ดอกไม้เดือนเมษา ณ ภูหลวง
เที่ยว 
4 วัน ฝัน 4 ภู ดูดาว 3 คืน (ตอนจบ) 

จากภูพระถึงวนอุทยานหริรักษ์ จากวนอุทยานหริรักษ์ถึงภูครั่ง จากภูครั่งถึงภูหลวง นี่คือการเดินทางท่องเที่ยวเมืองเลยในเดือนเมษายนที่คนทั่วไปคิดว่ามันร้อนแล้ง แต่เมษาคราวนี้กลับชุ่มเย็นด้วยสายฝนหลงฤดูทำให้ป่าเมืองเลยเขียวชรอุ่มชุ่มชื้นปลุกป่าตื่นจากหลับใหล ทั้งสามแห่งแรกคือภูพระ วนอุทยานหริรักษ์ ภูครั่งจึงหนาวเย็นราวต้นฤดูหนาว ส่วนภูหลวงที่เลือกเป็นที่สุดท้ายนั้นไม่หวั่นว่าจะเป็นฤดูไหน ภูหลวงอากาศเย็นทั้งปี ลมเย็นทั้งวัน ในบางปีฤดูร้อนคล้ายฤดูหนาว คือตกค่ำนี่หนาวสะท้านไปทั้งร่าง ส่วนคราวนี้ผมกับโชคขึ้นมาดูความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง มาดูดอกไม้บางช่อที่ชูดอกหยอกสายลมและม่านหมอก


เอื้องผึ้ง


บนหอชมวิวลานสุริยัน


กุหลาบขาว

ยามสาย “โชค” พารถส่วนตัวแล่นไปบนทางคดโค้งสูงชัน ผ่านภูสูงสองสามลูกจนขึ้นมาถึงหน่วยโคกนกกระบา ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง จอดรถไว้ ทักทายเจ้าหน้าที่ป่าไม้บางคนที่เคยคุ้น จากนั้นแบกกล้องคู่ใจไปตามทางเดินสายแคบ เป็นเส้นทางเดินสั้นๆ ประมาณ 2 กิโลเมตรกว่าๆ เส้นทางสู่ลานสุริยันเป็นทางเดินวงกลม ตลอดเส้นทางมีพันธุ์ไม้นานาตกดอกเวียนวนกันไปตลอดทั้งปี ต้องบอกว่าเส้นทางสายนี้ khobjaithailand เคยนำมาให้ชมหลายครั้ง แต่เชื่อเหอะดอกไม้รายทางบนภูหลวงนั้นมีซ้ำบ้าง ไม่ซ้ำบ้าง คราวนี้ก็เช่นกัน




เอื้องโมก


เอื้องตาเหิน


ส้มแปะ


ก่อนมา มีรายงานว่าพบไม้หายากตกดอกบริเวณลานสุริยันมันคือ “เอื้องโมก” ซึ่งผมไม่เคยเห็นแม้ว่าจะเดินทางมาที่นี่หลายสิบครั้งก็ตามที ด้วยอยากพบอยากบันทึกภาพขณะเดินจึงต้องคอยสอดส่องมองหากลีบเกสร ต้องคอยสังเกตเพราะเอื้องโมกมีไม่มาก ไม่ได้ออกดอกดกดื่นเป็นดงอย่างกุหลาบแดง กุหลาบขาว ไม่ได้ส่งกลีบเกสรพร่างพราวเหมือนเอื้องตาเหิน แต่ไม่ได้เกินความสามารถเพราะโชคเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ป่าไม้ภูหลวงที่ผันตัวเองมาเป็นช่างภาพให้ ททท.เลย ดังนั้นจึงพอรู้ตำแหน่งเอื้องโมกอยู่บ้าง ซึ่งสุดท้ายเราก็เจอ




เอื้องเค้ากิ่ว


แววมยุรา


เอื้องโมกมีลำต้นคล้ายไม้เลื้อย มันส่งลำต้นเหยียดยาวพาดไปบนกิ่งไม้ใหญ่ ทำให้มองเห็นยากนิดนึง ถ่ายก็ยากเพราะย้อนแสงหน่อยๆ ไม่น่าเชื่อว่ากลีบดอกยังสวยสมบูรณ์ งดงาม คล้ายไม้เมืองหนาว ไม่มีร่องรอยช้ำแม้แต่น้อย แม้มีอยู่ช่อเดียวก็ทำให้คนเดินทางไกลชื่นใจได้ไม่ยาก




เอื้องครั่งแสด

ผละจากเอื้องโมก เดินมาตามทาง คราวนี้ได้พบเอื้องครั่งแสดตกดอกเต็มไปหมด นับเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นมันออกดอกมากขนาดนี้ เอื้องครั่งแสดเป็นไม้งามอีกชนิดหนึ่งที่งดงามแปลกตาสีสันแสบทรวง นอกจากเอื้องโมกข์ เอื้องครั่งแสด ยังพบเอื้องตาเหิน เอื้องแววมยุรา เอื้องผึ้ง  สิงโตขยุกขยุย เอื้องเค้ากิ้ว เอื้องเหลี่ยมลำต่อ ส้มแปะ บนพื้นดินมีดอกหรีด และยังหลงเหลือกุหลาบขาวให้เราได้บันทึกอีกจำนวนหนึ่ง


สิงโตขยุกขยุย


ดอกหรีด


ดอกเอนอ้า


ช่วงสุดท้าย ออกจากลานสุริยันมาที่ผาเยือง ทางเดินตรงนี้แต่เดิมต้องปีนป่ายโขดหิน ถ้าเป็นฤดูหนาวในช่วงธันวาคมจะพบใบเมเปิ้ลผุดพราวราวภาพฝัน ตอนนี้ไม่ต้องปีนป่านยเพราะเขาทำสะพานทางเดินข้ามโขดเหล่านั้น ต่อไปเมื่อเมเปิ้ลล่วงหล่นเราไม่ต้องคอยหลบหลีกเพราะไม่อยากเหยียบย่ำ แต่เราจะเดินข้ามหรือเดินถ่ายภาพกันด้วยความเพลิดเพลิน นอกจากสะพานยังพบว่ามีป้ายนิเทศน์ว่างเปล่าปรากฏอยู่หลายจุด ป้ายนิเทศเหล่านี้สร้างขึ้นมาใหม่ เป็นป้ายที่ให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว ที่ว่างเปล่าเพราะอยู่ในช่วงดำเนินการ และอยากบอกให้เพื่อนๆ ชาว khobjaithailand ได้ภาคภูมิใจว่าข้อมูลบนป้ายเหล่านั้นมาจากปลายปากกาของเพจ khobjaithailand ครับ


เฟิร์นพบหลายสิบชนิด พบทั่วทั้งภู


ป่าและแนวหินบริเวณผาเยือง


สะพานทา
เดินที่ผาเยือง


ส้มส้า ผลไม้ป่า รสเหมือนบ๊วย อาหารยามเหนื่อยล้านักเดินทาง ชุ่มคอชื่นใจ

คงไม่ต้องสรุปอะไรมากมาย “ภูหลวง” ถูกผมสรุปมาแล้วหลายครั้ง หนึ่งในบทสรุปจะบอกว่านี่คือป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย เป็นภูที่ถูกยกย่องให้เป็นอาณาจักรพันธุ์ไม้ป่า ที่นี่คือภูหลวงครับ

ใครไม่เคยมาให้มา หมดโควิดเมื่อไหร่มาให้ไวครับ


เอื้องเหลี่ยมลำต่อ


ผีเสื้อบนช่อส้มแปะ


การเดินทาง “เที่ยว 4 วัน ฝัน 4 ภู ดูดาว 3 คืน” จบลงแล้ว แหล่งท่องเที่ยวทั้ง 4 แห่งเริ่มจากภูพระ วนอุทยานหริรักษ์ ภูครั่ง และภูหลวง มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่มีความหมายไม่ต่างกัน มีความงามเฉพาะตัว ทุกที่มีคุณค่าควรแก่การท่องเที่ยวและเก็บรักษาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป ขอบใจไทยแลนด์ขอบคุณเพื่อนร่วมทางและที่มีส่วนช่วยเหลือทุกท่าน ขอบคุณครับ

หมายเหตุ
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อ.ภูเรือ อ.ภูหลวง เข้าทางบ้านสานตม อ.ภูเรือ จ.เลย มีบ้านพัก (จองล่วงหน่า) มีเส้นทางเดินป่าให้เลือกมากมายทั้งสั้นและยาว ทุกเส้นทางเต็มไปด้วยดอกไม้ แต่อย่าเดินเองเพราะอาจเจอช้างซึ่งเป็นอันตราย