10 ภูผา สบตาภูหลวง
ความลับแห่งผืนภู ความรู้แห่งผืนป่า


นักท่องเที่ยวน้อยคนที่มีโอกาสได้ขึ้นไปยล 10 ผาบนภูหลวง ที่เป็นเช่นนั้นเพราะบางผาอยู่ใกล้ บางผาอยู่ไกล บางผาไม่เป็นที่นิยมเพราะไม่รู้จัก บางผาต้องหลงรักเพราะแค่จอดรถแล้วเดินไปแค่ 100 เมตรก็ได้พบความงามแล้ว แต่เชื่อเหอะทุกผานั้นสวยจริงสวยจัง สวยเข้าไปถึงหัวใจ พบพานเมื่อใดก็สวยเมื่อนั้น กล้าบอกได้ว่าสวยทุกฤดูกาล เรียกว่า “สวยสดงดงามไม่สร่างซา”ที่สำคัญทุกเส้นทางทั้ง 10 เป็นเส้นทางชมพรรณไม้ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย กระทั่งถูกขนานนามว่า “อาณาจักรพรรณไม้ป่า” สำหรับภูผาที่น่ายลน่าสัมผัสมีดังนี้ 1.ผากุหลาบขาว-กุหลาบแดง 2.ผาเยือง 3.ผาช้างผ่าน 4.ผาสมเด็จ 5.ผาเตลิ่น 6.ผาดูดดื่ม 7.ผากบ 8.ผารุ่งอรุณ 9.ผาโหล่นแต้ 10.ผาช่องหน้าต่าง ทั้งหมดแบ่งเป็นพื้นที่ระยะการเดินทางได้ 3 ระยะ คือระยะใกล้ กลาง และไกล

ผากุหลาบขาว-กุหลาบแดง

ผาเยือง

ผาช้างผ่าน


ก่อนเข้าไปชมผาทั้ง 10 ต้องบอกกันก่อนว่าภูหลวงเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่กว้างใหญ่ สมชื่อภูหลวง (หลวงแปลว่าใหญ่) เป็นที่อยู่อาศัยของพันธุ์ไม้หายากและสัตว์ป่าจำนวนมาก มีความบอบบางและความละเอียดอ่อน ง่ายต่อการถูกกระทบซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย ส่วนการเดินเท้าเที่ยวชมภูผามีทั้งยากและง่าย แต่ทั้งนี้เมื่อขึ้นไปถึงบนภูหลวงที่เรียกว่า “หน่วยโคกนกกระบา” (รถยนต์ขึ้นไปถึง) ต้องเดินเท้าเท่านั้น เส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางเดินที่เรียบง่าย เป็นทางทรายขาวละเอียดคล้ายผืนทรายชายหาด ยกเว้นการเดินไปโซนสามซึ่งมีทั้งเดินขึ้นเขา-ลงเขามากกว่าเส้นทางอื่นๆ ที่ควรรมัดระวังคือห้ามออกนอกเส้นทางโดนเด็ดขาดเพราะจะทำให้ไปกระทบต่อพันธุ์พืช ต้องระวังโขลงช้างซึ่งมีจำนวนมาก ต้องเดินกับเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามเดินเอง การเดินไปกับเจ้าหน้าที่มีข้อดีคือปลอดภัยและยังได้ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ระหว่างทางด้วย

ผาสมเด็จ

ผาเตลิ่น

ผาดูดดื่ม



ระยะใกล้ ประกอบด้วย 2 ผางาม (อยู่ติดกัน) เดินใกล้แค่ 100-200 นั่นคือผากุหลาบขาว-กุหลาบแดง และผาเยือง ผาทั้งสองอยู่ฝั่งตะวันออก ดังนั้นจึงเหมาะกับการมาชมตะวันลับขอบฟ้าในช่วงเย็น

ระยะกลาง ประกอบด้วย 4 ผาสวย คือผาช้างผ่าน ผาสมเด็จ ผาเตลิ่น และผาดูดดื่ม 
ผาช้างผ่านอยู่ใกล้สุด นิยมเริ่มเดินจากหน่วยโคกนกกระบาเพื่อมาชมตะวันยามเช้า จากนั้นลัดเลาะไปตามเส้นทางสู่ผาสมเด็จและผาเตลิ่น ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ไปกลับ 8 กิโลเมตร เส้นทางสายนี้เป็นอีกหนึ่งเส้นทางยอดนิยมของคนรักษ์ป่า ส่วนผาดูดดื่มอยู่ไกลออกไปต้องใช้รถเจ้าหน้าที่เข้าไปชมในบริเวณโคกเตย

ระยะไกล ประกอบด้วย 4 ผาสำคัญคือ ผากบ ผารุ่งอรุณ ผาโหล่นแต้ และผาช่องหน้าต่าง ทั้งสี่ผาอยู่ในอ้อมกอดของป่าสนขนาดใหญ่ แต่ต้องเดินทางไกล ราวๆ 14-17 กิโลเมตร ต้องพักค้างบริเวณบ้านพักโหล่นแต้ 1 คืนจึงออกเดินเท้าไปชมผาทั้งสี่ ผาทางฝั่งนี้มีดีตรงได้สัมผัสป่าสน ได้เห็นทิวทัศน์ภูหอ นับเป็น 4 ผาที่งดงามมาก แม้การเดินทางไปกลับจะยาวไกลกว่า 30 กิโลเมตร แต่คุ้มค่ามาก

ผากบ

ผารุ่งอรุณ

ผาโหล่นแต้

ผาช่องหน้าต่าง


ที่กล่าวมาทั้งหมดคือ 10 ผาน่ายลบนภูหลวง ถ้าไปให้ครบต้องใช้เวลาหลายวัน หากให้แนะนำขอแบ่งเป็นสองทริป ทริปแรก 2 วัน 1 คืนกับเส้นทางระยะใกล้และระยะกลาง ทริปที่สองเส้นทางระยะไกลต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืนครับ

นอกจาก 10 ผาน่ายล บนภูหลวงยังมีดอกไม้ กล้วยไม้ มากมายให้ชื่นชมสมชื่อ “อาณาจักรพรรณไม้ป่าของไทย” หากเป็นไปได้อย่างให้ลองมาความสัมผัสความสวยงามของภูหลวง ภูที่ใครต่อใครหลงใหลกันมามากแล้ว ซึ่งหมายรวมถึงพวกเราชาว khobjaithailand ด้วย ภูหลวงไปเที่ยวได้ทั้งปีไม่มีฤดูกาลมาแบ่งกั้น หนาวนี้ออกเดินทางกัน ขอให้มีความสุขกับ 10 ผาและพันธุ์พฤกษาบนภูหลวงครับ

เอื้องครั่งแสด


เฟิร์นพบเห็นได้ทั้งภู

หมายเหตุ
-  ภูหลวงมีบ้านพักบริเวณโคกนกกระบา ติดต่อขอเข้าพื้นที่และจองบ้านพักได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย การเดินทางใช้เส้นทางจาก อ.ภูเรือ-บ้านสานตม-ภูหลวง-โคกนกกระบา
- เนื่องจากภูหลวงเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจึงมีกฎเกณฑ์มากพอสมควร เช่น ห้ามก่อไฟหุงอาหาร แต่บริเวณโคกนกกระบามีร้านอาหารของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ สามารถสั่งอาหารได้ที่นี่ 
- การแบ่งโซนท่องเที่ยวออกเป็น 3 ระยะ (ตามบทความนี้) เป็นการแบ่งของผู้เขียนเพื่อง่ายต่อความเข้าใจและเอื้อต่อการอ่าน ไม่ได้ถูกแบ่งจากทางภูหลวง

เส้นทางจากบ้านสาตน อ.ภูเรือ ไปถูหลวง