โลกวันวานกับตำนานวัดร้องแง
สถาปัตยกรรมกว่า 
200 ปีกับม่านประเพณีของชาวไทลื้อบนแผ่นดินสยาม

การเดินทางไปแอ่วเมืองปัว จ.น่าน คราวนี้ได้เข้าไปสัมผัสวิหารแบบไทลื้อและประเพณีดีงามที่สืบสานมาแต่โบราณ ประเพณีนี้คืองานบุญเทศมหาชาติ แสดงธรรม “เวสสันดรชาดก” ซึ่งเป็นเรื่องราวของพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ โดยแสดงไว้เป็นคาถาภาษาบาลี นับได้ 1,000 คาถา จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “คาถาพัน” งานนี้มีการถวาย “ดอกไม้พันดวง” ซึ่งเรามีโอกาสได้เห็นในทุกวิธีการในทุกพิธีกรรมภายในเวลา 2 วัน 1 คืน 


วิหารวัดร้องแงยามค่ำ

ก่อนเข้าไปถึงเรื่องดอกไม้พันดวงขอบอกว่าวิหารวัดร้องแงเป็นวิหารเก่าแก่ที่งดงามมาก และวัดร้องแงก็ได้รางวัลสำคัญมากครอบครอง รางวัลอาคารอณุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทปูชณียสถานวัดวาอาราม จากสมาคมสถาปนิกสยามใช่จะได้มาง่ายๆ เพราะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ วัดร้องแงถือเป็นหนึ่งในความอัศจรรย์ของชาวไทลื้อที่คิดค้นและทิ้งร่องรอยการสร้างสรรค์เกี่ยวกับพุทธศาสนาเอาไว้ให้กราบไหว้และชื่นชม เริ่มตั้งแต่วิหาร ภาพจิตกรรมฝาผนัง พระพุทธรูป ธรรมมาสน์ และประเพณีถวายดอกไม้พันดวง ด้วยการสรรค์สร้างสิ่งที่สืบมาแต่บรรพบุรุษจึงทำให้วิหารวัดร้องแงได้รับรางวัลดังกล่าว

ชาวไทลื้อแห่ง อ.ปัว จ.น่าน อพยพถอยร่นลงมาจากสิบสองปันนาเข้ามาอยู่บนแผ่นดินสยามหลายร้อยปี สิ่งที่ยืนยันและพิสูจน์ทราบคือโบราณสถานโบราณวัตถุ เช่น ธรรมมาสน์ไม้อายุ 200  กว่าปีภายในวิหารวัดร้องแง และม่านประเพณี ลองมาดูกันว่าวิหาร จิตกรรมฝาผนัง และประเพณีถวายดอกไม้พันดวงนั้นมีความงดงามและสำคัญมากน้อยอย่างไร

วิหาร
วัดร้องแงเป็นวัดโบราณของอำเภอปัว มีวิหารเก่าแก่และงดงามด้วยวิหารศิลปะแบบไทยลื้อ โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดเก่าแก่ของเมืองน่าน รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นแบบพื้นถิ่น สกุลช่างน่าน สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นฝีมือของช่างหลวง วิหารมีลักษณะหลังคาซ้อน 3 ชั้น 2 ตับ สร้างขื่อแปในรูปแบบ “ม้าต่างไหม” คือวางขื่อแปไว้บนเสาทั้ง 2 ข้าง ไม่มีเสาตรงกลาง หลังคามุงด้วยแป้นเกล็ด ลักษณะเด่นคือการประดับตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเป็นลวดลายพรรณพฤกษาที่หน้าจั่ว และทวยรับหลังคาเป็นทวยหูช้างสลักรูปเทวดา ยักษ์ และมนุษย์ ภายในวิหารมีเสากลมปิดทองบนพื้นสีแดงและมีศาสนวัตถุที่ทรงคุณค่าหลายอย่าง เช่น   พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ชื่อ  “ศรีสวัสดี สิริวิสุทธะ วิวะมังคะละ สวัสสะติ อะภิวันทะนบ พระรัตนะ โอกาสะมะสะดู” (พระประธานองค์เดิมมีขนาดเล็ก ซ่อนอยู่ด้านหลังพระประธานองค์ปัจจุบัน)

จิตรกรรมฝาผนังเป็นงานช่างพื้นบ้านเล่าเรื่องราวพุทธชาดก ฝีมือเรียบง่ายแต่งดงาม เขียนเต็มผนังทั้งสี่ด้าน รวมถึงด้านหลังพระประธานก็มีจิตกรรมซ่อนอยู่ด้วย




พระประธานในวิหารวัดร้องแง ด้านหลังมีพระประธานองค์เดิมซ่อนอยู่ รวมถึงจิตรกรรมฝาผนังด้วย


ธรรมมาสน์ไม้แกะสลัก อายุกว่า 200 ปี


หน้าบันสลักลวดลายพรรณพฤกษา


ประเพณีถวายดอกไม้พันดวง
การถวายดอกไม้พันดวง ข้าวพันก้อน จัดให้มีขึ้นในช่วงวันลอยกระทง จัดช่วงงานบุญเทศน์มหาชาติ ก่อน “วันเกี๋ยงเป็ง” หรือก่อนวันเพ็ญเดือนหนึ่ง 1 วัน กิจกรรมแรกที่เราเข้ามาพบคือบรรดาแม่อุ๊ยกำลังช่วยกันทำ “แต๊ะ” หรือ “แปงแต๊ะ” กันอย่างสนุกสนาน






ดอกไม้พันดวง

 “แปงเต๊ะ” เป็นการรวบรวมดอกไม้หลากสีหลากพันธุ์ใส่ลงไปในจักสานไม้ไผ่คล้ายตะแกรง มีรูปทรงสี่เหลี่ยมบ้าง รูปดาวบ้าง วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมดหาได้ในถิ่นนี้ ไม่ต้องไม่ซื้อหาให้เปลืองเงิน เสร็จแล้วก็เอาไปถวายพระในวิหาร โดยมีพิธีกรรมคล้ายๆ การสวดปลุกเสก จากนั้นนำแปงเต๊ะแขวนบนขื่อภายในวิหาร แขวนทิ้งไว้ตลอดทั้งปี ทิ้งไว้จนดอกไม้แห้งกลายเป็นบุหงารำไป ส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งวิหาร เป็นอันเสร็จพิธีกรรมแรก






ดอกไม้พันดวงภายในวิหาร






ชาวไทลื้อร่วมงานบุญประเพณีภายในวิหาร


พิธีกรรมต่อมาเริ่มในช่วงก่อนรุ่งสาง ชาวบ้านจะมาหุงข้าวนึ่งหรือข้าวเหนียว ปั้นข้าวเป็นก้อนกลมๆ ให้ครบ 1,000 ก้อนแล้วนำไปถวายพระ ส่วนตอนค่ำมีการจุดหรือเผา “สีสาย” ซึ่งเป็นเส้นด้ายยาวเท่าตัวคน เป็นเส้นด้ายดิบสีขาวทำขึ้นเพื่อการสะเดาะเคราะห์ของคนทั้งบ้าน รวมทั้งสัตว์เลี้ยงภายในบ้านด้วย






ข้าวพันก้อน

สุดท้ายคือการถวายต้นผ้าป่า เรื่องถวายผ้าป่ามีเรื่องน่าสนใจอยู่อย่างหนึ่ง คือพระที่มารับผ้าป่าต้องจำวัดไป 1 ปีเต็ม (ต่อจากนี้) ไม่สามารถสึกได้ ตลอดพิธีกรรมทั้งสองวันจะมีพระสงฆ์เทศมหาชาติเวสสันดรชาดกเป็นระยะๆ กระทั่งครบ 13 กัณฑ์


ทางเข้าวัดประดับตุงหลากสี


นอกจากวิหาร ภายในวัดยังมีหอพระ ประดิษฐานพระพุทธรูปและจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัยสีสันสดใสน่าดูชม



การมาเยือนวัดร้องแง  2 วัน 1 คืนนั้นมีคุณณค่ามาก ได้เห็นประเพณีดีงามที่ไม่เคยคุ้น ได้สัมผัสวิหารและภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงามในแบบไทลื้อ ที่สำคัญได้เห็นภาพผู้คนมาร่วมมือร่วมใจกันโดยพร้อมเพียง แบบทำด้วยใจจริงๆ งานถวายดอกไม้พันดวงของชาวไทลื้อเป็นประเพณีเล็กๆ เล็กแต่อบอุ่น ใครมาเที่ยวเมืองปัว แม้มาไม่ตรงวันงานประเพณีถวายดอกไม้พันดวงก็สามารถเข้ามาเที่ยวชมวิหารได้ตามสะดวก และทั้งหมดนี้คืองานถวายดอกไม้พันดวง วัดร้องแง เมืองปัว จ.น่าน

 
อนุสาวรีย์ (หอเจ้าหลวง ) เทพญาเลนช้างเผือกงาเขียว ผู้นำชาวไทลื้อถอยร่นลงมาจากสิบสองปันนา