไทยประยุกต์แบบนี้เหมาะกับเขามาก แม้ว่าตัวเขาเองจะดูเครียดๆ แต่งานที่ปรากฏถือว่ากลมกล่อม อร่อยดี มีสีสันและเรื่องราวแฝงอยู่เยอะครับ 







สิริรัตน์ฎา น้อยวิชัย อีกหนึ่งศิลปินถิ่นไดโนเสาร์ เป็นน้องนุชสุดท้องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่างานของเธอน่าพิสมัย น่าจับต้อง เนื้องานไม่ได้ลึบลับซับซ้อนเหมือนอาจารย์ทั้งสามท่านที่กล่าวถึง งานของเธอใช้สีอะครายลิคเรียบง่ายมีสไตล์เฉพาะตัว เธอชอบเขียนผู้หญิง เขียนผู้หญิงอีสานในผ้าซิ่นสีสวย บางรูปเป็นนู้ด บางรูปเป็นวิถีนิยม แต่ทั้งหมดนั้นมีที่มามีที่ไป น่าสนใจตรงที่เธอมีแนวความคิดนำเสนอความงามในกลิ่นอีสาน ส่วนที่โดดเด่นนอกจากรูปแบบและแนวความคิดคงเป็นการเสริมฝันและแต่งแต้มจินตนาการลงไปในเนื้องาน หวานบ้าง ลึกลับบ้าง อาจมีบางภาพอ้างว้างอยู่ในที 

สำหรับท่านสุดท้ายในสายกาฬสินธุ์ไม่กล่าวถึงไม่ได้เพราะท่านเป็นศิลปินแห่งชาติ เป็นศิลปินที่คนกาฬสินธุ์และคนไทยทั้งประเทศนิยมชมชอบให้ความเคารพนับถือนั่นคือแม่คำสอน สระทอง ศิลปินสาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ผ้าทอ)







แม่คำสอนเป็นหญิงงามนามภูไทสืบเชื้อสายงานทอผ้ามาแต่ปู่ย่าตายาย แต่น่าประหลาดใจที่ไม่ได้เรียนทอผ้า ไม่ได้ใส่ใจงานผ้าทอ ต่อเมื่อถึงเวลาก็หยิบจับขยับกี่ ทอผ้าเองตั้งแต่อายุ 13 ปี เมื่อเวลาผันผ่านประสบการณ์มากมีผ้าหลากสีมากลายก็ผุดออกมาจากสมองอันชาญฉลาด สั่งสมบ่มเพาะกระทั่งถูกค้อมคำนับให้เป็นครู ให้เป็นแม่ แม่แห่งวงการทอผ้าเบี่ยงอันงดงามที่สุดแห่งหนึ่งบนแผ่นดินสยามนี้  

จะเห็นว่าศิลปินที่กล่าวมานั้นเป็นคนคุณภาพ เป็นประชาชนคนกาฬสินธุ์ที่สร้างชื่อเสียงให้กาฬสินธุ์และประเทศชาติ ความจริงศิลปินฝีมือดีและสร้างชื่อเสียงให้กาฬสินธุ์ยังมีอีกจำนวนหนึ่ง แต่ทั้ง 5 ท่านเป็นศิลปินที่ใช้ชีวิตอยู่ในกาฬสินธุ์ อุทิศงานให้เมืองกาฬสินธุ์แผ่นดินเกิด ในฐานะผู้มาเยือนขอค้อมเคารพนบนับถือในความตั้งใจ ในความงามของเนื้องานนั้นๆ สุดท้ายได้แต่อิจฉาคนกาฬสินธุ์ถิ่นไดโนเสาร์ที่ได้เติบใหญ่อยู่ใต้ร่มเงาผู้มากฝีมือ หวังว่าอาจารย์อันเป็นที่เคารพรักจะผลิตงานและส่งเสริมให้ศิลปะศิลปินเมืองดินดำน้ำชุ่มแห่งนี้เจริญก้าวหน้าลุล่วงต่อไปครับ

ส่วนงานศิลปะที่ปรากฎอยู่ในเมืองยังมีงานจากคนนอกที่น่าสนใจมากอีกงานหนึ่ง คืองานกราฟิตี้บริเวณหน้าโรงหนังหลักเมืองโรงภาพยนตร์เก่าแก่ที่รกร้างมานมนานให้เกิดสีสันขึ้นมาอีกครั้ง เป็นงานน่ารักๆ แต่มากด้วยฝีมือจากคุณเดเอล ฮอร์แกนหรือที่รู้จัดกันตามลายเซ็นคือBigDel





เดลเป็นมนุษย์กราฟิตี้ อยู่กับงานกราฟิตี้มาครึ่งค่อนชีวิต ศึกษาและผลิตงานกราฟิตี้มาต่อเนื่อง มีการแลกเปลี่ยนแนวความคิดที่มีชื่อเสียงของโลกหลายคน หากกล่าวว่าเดลเกิดมาเพื่อกราฟิตี้คงไม่ผิด ล่าสุดเดลถูกเชิญให้มาวาดลวดลายปลายสีสเปรย์ที่กาฬสินธุ์บริเวณโรงภาพยนต์เก่าแก่และบริเวณใกล้เคียงกระทั่งกลายเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนคนทั่วไป แม้ตอนสร้างงาน (ยังไม่เสร็จ) มีคนมายืนต่อแถวถ่ายภาพหรือเซลลฟี่กันแล้ว





จากเรื่องราวข้างต้นจะเห็นว่า “กาลศิลป์ในกาฬสินธุ์” หรือกาฬสินธุ์ถิ่นไดโนเสาร์เป็นเมืองศิลปะที่น่ามาเที่ยว น่ามาเยี่ยมเยือน ที่สำคัญศิลปินในเมืองกาฬสินธุ์ที่ออกไปหาประสบการณ์ยังมีอีกมาก ไม่แน่นัก อีกหนึ่งวัน หนึ่งเดือน หนึ่งปี พวกเขาเหล่านั้นอาจแบกฟืนฝันกลับมายังท้องถิ่นแล้วจับมือกันสร้างงานกลุ่ม จัดแสดงให้คนทั้งโลกรู้ว่าศิลปินเมืองนี้มีดีอะไร อย่างไร ซึ่งผมเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง ที่เชื่อเช่นนั้นเพราะงาน Dino เมืองศิลป์ถิ่นอาร์ต เป็นตัวจุดประกาย ทั้งยังมีศิลปินที่กล่าวถึงสร้างฐานสานต่อ ส่วนประชาชนคนรุ่นแม่รุ่นพ่อรวมถึงรุ่นลูกรุ่นหลานที่เห็นดีเห็นงามย่อมสืบสานตำนานศิลป์ต่อไป





ในวันนี้ นาทีนี้ มีคนก้าวเท้าเข้าไปเยือนเมืองกาฬสินธุ์เป็นระยะ ทั้งนี้อาจไม่หมายไปเสพงานศิลปะแต่เพียงอย่างเดียว หากเขายังสนใจท่องเที่ยวไปตามแหล่งโบราณคดี เยี่ยมเยือนวิถีชีวิต เพ่งพิศธรรมชาติอันพิสุทธิ์ ครั้นคนต่างถิ่นอย่างเราชาว khobjaithailand ได้เห็นและสัมผัสด้วยตัวเองก็พลอยปลาบปลื้มไปกับคนกาฬสินธุ์ด้วย แม้กาฬสินธุ์ไม่ใช่เมืองหลัก เป็นแค่เมืองรองแต่มีของพอจะอวดแขกบ้านแขกเมืองได้ สุดท้ายอยากบอกว่าใครไม่เคยไปน่าหาโอกาสไป ใครอยากไปให้รีบไป ไปเพื่อสนองหัวใจตัวเอง พร้อมกันนี้จะได้นำเรื่องราวดีๆ ออกมาบอกกล่าวเล่าขานให้ฟังว่ากาฬสินธุ์ที่ผมพูดถึงนั้นงามอย่างที่ผมพูดหรือเปล่า





เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ กระซิบนิดนึงว่านอกจากสิ่งที่กล่าวมาแต่ข้างต้นทั้งหมดนั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงศึกษาที่สำคัญมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์สิรินธร (ไดโนเสาร์) วัดกลาง วัดอุดมประชาราษฎร์ ไปชมอาทิตย์ขึ้นและตกที่สะพานเทพสุดา แล้วอย่าลืมไปดูเขาจับกุ้งก้ามกรามในเขื่อนลำปาวด้วยเด้อ (หนาวนี้กุ้งเพียบ)

เที่ยวกาฬสินธุ์ถิ่นไดโนเสาร์ ผสมผสานงานศิลป์ สัมผัสกลิ่นวิถีชีวิตและธรรมชาติ ขอให้มีความสุขกับเมืองนี้ ที่นี่กาฬสินธุ์ กาลศิลป์ในกาฬสินธุ์ครับ