ตาดใหญ่ในแคนยอน
เดินตามฝันวันต้นหนาว 5 วัน 4  คืน ตอน 2

ผมกับโชคออกจากป่าสนกลางเมือง มุ่งตรงมาที่บ้านโคกมน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ จากถนนลาดยางสายใหญ่เปลี่ยนมาใช้ถนนสายเล็ก และเริ่มแคบเล็กลงเรื่อยๆ กระทั่งมาถึงจุดหมายแรกคือบริเวณด้านบนของน้ำตกตาดใหญ่ นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเล่นน้ำอยู่ในลำธาร อีกจำนวนหนึ่งขึ้นรถไถที่ดัดแปลงให้มีที่นั่ง มุ่งหน้าเข้าป่าทางทิศตะวันตก โดยมี “คุณหลัด” เป็นผู้ขับและเป็นไกด์นำเที่ยว คุณหลัดเป็นชาวบ้านผู้ดูแลแหล่งท่องเที่ยวบริเวณนี้เขาจึงรับหน้าที่หลายอย่างเริ่มจากดูแลพื้นที่ เก็บกวาดทำความสะอาด และที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุดคือเป็นผู้นำเดินลงไปสู่หุบเหวตาดใหญ่ ต้องอาศัยความชำนาญและต้องรับผิดชอบชีวิตนักท่องเที่ยวด้วย

น้ำตกตาดใหญ่ มุมมองจากด้านบน

ภาพแรกที่เราเห็นเมื่อไปถึงปลายทางคือหน้าผาหลากสีขนาดใหญ่ทอดตัวตัดกับเส้นขอบฟ้า เป็นหน้าผาที่แสนงามโดยเฉพาะตรงกลางค่อนมาทางซ้ายมีสายน้ำใสรินไหลผ่านหินผาลงไปสู่หุบเหวเบื้องล่าง ตรงจุดนี้ถือเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของน้ำตกตาดใหญ่ ได้เห็นทั้งตัวน้ำตก ผาหิน ผืนป่า ซึ่งหุบตรงนี้เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างป่าชุมชนคนน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ กับ ผืนป่าและทุ่งหญ้าในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จ.ขอนแก่น 

หน้าผาเหยียดยาว ด้านหลังเขตภูผาม่าน จ.ขอนแก่น  ด้านหน้า (ตัวน้ำตก) เขตน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์





หากร่าบกายไม่แข็งแรงหรือไม่แน่ใจตัวเองอย่าเสี่ยงลงไป ข้างบนก็สวยเกินพอ


ตอนที่มาถึง เวลาล่วงเลยไปช่วงบ่ายแก่ๆ นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งเสพสัมผัสทิวทัศน์กันตรงนี้ ส่วนเราสามคน (ผม โชค และหลัด) มุ่งสู่หุบเหวเบื้องล่าง เส้นทางที่ลงไปนั้นลำบากมากพอสมควร ต้องเดินเท้าลงไปกว่า 200 เมตร เป็นการเดินแบบเกาะเชือกโดยตลอด ห้ามปล่อยโดยเด็ดขาดเพราะอาจหมายถึงชีวิต ช่วงแรกเดินลงไปบันไดแบบสูงชัน 90 องศา จากนั้นเกาะเชือกผ่านป่าและผาหินกระทั่งลงไปถึงด้านล่าง หากถามว่า “กลัวไหม” บอกเลยว่า “กลัว” แต่ถ้าถามต่อว่า “คุ้มค่าไหม” ต้องตอบว่า “คุ้มสุดๆ ครับ”






ตาดใหญ่ในหุบเหว

ในหุบเหวมองเห็นสายน้ำรินไหลลดหลั่นลงมาจากฟากฟ้า ไหลลงมาตามผาหินสูงชัน ตกลงมาสู่แอ่งกว้าง แล้วรินไหลผ่านโตรกหินหายลับไปกับแนวไพร แค่ได้เห็นก็สุขใจ แค่ได้ไปสัมผัสถือว่าสุดคุ้มค่า ที่สำคัญ รู้สึกภูมิใจที่แผ่นดินไทยมีสถานที่งดงามและทรงคุณค่าแบบนี้

ขณะถ่ายภาพน้ำตกตาดใหญ่ตะวันเริ่มเคลื่อนเลื่อนต่ำลง เราอยู่ที่นี่ได้เพียงครู่ ต้องรีบเอาตัวขึ้นมาจากหุบผาก่อนค่ำ ขาขึ้นเหนื่อยหน่อยแต่ไม่รู้สึกอันตรายเหมือนขาลง แต่ไม่วายส่งเสียงหอบเป็นระยะ พอขึ้นมาถึงด้านบน แสงสีทองของตะวันเริ่มหายไปแล้ว 


ภูผาจิต

เราจากลาคุณหลัดกับน้ำตกตาดใหญ่ออกมาบนเส้นทางสายเดิม มุ่งมาที่ไร่หมอกตะวัน ไร่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปมากางเต็นท์ซึ่งอยู่ไม่ไกล ผมถามโชคว่า “ทำไมถึงเลือกที่นี่” “โชคบอกว่า “บรรยากาศดี วิวดี อากาศดี เดี๋ยวก็เห็น”



แคนยอนในอ้อมกอดสนธยา



ราตรีประดับดาว


ตอนไปถึงฟ้าเกือบมืดสนิทแต่ยังพอมองเห็นขุนเขาทอดตัวเรียงรายไกลสุดตา ได้เห็นขอบโค้งหินผาคล้ายรูปเกือกม้า แต่ไม่เห็นสายน้ำที่ส่งเสียงบางเบาคลอเคล้าสายลม ไม่เป็นไร วันนี้ไม่เห็นไม่เป็นไร พรุ่งนี้ใช่ว่าจะสาย คืนนี้แค่ประกอบกล้องบนขาตั้ง กดชัตเตอร์บันทึกภาพผืนฟ้าเหนือป่ากว้างท่ามกลางสายลมหนาวก็สุขเกินพอ

แคนยอนน้ำหนาว 

รุ่งเช้า แสงตะวันผ่านพ้นขอบขุนเขา ทอทาบผืนป่า ฉาบฉายหินผา มองเห็นสายน้ำสองสายไหลลงหุบเหว งดงามราวภาพฝัน ไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยยังมีมุมงามแสนอัศจรรย์เช่นนี้ ต้องขอบคุณธรรมชาติที่เสกสรรความงดงามให้มวลมนุษย์ได้ชื่นชม





ขุนเขากับผืนป่าอุดม บรรยากาศยามเช้า

ช่วงสาย เราขับรถอ้อมไปอีกฝั่งหนึ่งของแคนยอนซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดโคกมน ภายในวัดมีจุดชมวิวแคนยอนในอีกจุดหนึ่ง คือมองย้อนกลับไปอีกฝั่ง เป็นฝั่งที่เราพักค้างเมื่อคืนนี้ สวยอีกมุม งามอีกแบบครับ

พระพุทธรูปปางเปิดโลก วัดโคกมน

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือการเดินทางท่องเที่ยวแบบเดินตามฝันวันต้นหนาว 5 วัน 4  คืน ในตอนที่ 2ส่วนตอนที่ 3 ยังมีสิ่งสวยงามที่ทำให้เราประทับใจอีกหลายจุด มีทั้งน้ำตก ผืนภู และได้ไปดูวิถีชาวนาบนไหล่เขา โปรดติดตามตอนต่อไปครับ

หมายเหตุ
- นักธรณีวิทยาได้ศึกษาลักษณะและคุณสมบัติของหินแคนยอนพบว่า เป็นการแข็งตัวของตะกอนที่สะสมตัวในทะเลสาบเมื่อประมาณ 200 ล้านปีก่อน มีความสูงจากพื้นราบมากกว่า 200 เมตร เกิดจากการยกตัวของชั้นหินทรายเนื่องจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ทำให้ชั้นหินเกิดการโก่งงอและแตกหักเป็นแนวยาวตามทิศทางการโก่งตัวของชั้นหินและมีการพัฒนากลายเป็นหน้าผาในที่สุด

มุมนี้มองจากวัดโคกมน