เกาะหลีเป๊ะ-เกาะตะรุเตา 3 วัน 4 คืน
(ตอนจบ เกาะตะรุเตา)
 

ทำไมคิดไปเที่ยว “เกาะตะรุเตา” ในเมื่ออยู่ “เกาะหลีเป๊ะ” สะดวกสบายทุกอย่าง ทั้งที่พัก อาหารการกิน รวมถึงทิวทัศน์ที่ถือว่าสุดยอดที่สุดจุดหนึ่งของทะเลสตูล ตอบสั้นๆ เลยว่า “อยากไปพายเรือคยักในคลองพันเตมะละกาเพื่อเข้าไปดูถ้ำจระเข้ที่เคยเห็นนานมาแล้ว ราว 20 กว่าปีก่อน อยากไปนอนเงียบๆ ฟังเสียงคลื่น อาบสายลมแบบสัมผัสธรรมชาติมากที่สุด” ในความเป็นจริงตั้งใจมานอนตะรุเตานานแล้วแต่ไม่มีจังหวะ เมื่อมีโอกาสจึงต้องใช้ และสิ่งที่ได้กลับมาก็งามพอสมควร 

หาดทราย อ่าวพันเตมะละกา

เรือประมงบริเวณอ่าวพันเตมะละกา

ทางเดินภายในอุทยานฯ



บ้านพัก


“เกาะตะรุเตา” เป็นเกาะขนาดใหญ่ เคยถูกขนานนามว่า “เกาะโจรสลัด” อันเนื่องจากเกาะแห่งนี้เคยเป็นที่กักขังนักโทษการเมืองและนักโทษอุกฉกรรจ์ (เริ่มช่วงปี พ.ศ. 2481)  ที่เรียกว่าเกาะโจรสลัดเพราะในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา (พ.ศ. 2484-2488) เกาะตะรุเตาถูกตัดขาดออกจากแผ่นดินใหญ่ เกิดปัญหาขาดแคลนอาหาร ยา และเครื่องใช้ต่าง ๆ ต้นปี พ.ศ. 2487 ผู้คุมนักโทษได้ทำตัวเป็นโจรสลัดเข้าปล้นสะดมเรือบรรทุกสินค้าชาวไทยและต่างประเทศที่แล่นแผ่นไปมา ในที่สุดรัฐบาลไทยและทหารอังกฤษได้เข้าปราบโจรสลัดเกาะตะรุเตาสำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2489 อีกสองปีต่อมากรมราชทัณฑ์ จึงได้ยกเลิกนิคมฝึกอาชีพตะรุเตาในที่สุด นี่คือประวัติย่อๆ ของเกาะตะรุเตาซึ่งความจริงมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกเยอะ เช่น เกาะแห่งนี้มีนักโทษที่ถูกยกย่องให้เป็นบิดาแห่งการเกษตร คือหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ทรงถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร่วมก่อการกับพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช พระเชษฐา ในกบฏบวรเดช เมื่อ พ.ศ. 2476 ทรงถูกตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต คุมขังที่เรือนจำบางขวาง แล้วย้ายไปคุมขังที่ทัณฑนิคม เกาะตะรุเตา ก่อนย้ายมาเกาะเต่า และได้รับพระราชทานอภัยโทษในปี พ.ศ. 2487(เข้าไปค้นหาและอ่านต่อกันเองนะ มีเรื่องน่าสนใจอีกเยอะ)


นกแก็ก

นกแก็กห้อยหัวกินผลไม้

นกชมพูสวนธรรมดา

นกแซงแซวหางบ่วง ไม่รู้ไปทำอะไรมาหางหายไปข้างหนึ่ง

นกยางกอก

 

อุทยานแห่งชาติตะรุเตาประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่จำนวน 51 เกาะ มีเกาะตะรุเตาเป็นเกาะหลัก ตั้งอยู่ในทะเลอันดามันบริเวณช่องแคบมะละกา มหาสมุทรอินเดีย ในท้องที่ อ.ละงู จ.สตูล ด้านใต้ของเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตาอยู่ห่างจากเกาะลังกาวี ของมาเลเซียเพียง 4.8 กิโลเมตร 

เช้าวันที่ 3 บนเกาะหลีเป๊ะ เราออกเดินทางย้อนกลับมาบนเส้นทางสายเดิม ผ่านเกาะไข่และมาถึงเกาะตะรุเตาในที่สุด แบกสัมภาระเข้าไปแจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ มีค่าใช้จ่ายคือค่าเช่าบ้าน บ้านมีให้เลือกหลายแบบ ผมจ่ายไป 800 บาทเพื่อแรกกับบ้านหลังแรกๆ ที่อยู่ใกล้หาดมากที่สุด 

หลังก้าวเท้าเข้าบ้าน จัดวางกระเป๋าจึงพบว่าเป็นบ้านที่ดีมากพอสมควร คือกว้างขวาง มีชั้นลอย มีระเบียง มีแอร์คอนดิชั่นแต่ใช้ไม่ได้ มีพัดลมก็ยังใช้ไม่ได้ ไม่ได้เสีย แต่บ้านไม่มีไฟ คือเขาเปิดไฟเฉพาะช่วงกลางคืน เริ่มตั้งแต่ 18.00-06.00 น. หลังสำรวจบ้านจึงแบกเป้ออกมา แวะกินข้าวที่ร้านอาหาร จากนั้นกะไปพายเรือคยักเข้าคลองพันเตมะละกาเพราะน้ำยังไม่ลง สะดวกต่อการพาย แต่สิ่งที่ขัดขวางทางใจคือนก เราพบนกแก็ก (นกเงือกพันธุ์เล็กสุด) โผบินบนยอดไม้ยั่วยวนให้ติดตาม ซึ่งมันยั่วได้สำเร็จ มันบินจากต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง กระทั่งหยุดอยู่ที่ต้นหนึ่ง ต้นนั้นกำลังตกผลเต็มต้น มันก้มๆ เงยๆ กินอยู่ชั่วครู่ก็จากไป เก็บภาพมาได้สองสามใบถือว่าคุ้ม นอกจากนกแก็กยังเจอนกชมพูสวนธรรมดา นกเอี้ยง อีกา นกแซงแซวหางบ่วง นกยางกอก คิดในใจดังๆ ว่า “เฮ้ย! ไม่ได้ตั้งใจมาถ่ายภาพนก ไม่ได้แบกเลนส์เฉพาะด้านมา ยั่วกันขนาดนี้มันยียวนกวนกันชัดๆ”





ผืนป่าและแนวหินผาริมคลองพันเตมะละกา

พายเรือคยักบนคลองพันเตมะละกา

เกยตื้น


จากนั้นจึงไปเช่าเรือคยัก ขยับพายทวนน้ำไปตามลำคลองพันเตมะละกา ตอนนี้น้ำลง ลงมากกระทั่งติดสันดอนใต้น้ำ ทีแรกก็ผิดหวังเพราะคงไม่มีโอกาสไปถึงถ้ำแสนสวยที่เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นที่ซ่อนสมบัติของโจรสลัด แต่เมื่อพิจารณาสภาพแวดล้อมรอบด้านพบว่าเราโชคดีมาก ที่บอกว่าโชคดีเพราะทิวทัศน์รอบด้านคือป่าพลัดใบ ป่าดิบ และป่าชายเลน เป็นความหลากหลายที่หลอมรวมอยู่ในพื้นที่ริมคลอง ส่วนผืนทรายใต้น้ำที่โผล่ขึ้นมาเป็นผืนทรายที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งเท่าที่เคยเห็น เมื่อสายน้ำและสายลมช่วยกันสลักเสลาผืนทรายได้งดงามขนาดนี้ความผิดหวังจึงหมดไป ความดีใจแทรกเข้ามาแทนที่ ต่อแต่นี้จะมีแต่ความทรงจำที่ได้ยืนอยู่บนผืนทรายในคลองพันเตมะละกา โอกาสแบบนี้มีไม่บ่อยและอาจไม่มีอีกเลยก็เป็นได้










ผืนป่าและสันทรายบริเวณคลองพันเตมะละกา

ยามเย็น พายเรือกลับมาที่ฝั่ง แบกกล้องเดินขึ้นไปตามทางสูงชันกว่า 400 เมตร เดินขึ้นเขากระทั่งถึงจุดสูงสุดคือ “ผาโต๊ะบู” บนนี้มีพระพุทธรูปประดิษฐานในศาลาหลักเล็กองค์หนึ่ง ด้านนอกอีกองค์หนึ่ง ส่วนด้านหน้าคือทัศนียภาพท้องทะเลกว้างไกลสุดสายตาทางฝั่งตะวันวันตกหรือฝั่งเกาะหลีเป๊ะที่เราจากมา โดยปกติคนที่ขึ้นมาชมผาโต๊ะบูมักมาเก็บภาพงามยามอาทิตย์ลาลับเส้นขอบฟ้า ชมแหลมจระเข้ทอดตัวอยู่ทางฝั่งขวา ชมป่าสมบูรณ์ทางฝั่งซ้าย แต่เราไม่ได้อยู่จนตะวันลา คืออยู่แค่ช่วงแสงทองทาทาบผืนน้ำก็รีบลง กลัวมืด ไม่ได้เอาไฟฉายติดตัวมา ทางกลางป่าขรุขระและไม่ชำนาญอาจเป็นอันตรายได้ เซพไว้ก่อนดีที่สุดครับ

ศาลาไม้บนผาโต๊ะบู

ทางเดินป่าขึ้นไปผาโต๊ะบู



พระพุทธปฏิมากรรมกับทะเลทองยามเย็น บนผาโต๊ะบู



ผืนป่าชายหาดกับแหลมจระเข้ บันทึกภาพบนผาโต๊ะบู


ช่วงสุดท้ายปลายวันลงมานั่งบันทึกภาพแสงทองฉาบฉายคลองพันเตมะละกา กระทั่งรติกาลเข้าปกคลุมผืนป่า ผืนทราย และท้องทะเลกว้าง กลับมานั่งดูแสงจันทร์ฉาบฉายผืนป่าริมหาดกระทั่งดึกจึงหลับใหลไปกับไอสุขที่ได้สัมผัสเกาะเก่าแก่แห่งนี้


อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


ปากคลองพันเตมะละกากับทะเลสนธยา


เช้าวันใหม่เดินไปบนทางทรายริมหาด บันทึกภาพทรายขาวเนียนจนรู้สึกหิว จึงแวะไปที่ห้องอาหาร คราวนี้ได้พบนกแก็กอีกครั้ง นอกจากนั้นยังได้พบฝูงลิงและหมูป่า มีทั้งแม่หมู พ่อหมู ลูกหมู มีทั้งพ่อลิง แม่ลิง ลูกลิง และลิงคู่รักที่ออกมาหากินบนลานหญ้า น่ารักน่าเอ็นดู ดูเพลินๆ ไปพร้อมๆ กับเสียงนกกายามเช้า เพลิดเพลินไปกับนกนางแอ่นจำนวนมากขยับปีกบินไปมาราวไม่เหน็ดเหนื่อย








ผืนทรายยามเช้าบนอ่าวพันเตมะละกา

นกนางแอ่น

อีกา

ลูกหมู

คู่ลิง


ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือช่วง 24 ชั่วโมงบนเกาะตะรุเตา แม้มีเวลาเพียงน้อยนิดแต่ดีต่อจิตใจ ดีต่อทรงจำ ดีต่อประสบการณ์ หากใครชอบทะเลอันดามันแถบสตูลลองมาหาความสงบบนเกาะนี้ได้ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะนั้นมีมากมาย เช่น หาดตะโล๊ะวาว อ่าวสน ซึ่งเป็นหาดแสนสวยที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมีโอกาสเข้าไปสัมผัส 


ขอให้ทุกท่านเดินทางด้วยความปลอดภัย มีความสุขกับประสบการณ์ใหม่ๆ ขอบคุณที่ติดตามมาโดยตลอด สวัสดีครับ 

อ่าวตะโล๊ะวาว

อ่าวสน

อ่าวพันเตมะละกา