สัตหีบ 12 จุดสะดุดใจ

สัตหีบ อำเภอชายทะเลในจังหวัดชลบุรีมีชื่อเสียงเรื่องแหล่งท่องเที่ยวซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในเขตทหารเรือ เดิมทีมีคนไปเที่ยวเยอะมากเพราะทะเลสวยใสอยู่ไม่ไกลจากรุงเทพฯ แต่พอมีโควิด 19 กองทัพเรือสัตหีบถูกวางสถานะสำคัญให้เป็น state quarantine ดูแลนักท่องเที่ยวและคนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อป้องกันไวรัสร้าย โควิด 19 ทำให้นักท่องเที่ยวหายไป แม้ตอนนี้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามปกติแต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ ต้องบอกกันตรงนี้เลยว่าแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในสัตหีบนั้นเปิดตอนรับนักท่องเที่ยวมาพักใหญ่แล้ว หากคนรักทะเลมองหาทะเลงามที่เงียบสงบเชิญเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้ตามสะดวกที่สำคัญทางทหารเรือเขาจัดระบบระเบียบได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ทาง khobjaithailand จึงเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมและได้รวบรวมจุดสนใจที่สะดุดตาสะดุดใจมาให้ชมกันรวมทั้งหมด 12 จุดครับ



1.เขาแหลมปู่เจ้า
มาเที่ยวสัตหีบพลาดที่อื่นได้แต่พลาดเขาแหลมปู่เจ้าไม่ได้ ที่บอกว่าไม่ได้เพราะบนเขาแหลมปู่เจ้าประกอบไปด้วยจุดชมวิวที่ดีที่สุดของสัตหีบ คือมองเห็นท้องทะเลและเกาะต่างๆ ได้กว้างไกลงดงามมาก นอกจากนั้นยังมีศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และมีกระโจมไฟหรือประภาคารรูปกระโดงปลาใช้ส่องสว่างเพื่อเป็นจุดสังเกตของการเดินเรือในยามค่ำคืน 



2.อ่าวเตยงาม
อ่าวนาวิกโยธินหรืออ่าวเตยงามนับเป็นอ่าวที่มีชื่อเสียงที่สุดอ่าวหนึ่งของสัตหีบ เป็นอ่าวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วไป ตัวเวิ้งอ่าวกว้างคล้ายรูปเกือกม้า ผืนทรายขาวสะอาดตา มีขุนเขาโอบกอดทั้งสองด้านซ้ายขวา มีสถานที่น่าสนใจอยู่บริเวณอ่าวเตยงามหลายจุด เช่น อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน พิพิธภัณฑ์ทหารนาวิกโยธิน ผาวชิราลงกรณ์ รวมถึงทางขึ้นเขาแหลมปู่เจ้า



3.หาดลูกลม
หากบอกว่าหาดลูกลมคือสุดยอดหาดงามในเขตเมืองสัตหีบน่าจะเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินเลยความจริง เหตุเพราะหาดลูกลมบนเกาะแสมสารแห่งนี้ขาวนวล สะอาดตา ฟ้าสวย น้ำใส ใสมากจนมองเห็นผืนทรายใต้ทะเล แทบไม่มีคำพูดใดๆ มาอรรถาธิบายความงามนั้น สะดุดใจจนพูดไม่ออก บอกคำเดียวว่า Amazing Thailand จริงๆ ครับ



4.เกาะแรด
ใครไปเยือนหมู่บ้านช่องแสมสารหรือนั่งเรือไปเกาะแสมสารจะต้องเอ่ยปากถามเสมอว่า “นั่นเกาะอะไรครับ” “นี่เกาะอะไรคะ” ซึ่งได้คำตอบเหมือนกันว่า “เกาะแรด” ที่ถามเพราะเกาะเขียวครึ้มถูกปกคลุมด้วยต้นไม้เกาะนั้นมีหาดทรายขาวเนียนทอดตัวเหยียดยาวยั่วยวนชวนให้ไปหา แต่ไม่เป็นไรเมื่อเขาห้ามขึ้นเพราะเป็นเกาะอนุรักษ์แค่ดูด้วยตาก็สะดุดใจมากพอแล้ว



5.ช่องแสมสาร
หมู่บ้านช่องแสมสารหรือเรียกสั้นๆ ว่า “แสมสาร” เป็นหมู่บ้านชาวประมงอยู่ริมทะเล อยู่ไม่ไกลจากเกาะแสมสารและเกาะแรด ชาวบ้านส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำประมง นักท่องเที่ยวที่มาเยือนส่วนหนึ่งเป็นนักตกปลา ส่วนหนึ่งมาหาซื้ออาหารทะเลใหม่สด รวมถึงอาหารทะเลแห้ง รวมถึงมานั่งเรือข้ามไปเกาะแสมสาร บนเกาะมีวัดช่องแสมสารอันเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อดำ" พระพุทธปฏิมากรศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งซึ่งชาวประมงฝั่งตะวันออก เลื่อมใสศรัทธากันมาก



6.หาดทรายแก้ว
ไม่น่าเชื่อว่าหาดทรายแห่งนี้จะเนียนละมุน ละเอียดขาวราวปุยแป้ง เหมือนหาดทรายในฝั่งทะเลอันดามันไม่มีผิด ยามเดินไปบนหาดจะนุ่มเท้าไม่ระคายแม่แต่น้อย เสียดายตอนไปถึงเป็นช่วงน้ำลง นี่ถ้ามาในช่วงน้ำขึ้นผืนทรายขาวริมหาดคงงดงามถึงขีดสุด เป็นหนึ่งในหาดที่สวยสมชื่อหาดทรายแก้วครับ



7.หาดเทียนทะเล
เราเข้าไปสัมผัสหาดเทียนทะเลในช่วงเย็นย่ำใกล้ค่ำเต็มที บริเวณนี้มองเห็นทะเลสัตหีบในอีกมุมหนึ่ง บริเวณหาดอาจไม่ขาวเนียนเหมือนหาดอื่น แต่องค์ประกอบของแนวโขดหิน ต้นเทียนทะเล และแสงสุดท้ายของวันก็สร้างความงดงามได้มากเช่นกัน หาดแห่งนี้เงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อนแบบปลีกวิเวก 



8.อ่าวดงตาล
หากจะกล่าวว่าอ่าวดงตาลคือประชาสัมพันธ์ประจำอำเภอคงไม่ผิด คือถ้าเดินทางเข้ามาสัตหีบเราจะพบอ่าวดงตาลเป็นอันดับแรก บริเวณอ่าวดงตาลมีต้นตาลเรียงรายสุดสายตา เป็นอ่าวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นตาลซึ่งไม่ค่อยพบเห็นในที่อื่นและยังมีสะพานปลาให้เราชื่มชมวิถีชีวิตชาวประมงด้วย



9.ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล
เป็นที่ทราบกันดีว่าในปีหนึ่งมีเต่าทะเลเสียชีวิตเป็นจำนวนมากอันเกิดจากอุบัติเหตุที่ก่อเกิดจากน้ำมือมนุษย์ เช่น ติดอวน กินพลาสติก ดังนั้นการอนุรักษ์จึงก่อเกิดขึ้น และศูนย์การอนุรักษ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทยคือศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ จ.ชลบุรี ภายในศูนย์มีการเพาะพันธุ์เต่า ให้ความรู้เกี่ยวกับเต่า และปล่อยเต่าลงสู่ท้องทะเลเพื่อให้เต่าอยู่คู่ทะเลไทยต่อไป   



10.วัดสัตหีบ
วัดสัตหีบเป็นวัดเก่าแก่ริมทะเลอยู่คู่เมืองสัตหีบมานาน สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวบ้านดั้งเดิมเรียก “วัดหลวงพ่ออี๋” หลวงพ่ออี๋หรือพระครูวรเวทมุนี เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคตะวันออก หลวงพ่ออี๋เป็นผู้เชี่ยวชาญการวิปัสสนากรรมฐานและปลุกเสกเครื่องลางของขลัง สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ได้ปลุกเสกเครื่องลางของขลัง ต่างๆ เช่น ผ้ายันต์ ผ้าพันหมวกทหารเรือ และปลัดขิก มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่าปลัดขิกที่ท่านปลุกเสกช่วยให้ทำมาค้าขึ้นเจริญรุ่งเรือง และที่โด่งดังมากอีกเรื่องหนึ่งคือเมื่อครั้งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองสัตหีบเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือถูกฝ่ายสัมพันธมิตรส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิด แต่เมื่อหลวงปู่อี๋เดินมายืนบริกรรมคาถากลางลานวัด โบกผ้าเหลืองสะบัดไปมา ทำให้ระเบิดทั้งหมดปลิวไปตกในทะเล ทำให้ฐานทัพเรือสัตหีบและชาวบ้านในอำเภอสัตหีบอยู่รอดปลอดภัยจากภัยสงคราม ใครไปเที่ยวอย่าลืมไปกราบไหว้ขอพรหลวงพ่ออี๋เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตกันนะ



11.ถนนสายอาหารยามค่ำ
ถนนสายเล็กๆ กลางเมือง ไม่ได้มีความโดดเด่นอะไรมากมาย ที่ชอบคือเป็นถนนยามค่ำที่เรียบง่ายไม่มีการปรุงแต่งใดๆ ขายอาหารทั่วไป เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ผัดไท ที่สะดุดใจคือความเรียบง่ายไม่แสแสร้งนี่เอง ส่วนที่สะดุดตาคือก๋วยเตี๋ยวไก่แบบบุปเฟ่ เติมเครื่องกันแบบไม่อั้น และที่สะดุดลิ้นคือขนมหวาน ใครชอบกินขนมไทยน้ำกะทิเชิญที่นี่ครับ




12.ป่าหลากสี
รู้สึกแปลกใจไม่น้อยเมื่อพบว่าเมืองสัตหีบนั้นมีภูเขาโอบล้อมอยู่โดยรอบ แม้เกาะต่างๆ ก็มีป่าปกคลุม ป่าที่พบมีทั้งป่าชายเลน ป่าชายหาด ป่าดิบแล้ง และป่าดิบแล้งนี่เองที่พบว่าช่วงนี้มีสีสันหลากหลาย เขียว แดง ส้ม ผสมผสาน สร้างความงดงามจนทำให้อยากเดินเข้าไปสัมผัสใกล้ๆ



ความจริงการเดินทางมาเที่ยว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี คราวนี้มีเรื่องอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากแต่ตัดเอามาให้ดูกันแต่เพียงเท่านี้ก่อน ซึ่งหวังว่าโปรเจคต์ “สัตหีบเมืองต้นแบบท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal” หรือที่ผมเอามาดัดเป็น “สัตหีบ 12 จุดสะดุดใจ” จะก่อประโยชน์ไม่มากก็น้อยและหวังว่าทุกท่านที่เข้ามาดูเข้ามาอ่านจะติดตามไปเที่ยวกระทั่งก่อเกิดเป็นความสุข ส่วนตอนหน้าจะนำเรื่องและภาพเกาะแสมสารมาเล่าเพิ่มเติมโปรดติดตาม ขอบคุณครับ


* ขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกองทัพเรือ