เกาะหลีเป๊ะ-เกาะตะรุเตา 3 คืน 4 วัน
(ตอนสอง ดำน้ำ)


เช้าวันใหม่ เรือใบบางลำเคลื่อนไปกับสายลม คลื่นบางเบาเกือบไร้เสียง หาดทรายรูปหัวใจทอดตัวนิ่งราวไม่อยากตื่นจากคืนฝัน มนุษย์บางกลุ่มเริงรื่นที่ได้เห็นภาพงามยามนี้ ขณะรอเรือเพื่อออกไปดำน้ำ เขาและเธอพลัดกันถ่ายรูปด้วยรอยยิ้มที่แสนสุข การได้เดินทางมาพบสิ่งที่อยากพบ ได้สัมผัสสิ่งที่อยากสัมผัส มันก่อเกิดเป็นความสุขอย่างนี้นี่เอง




โลกยามเช้าที่หาดเมาเท่น



ทะเลแสนสวยบริเวณหาดหัวใจหรือหาดเมาเท่น

ก่อน 09.00 น.เรือยนต์หรือเรือหางยาวลำเล็กเข้ามาจอดเกยหาดทราย ทักทายกันพอเข้าใจจึงก้าวเข้าไปอยู่ในเรือลำนั้น นับจำนวนได้ 6 คน รวมทั้งเรา เรือแล่นตัดคลื่นข้ามฟากมาที่ชายหาดเกาะอาดัง แวะมารับนั่งท่องเที่ยวสองสามีภรรยา (เทศ-ไทย) จากนั้นจึงมุ่งสู่เกาะหินงาม



เกาะหินงาม

จุดดำน้ำที่เกาะหินงาม


เกาะหินงาม ชื่อนี้เป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่าเป็นเกาะหิน ลักษณะทั่วไปไม่มีหาดทราย มีแต่หินกลมเกลี้ยงเรียงซ้อนทับกันเต็มไปหมด อีกด้านของเกาะมีแหล่งดำน้ำ ปะการังบริเวณเกาะหินงามเป็นปะการังที่ผสมสานกันหลายสายพันธุ์เป็นความหลากหลายที่จูงใจให้คนชอบการดำน้ำตื้นหลงรักได้ตั้งแต่เริ่มต้น ปะการังแถบนี้เป็นปะการังอ่อนหลากสี และด้วยความหลากหลายอันงดงามทำให้ดำกันเพลิน ดำไม่เลิก กระทั่งกัปตันเรือต้องร้องบอกให้กลับขึ้นเรือเพื่อไปดำต่อที่เกาะยางจึงยอมแต่โดยดี

 


จุดดำน้ำที่เกาะยาง

เกาะยางเป็นเกาะเล็กๆ มีปะการังอยู่จำนวนหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นปะการังผักกาด มีทั้งที่สีซีดและที่ก่อเกิดขึ้นใหม่ เราอยู่ตรงนี้ไม่นานเพราะขณะดำน้ำอยู่นั้นรู้สึกว่ามีบางสิ่งรบกวน “แตนทะเล” นั่นเอง เวลาโดยแตนทะเลจะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ คันหน่อยๆ คล้ายเข็มหลายสิบเล่มทิ่มแทง แต่ไม่ได้เจ็บลึกแบบทนไม่ได้ทนไม่ไหว คือรู้สึกรำคาญมากกว่า (โดยแตนอย่าเกา เดี๋ยวก็หาย)



เกาะราวี

จากเกาะยางเรือข้ามมาที่เกาะราวี เกาะขนาดใหญ่ซึ่งกลายเป็นสวนพักผ่อนของนักท่องเที่ยว เรือทุกลำที่ผ่านการดำน้ำในช่วงแรกจะมาพักที่นี่ กินข้าวกลางวันที่นี่ ใครจะดำน้ำ ว่ายน้ำ หรืออาบแสงโอบทรายก็แล้วแต่สะดวก คือน้ำทะเลมันใส ทรายมันสวย ลมมันเย็น ทำอะไรก็สุข แนะนำนิดนึง ถ้าอยากชิลด์ให้สุดต้องนอนเปลฟังเสียงคลื่นเลขับกล่อม มองหามุมใดมุมหนึ่งซึ่งปลีกออกมาจากจุดที่คนเยอะ เชื่อเหอะ สวรรค์ชัดๆ







เกาะอาดัง


แดดจัด ได้แตงโมแดงแจ๊ดหวานเจี๊ยบ โอ้ มันดีต่อใจ


จากเกาะราวีย้ายมาที่เกาะอาดัง เกาะขนาดใหญ่มีแนวหาดทรายหลายแห่งสลับกับหาดหิน เป็นหาดหินรูปร่างสวยงามแปลกตา เป็นหาดทรายที่น่าสัมผัส ขณะย่ำเท้าไปบนผืนทรายเตรียมพากายลงไปดำน้ำ เหลือบไปเห็นสายธารใสสายเล็กรินไหลออกมาจากป่าด้านใน ทำให้เกิดความสงสัยและกลายเป็นแรงจูงใจดึงดูดให้ก้าวเท้าเข้าไปหา เดินไปบนธารตื้นแค่ครึ่งแข้ง ยิ่งเดินยิ่งลึก ยิ่งเดินยิ่งชอบ คนรักการเดินป่าก็เป็นแบบนี้ เจอป่าไม่ได้ขอเข้าไปสัมผัสนิดนึงก็ยังดี ป่าบริเวณนี้เป็นป่าชายหาดเลยเรื่อยเข้าไปสู่ป่าดิบบนเขา (ผมเรียก “ป่าเกาะ”) เสียดายเข้ามาได้เท่าที่ทำได้เพราะไม่มีเวลมากนัก เอาเป็นว่าแอบหลงรักเล็กๆก็แล้วกัน เอาไว้มีเวลาจริงจังอาจขออนุญาตเข้ามาเดินป่าบนเกาะอาดังอย่างจริงจังสักครั้ง  หรือถ้าทางอุทยานฯ จะสำรวจพันธุ์ไม้บนเกาะขอผมติดตามด้วย ถ่ายภาพให้ทางราชการไว้ใช้เพื่อประโยชน์ครับ



ป่าเกาะ เกาะอาดัง

จุดสุดท้ายในการดำน้ำวันนี้คือ “ร่องน้ำจาบัง” บริเวณนี้ไม่หาดทราย ไม่มีหาดหิน ไม่มีเกาะ เป็นร่องน้ำกลางทะเล มีทุ่นกับเชือกเป็นจุดสังเกตและเป็นเชือกที่มีไว้ให้นักดำน้ำเกาะจับเนื่องจากบริเวณนี้น้ำค่อนข้างแรง หากดำน้ำกันเพลินแบบไม่เกาะเชือกจะถูกสายน้ำพัดพาออกไปในทะเลลึก



จุดดำน้ำจาบัง ที่เห็นในภาพคุณบุ๋ม บาราก้า จาก khobjaithailand ผู้บันทึกภาพปะการัง

ด้วยร่องน้ำจาบังน้ำแรงทำให้นักดำน้ำมือใหม่หลายคนไม่อยากลงไปดำ แต่นั่นเป็นเรื่องที่คิดผิดครับ บริเวณนี้มีปะการังอุดมสมบูรณ์ หลากสีสัน สดใส ฝูงปลาน้อยใหญ่เต็มไปหมด ดูกันไม่เบื่อ ถ้ามาแล้วแนะนำให้ลง อย่าพลาดเด้อ







แนวปะการังบริเวณร่องน้ำจาบัง

เสร็จจากการดำน้ำ เข้าที่พัก เปลี่ยนชุด ถ่ายภาพตะวันยามสนธยา ออกไปถนนคนเดิน กลับมานอนอาบแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ตลอดระยะเวลาสองวันสองคืนบนเกาะหลีเป๊ะถือว่ามีความสุขมากมาย แม้เวลาจะสั้นไปนิดแต่ไม่รู้สึกติดขัดอะไร แค่ได้มาแกว่งเท้าบนผืนทรายเนียนละมุนก็สุขใจมากแล้ว ยิ่งได้ดำน้ำ ได้บันทึกภาพงามยามเช้าเย็นยิ่งสุขมากขึ้นไปอีก คงต้องสรุปกันชัดๆ ว่า “รักทะเลอันดามันเหมือนที่เคยรัก รักไม่มีวันเปลี่ยนครับ”

(พรุ่งนี้ เราลาเกาะหลีเป๊ะแต่ไม่ได้กลับกรุงเทพฯ ขอไปนอนเงียบๆ บนเกาะเก่า “ตะรุเตา” อีกคืนหนึ่ง ที่นั่นมีอะไรน่าสนใจ โปรดติดตามครับ)





ปิดทริปดำน้ำด้วยการกลับมาชมบรรยากาศยามสนธยาที่หาดเมาเท่น