หินตกริเวอร์แค้มป์ งาม ง่าย ได้จนคนรักเต็นท์ที่ต้องการความสะดวกสบาย


ผมได้ยินชื่อ "หินตกริเวอร์แค้มป์” มาระยะหนึ่งซึ่งไม่เคยคิดว่าจะได้มาสัมผัส ที่ไม่คิดเพราะว่าดูเหมือนตัวเองจะไม่มีวาสนาหรือมีกิจใดไปทำบริเวณนั้น โชคดีที่ได้มาร่วมทริปเดินทางด้วยรถไฟจากโปรเจคต์ “คิด...แล้วไปให้ถึง” ก็เลยมีโอกาสสัมผัสที่พักแบบแค้มป์ริมน้ำที่มีความโดดเด่นเรื่องเต็นท์ซึ่งมันหรูหราพอสมควร


มุมเก๋ๆ ด้านหน้า คงมีเจตนาให้ระลึกถึงแค้มป์ในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง


ประตูทางเข้าให้อารมณ์แบบค่ายกลางป่า


อันนี้เป็นอาคารเก็บวัสดุอุปกรณ์ไม่ใช่ที่พักแต่ออกแบบได้น่าสนใจ


มีเพื่อนบางคนบอกว่าอยากมาที่นี่เพราะบ้านพักเขาทำเป็นเต็นท์หรูหราดูดี หรืออีกนัยหนึ่งเขาทำเต้นท์เป็นบ้าน หลังจากได้เข้าไปเยือนและพักค้างผมสรุปในขั้นต้นว่าหินตกริเวอร์แคมป์แบ่งพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ คือ บ้านพัก (เต็นท์), สนามหญ้าและสวน, ส่วนต้อนรับ ห้องอาหาร และบริเวณริมน้ำ






ส่วนต้อนรับอยู่ริมหน้าผาชิดติดแม่น้ำแควน้อย

บ้านพักของหินตกริเวอร์แค้มป์เป็นเต็นท์ชั้นดี เป็นเต็นท์ที่ทำจากผ้าใบหนามาก (มากๆ) เหมือนเต็นท์ทหารในยุคก่อน โดยผู้ออกแบบได้สร้างโครงสร้าง (พื้น) บ้านและห้องน้ำขึ้นมาก่อน จากนั้นวางเต็นท์ขนาดใหญ่ลงบนพื้นอีกทีหนึ่ง จัดการขึงให้เกิดความแน่นหนา หากมองจากภายนอกจะพบว่าหลังใหญ่พอประมาณแต่เมื่อเข้าไปข้างในจะพบว่ามันใหญ่มากทีเดียว ยิ่งรวมห้องน้ำด้านหลังเข้าไปด้วยมันใหญ่กว่าบังกะโลที่เคยพักเสียอีก






เต็นท์อยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของต้นไม้น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์




ภายในเต็นท์ วางเตียงขนานไปทางขวา มีไฟหัวเตียงให้ความสว่างอย่างพอเพียง สิ่งที่ยังคาใจหรือติดใจคือเสื่อที่นำมาปูพื้นนั้นนุ่มมาก คล้ายเสื่อเตยปาหนันของกระบี่แต่ไม่ใช่ 






ส่วนห้องน้ำใช้วัสดุแตกต่างไปจากเต็นท์แต่ไม่รู้สึกแปลกแยกแต่อย่างใด




ระเบียงหน้าบ้านกว้างขวางมีโต๊ะเก้าอี้และเตียงผ้าใบไว้ใช้สอย




สำหรับการตกแต่งภายในผู้ออกแบบจัดวางเตียงไว้ทางด้านขวา (เตียงคู่) ฝั่งซ้ายเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง ทีวี ตู้เย็น โต๊ะทำงาน และที่แขวนเสื้อ ด้านในสุดซึ่งเป็นห้องน้ำถูกกันออกไปด้วยประตูเต็นท์ทางด้านหลัง หากบอกว่าแรกเห็นก็รักก็ดูจะเว่อร์ไปหน่อยแต่เชื่อเหอะผมคิดอย่างนั้นจริงๆ รักเพราะส่วนตัวเป็นคนนอนเต็นท์ อยู่กับเต็นท์มาทั้งชีวิต (สายเที่ยวป่า) พอมาเจอเต็นท์ชั้นดีที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแบบนี้ก็หลงรักสิครับ


ในหลายๆ จุดของสวนจัดวางชิงช้าไม้ไผ่ขนาดใหญ่เอาไว้ใช้สอย




สนามหญ้าส่วนกลาง








อาคารห้องอาหารเน้นการตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติเกิดควากลมกลืนกับสภาพแวดล้อม


ในส่วนอื่นๆ ก็ทำได้ดีแต่ไม่ได้เน้นความหรูหรานอกจากการดีไซน์ให้เข้ากับสภาพแวดล้อม เริ่มตั้งแต่สวนที่ออกแบบให้มีลักษณะแบบสวนป่า แต่มีสนามหญ้าไว้จัดกิจกรรม ห้องอาหารเป็นอาหารไม้ริมผา ผนังเปิดโล่งมองเห็นทัศนียภาพภาพขุนเขาและแม่น้ำแคว ส่วนที่โดดเด่นเรียกแขกได้มากคงเป็นสระริมน้ำกับแพริมน้ำ โดยเฉพาะช่วงเช้าๆ นั้นสวยงามมากเนื่องจากมีสายหมอกขาวโพลนปกคลุมเต็มไปหมด






สระทรงกลมลดหลั่นอยู่ริมผา อยู่ชิดติดแม่น้ำแควน้อย แม้ไม่ใหญ่โตแต่สร้างความสุขได้มาก

แม้ว่าได้เข้ามาสัมผัสหินตกริเวอร์แค้มป์ในช่วงสั้นๆ (ไม่ถึง 24 ชม.) แต่พอสรุปได้ว่าที่นี่บ้านดี สวนดี อาหารดี รวมๆ คือดี ทำให้การพักผ่อนเป็นไปด้วยดี ใครอยากพักแบบนิ่งๆ เงียบ ท่ามกลางความสุขสงบผมว่าที่นี่เหมาะมาก แต่อย่ามาชนวันที่มีคนเข้ามาพักมาทำกิจกรรมกันเต็มพื้นที่นะอันนั้นมันต้องอึกทึกครึกโครมแน่นอน เรื่องวันให้เหมาะ เรื่องคืนที่ใช่ไปกับคนรักก็ได้ ไปกับครอบครัวก็ดี มันดีเชื่อเหอะ






บรรยากาศยามเช้าริมแม่น้ำแควน้อยกับแพของหินตกริเวอร์แคมป์


 หินตกริเวอร์แค้มป์ อยู่ใกล้ๆ พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานแห่งความทรงจำช่องเขาขาด ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี