เกาะหลีเป๊ะ-เกาะตะรุเตา  3 คืน 4  วัน (ตอนแรก)

เรือประมงที่ท่าเรือปากบารา

เหยี่ยวแดงบนฟากฟ้าเหนือท่าเรือปากบารา


เหยี่ยวแดงตัวโตกางปีกอยู่บนฟากฟ้ารอเวลาให้ปลาโผล่มาเหนือน้ำจึงโฉบลงมาอย่างรวดเร็ว มันงามสง่าเมื่อกางปีกอยู่บนฟ้า น่ากลัวยามถลาลงมาที่ผิวน้ำ เป็นภาพของขวัญขณะรอลงเรือรอบ 11.00 น. เพื่อเดินทางสู่เกาะหลีเป๊ะที่อยู่ห่างออกไปในน่านน้ำทะเลอันดามัน ไกลจากฝั่งประมาณ 70 กิโลเมตร เชื่อว่านักท่องเที่ยวมีวิธีการรอคอยที่แตกต่างกัน บางคนเดินชอปปิ้ง บางคนอ่านหนังสือ บางคนเตร็ดเตร่ไปพูดคุยกับชาวบ้าน บางคนถ่ายภาพ ผมเลือกพูดคุยเพื่อเพิ่มความรู้พร้อมกับถ่ายภาพ วันนี้จึงได้ทั้งภาพทั้งเรื่อง เช่น เรื่องบางเรื่องที่ไม่เคยรู้อย่างท่าเรือปากบาราแห่งนี้ไม่ได้มีแค่เรือสปีดโบ๊ทไปเกาะหลีเป๊ะแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นท่าเรือประมงขนาดใหญ่ มีเรือหางยาวของชาวบ้านบริการนักท่องเที่ยวไปเกาะบุโหลน เกาะท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่เงียบสงบ มีแหล่งปะการังที่สวยงาม "วันหนึ่ง" บอกตัวเองว่าสักวันหนึ่งต้องกลับมาที่นี่เพื่อไปเยือนเกาะบุโหลน

หินทะลุบนเกาะไข่

เกาะไข่



หาดพัทยา เกาะหลีเป๊ะ

11.30 น. เรือเร็วสามเครื่องยนต์พาเราออกจากฝั่ง เรือแหวกคลื่นมุ่งตรงไปที่เกาะตะรุเตา (ขากลับมานอนนี่) แวะ 15 นาทีแล้วตรงไปที่เกาะไข่ เกาะขนาดเล็กซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักเนื่องจากมีหินทะลุเป็นสัญลักษณ์ กัปตันให้นักท่องเที่ยวลงไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึก 15 นาที จากนั้นตรงไปที่เกาะหลีเป๊ะ เกาะยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทุกสาขา คือคนที่ชอบทะเลมาเที่ยวได้ คนชอบดำน้ำตื้นขอให้มา ส่วนคนชอบผืนป่าถ้าได้ศึกษาลึกๆ จะพบว่าฝั่งตรงข้ามเกาะหลีเป๊ะคือเกาะอาดังมีทางเดินป่าที่น่าสนใจ (ผาชะโด) สำหรับคนชอบนั่งๆ นอนๆ หรือเดิน "ชิม ช้อป ใช้" ก็มาได้เพราะเกาะหลีเป๊ะมีถนนคนเดินที่น่ารักน่าสัมผัส

หาดหัวใจหรือหาดเมาเท่น และตัวอาคารที่พักของเมาเท่นรีสอร์ต




หาดหัวใจหรือหาดเมาเท่น

บริเวณส่วนอุทยานฯ บนเกาะอาดัง


การเดินทางจากท่าเรือปากบารา อ.ละงู จ.สตูล ใช้เวลาประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง (ไม่เกินจากนั้น) เรือแต่ละลำซัดกันเต็มสูบ กดกันแบบมิดคันเร่ง บางลำมี 5 เครื่องก็ใส่กันให้เต็ม สมชื่อสปีทโบ๊ดจริงๆ 

เรามาถึงท่าเรือบริเวณหาดพัทยา (ชื่อนี้จริงๆ) ช่วงบ่ายๆ ขนกระเป๋าลงจากเรือแล้วย้ายตัวเองไปอีกฝั่งหนึ่งของเกาะ คือย้ายไปฝั่งหาดหัวใจหรือหาดเมาเท่น หาดทรายฝั่งนี้ขาวเนียนคล้ายรูปหัวใจ ส่วนที่ชาวบ้านเรียกหาดเมาเท่นเพราะเรียกตามชื่อรีสอร์ต คือเมาเท่นรีสอร์ตนั่นเอง


ทะเลสวยน้ำใสหน้าหาดเมาเท่น




ผับริมเล ใกล้หาดเมาเท่น

BAMBOO RESORT อยู่ระหว่างโรงเรียนกับหาดเมาเท่น

Taxi Boat เรือนำเที่ยว


บ่ายวันแรกเราไม่ได้ไปไหนเพราะแดดแรงเหลือหลาย ได้แต่นั่งมองคลื่นใสสาดซัดหาดหัวใจด้วยความละมุนละไม มองเรือหลายสิบลำแล่นผ่านไปมา และมองต้นไม้ริมเกาะขนาดใหญ่ (ฝั่งตรงข้าม) เอนไหวไปมา เกาะแห่งนี้เป็นหนึ่งในตำนานที่ถูกเรียกขานว่า “เกาะอาดัง”

ตกเย็น แดดลาแรง ความร้อนเบาบาง ผมแกว่งเท้าไปบนทางทราย เดินผ่านผับริมเล ผ่านรีสอร์ตหลายแห่งไปหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าโรงเรียนซึ่งเป็นแหล่งรวมเรือรับจ้างหรือที่คนเกาะเรียกกันติดปากว่า “Taxi Boat” เรือรับจ้างเหล่านี้มารวมตัวกันตั้งแต่เช้าเพื่อรอให้คนเช่าออกไปดำน้ำดูปะการังหรือออกไปชมเกาะแก่งต่างๆ ในราคาเหมาลำละ 1,500 บาทต่อวัน เริ่มออกเรือกันตั้งแต่เก้าโมงเช้าไปจรดบ่ายสามโมงเย็นเป็นอันเสร็จกิจในการเดินทางท่องเที่ยวด้วยเรือ ผมไม่ได้มาเหมาแต่มาสอบถาม มาถ่ายภาพ ที่ไม่เหมาไม่ใช่ไม่อยากออกไปเที่ยวแต่ซื้อทัวร์มาก่อนแล้ว ที่ซื้อทัวร์เพราะเห็นว่าสะดวกสบายมีบริการรวมไว้หมดตั้งแต่รถตู้ไปรับ-ส่งที่สนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา, เรือสปีดโบ๊ท (ไป-กลับ) เกาะหลีเป๊ะท่าเรือปากบารา, ที่พัก (สองคืน), เรือออกไปดำน้ำ 1 ทริป (1 วัน) ในราคา 3,500 บาท นอกจากสะดวกยังเห็นว่าถูกดีเลยลองใช้


ตะวันดวงโตลาลับเส้นขอบฟ้า

สนธยา บันทึกภาพที่หาดเมาเท่น
 

ตะวันเริ่มลอยเลื่อนเคลื่อนต่ำลง ผมเดินกลับมาปักหลักที่หาดเมาเท่น บันทึกภาพตะวันลาลับไปกับเส้นขอบฟ้า ตะวันดวงโตค่อยๆ หายไปกับเกลียวคลื่น งดงามราวภาพฝัน ฝั่งหนึ่งตะวันหายไป อีกฝั่งหนึ่งพระจันทร์เต็มดวงสวนขึ้นมา ทะเลสว่างจ้า ไม่ยอมหลับใหล





ถนนคนเดิน

ค่ำ ออกไปเดินดูความเป็นไปบนเกาะ ซื้อนั่นชิมนี่ ผ่านร้านโน้นไปร้านนี้ สนุกดีและดีใจที่เห็นการท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ร้านสุดท้ายที่เลือกนั่งปักหลักเป็นเรื่องเป็นราวคือร้าน Ne Papaya เจ้าของฉายา “แจ๋ว” แห่งเกาะหลีเป๊ะ โดยปกติผมไม่ค่อยแนะนำอาหารแต่มาที่นี่ถ้าอยากส้มตำอยากได้อะไรที่มันรสชาติจี๊ดจ๊าดต้องมาหา “นี ปาปาย่า” สาวโคราชที่มาปักหลักหากินบนเกาะนี้มา 15 ปีแล้ว (ตำโคราช ยำทะเลรวม ปลากะพงเหลืองย่าง เมนูคืนนั้น)

ยำทะเล

ตำโคราช

ปลากะพงเหลืองย่าง


ท้องอิ่ม ความง่วงติดตามมา ความอ่อนล้าจากการเดินทางบอกว่ากลับเถอะ กลับไปนั่งพักที่ระเบียงกว้าง มองแสงจันทร์สว่างอาบหาดทราย จากนั้นเข้านอน นอนเอาแรงเพื่อวันพรุ่งนี้ วันที่เราจะออกไปดำน้ำดูปะการังในท้องทะเลกว้าง

(ตอนหน้าไปดำน้ำดูปะการังในท้องทะเลซึ่งมันงดงามชวนหลงใหล โปรติดตามครับ) 



นักท่องเที่ยวบนผืนทรายขาวสะอาด หาดเมาเท่น