น้ำตกปลาบ่า-พรรณพฤกษาภูหลวง
เดินตามฝันวันต้นหนาว 
5 วัน 4 คืน ตอน 5

จากลา “นาท่อนแคมป์วิว” ยามสาย ย้อนกลับไปบนเส้นทางสายเดิมคือนาแห้ว-ด่านซ้าย (ทางหลวงหมายเลข 2113) ระหว่างทางยังมีสายหมอกปกคลุมหมู่บ้าน ป่าเขา และถนนกระจายเป็นหย่อมๆ ทั้งด้านซ้ายและขวา จุดที่แวะพักจุดแรกคือถนนช่วงเก้าง้อมซึ่งเป็นถนนคดโค้งสูงชัน มีลักษณะคล้ายเลข 9 บริเวณนี้เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่ดีจุดหนึ่ง เมื่อมองย้อนกลับไปทาง อ.นาแห้ว จะเห็นขุนเขาเรียงรายไกลสุดตา เป็นขุนเขาในฝั่งไทยและทอดยาวไปฝั่งลาว ความจริงเราต้องมาเช้ากว่านี้ มาเร็วกว่านี้ เพราะจะพบทะเลหมอกปกคลุมภูเก้าง้อมเหมือนที่ “โชค ฅ.สร้างภาพ” เคยบันทึกภาพไว้เมื่อเดือนที่แล้ว

สายหมอกระหว่างทางในเขต อ.นาแห้ว



ทวทัศน์จากจุดชมวิวภูเก้าง้อม



ถนนเก้าง้อม


จากนาแห้วเราแวะกินข้าวเที่ยงกันที่ตลาดด่านซ้าย จากนั้นออกเดินทางผ่าน อ.ภูเรือ สู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ภูที่ถูกจัดให้เป็นอาณาจักรพันธุ์ไม้ป่าของไทย ภูขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสรรพชีวิต ภูที่ผมและเพื่อนช่างภาพจาก khobjaithailand นำมาพูดถึงอยู่บ่อยๆ

หลังจากแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนมาแล้ว 2-3 เข็ม ผมกับโชคจอดรถทิ้งไว้ที่ด่านแล้วกระโดดขึ้นรถคุณนเรศ เจ้าหน้าที่ป่าไม้มือดีที่คุ้นเคยกัน ระหว่างทางได้พูดคุยหลายเรื่อง ตั้งแต่เรื่องช้างยันเรื่องเฟิร์น พอถึงหน่วยโคกนกกระบา ผมกับโชคแบกกล้องเข้าป่าไปตามเส้นทางแสนสวยคือลานสุริยัน ลานที่ทุกคนไปได้ เดินได้ ชื่นชมได้ เพราะเป็นลานดอกไม้ป่าที่ผลิดดอกออกใบให้เราได้ชื่นชมกันตลอดทั้งปี ทางเดินก็เรียบง่ายเป็นทางทรายบนผืนภู แนะนำนิดนึงว่าควรเดินกับเจ้าหน้าที่ คือเจ้าหน้าที่จะชี้เป้า หมายความว่าเขารู้ว่าดอกไม้เด็ดๆ อยู่ตรงไหน ที่สำคัญเดินเองอาจหลงได้ง่ายครับ

ภูหลวง

ป้ายนิเทศน์บอกเส้นทางบนภูหลวง




เอื้องมะลิ



ไหล่สะพายกล้อง ตาจ้องมวลแมกไม้ ไม่นานก็ได้พบ เริ่มตั้งแต่กล้วยไม้ เช่น เอื้องมะลิ เอื้องกระเจี้ยง เอื้องน้ำต้น เอื้องสำเภางาม ส่วนสิงโตขนตาพรายที่ผมชอบกำลังเป็นดอกตูมเต็มไปหมด (พอๆ กับกุหลาบแดง) ถ้ามาเดือนหน้าธันวาคมมันจะเบ่งบานต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาเดินโต้ลมหนาวในราวป่า ถึงตอนนั้นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้นกุหลาบแดง 

Eria carinata Lindl.


ว่านไก่แดง



เฟิร์นพบมากมายหลายชนิด

ข้าวตอกฤาษี พืชคลุมดินที่บ่งชี้ความอุดมของผืนป่า


นอกจากกล้วยไม้ดังกล่าวยังพบดอกไม้อื่นๆ อีกมากมาย เช่น ว่านไก่แดง เฟิร์นหลากชนิด รวมถึงไม้คลุมดิน “ข้าวตอกฤาษี” ความจริงผมพบดอกไม้จำนวนมากแต่ไม่รู้ชื่อ กลับมาเปิดตำราพบแค่บางชนิด ไม่พบทั้งหมด บางชนิดไม่มีชื่อพื้นเมืองมีแต่ชื่อวงศ์สกุลภาษาอังกฤษ เอาเป็นว่าภาพที่ลงให้ชมหากไม่มีชื่ออย่าว่ากันนะครับ (อยากให้คนที่มีความรู้เรื่องนี้โดยตรงเข้ามาบอกหน่อยจะขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง)

กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์

กล้วยไม้เอื้องสำเภางาม

กล้วยไม้เอื้องกระเจี้ยง

กล้วยไม้สิงโตก้ามปู

กล้วยไม้เอื้องน้ำต้น

กล้วยไม้สิงโตนิพนธ์

จุดชมทิวทัศน์ผาเยือง


เราใช้เวลาในลานสุริยันไปกว่า 3 ชั่วโมง หลังนั่งพักกันสักครู่ก็ลาจาก จากแบบมีสัญญาใจว่าจะย้อนกลับมาใหม่ในเดือนหน้า เดือนธันวามคมเลยเรื่อยไปถึงหน้าแล้งถือเป็นช่วงที่ดอกไม้บนภูหลวงเบ่งบานมากที่สุดรวมถึงใบเมเปิ้ลแสนเสน่ห์ก็เปลี่ยนสีในช่วงธันวามคมหรือต้นมกราคมครับ

จากภูหลวง รถแล่นย้อนแสงตะวันมาที่ อ.ภูเรือ ก่อนอาทตย์จะลาลับเราแวะไปที่น้ำตกปลาบ่า น้ำตกแสนสวยอีกแห่งหนึ่งของเมืองเลยที่ไปง่ายมาง่าย จอดรถไว้แล้วเดินเท้าเพียง 100 เมตรก็ถึงธารน้ำแล้ว









น้ำตกปลาบ่า

น้ำตกปลาบ่าแบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกเป็นธารน้ำกว้าง ภายในธารมีโตรกหินลดหลั่นเป็นเชิงชั้น ริมลำธารมีศาลาไม้ในสวนไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อน ส่วนช่วงที่สองต้องเดินลงบันไดเพื่อไปพบผาน้ำตก สายน้ำจากธารช่วงแรกจะถาโถมลงมาตรงจุดนี้ นับเป็นน้ำตกที่มีความงามไม่น้อย ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องแวะมาบันทึกภาพเสมอ

หลังบันทึกภาพน้ำตกเสร็จเป็นช่วงเดียวกับตะวันลาแสง ขณะขับรถเข้าสู่ตัว อ.ภูเรือ จึงได้ภาพฟ้างามกลับมาเก็บไว้ในอัลบั้มเก็บไว้ในความทรงจำ

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือการเดินตามฝันวันต้นหนาวในตอนที่ 5 ส่วนตอนหน้าเป็นตอนสุดท้ายของทริปนี้ ตอนจบเราเลือกภูเรือเป็นที่ร่ำลา โปรดติดตามครับ