ปากซอยอารีย์

พายุทราย พรายทะเล / 11/04/2016 11:21:19

สาย...แดดอุ่น

บ่าย...แดดร้อน

เย็น...แดดร่ม

ค่ำ...แดดร้าง

บนสะพานลอย ขอทานเฒ่าเปลี่ยนจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง จากร้อนไปสู่ร่ม “นั่งตรงทิศทางลมจะได้สบาย” เสียงยายเฒ่าบอกหลานสาวตัวเล็ก แกวางกระป๋องตังค์ลงบนพื้น มีป้ายกระดาษเก่าวางอยู่ข้างๆ ที่ป้ายเขียนว่า “เด็กกำพร้า พ่อแม่ตาย ไม่มีรายได้ ไม่มีเงินเรียนหนังสือ” แกนั่งชันเข่า เฝ้ามองคนผ่านไปมา บางทีก็ยกมือไหว้ บางเวลาก็หลับสัปหงก โดยเฉพาะช่วงบ่ายหลังกินข้าวกับแกงถุงจากลุงคนหนึ่งนำมาวางไว้ให้ ส่วนหลานสาววัยไม่เกิน 3 ขวบ นิ่งเหมือนรูปปั้น ไม่ร้อง ไม่บ่น ไม่ซน ไม่ก้าวร้าว เลี้ยงง่ายเหลือเกิน

เท่าที่เห็น คนใช้สะพานลอยแห่งนี้มีขาประจำเป็นพนักงานบริษัทในตึกสูงใหญ่ที่ผุดโผล่อยู่สองฝั่งถนน แม่ค้าจากถิ่นอื่นหามหาบไม้ไผ่มาจากไหน...ใกล้ไกลไม่มีใครรู้ รวมถึงชาวบ้านร้านถิ่นในตรอกซอกซอย...ช่วงเช้าแม่ไปส่งลูก ตอนเย็นลูกกลับมากับแม่ คนฝั่งซ้ายไปเรียนฝั่งขวา คนฝั่งขวาไปส่งลูกฝั่งซ้าย ย้อนไปย้ายมาระหว่างเช้ากับเย็น

ส่วนขาจรเป็นคนที่มาติดต่องานในบริษัทและหน่วยงานข้าราชการที่อยู่ลึกเข้าไปในซอย หรือไม่ก็คนที่นิยมการบริโภคสังเกตเห็นใครหลายคนข้ามไปซื้อก๋วยเตี๋ยวฝั่งขวา ข้ามมาซื้อขนมหวานฝั่งซ้าย ย้อนไปย้ายมาระหว่างข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ขนม นมชง

พนักงานจำนวนมากข้ามจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง ช่วงเช้าก้าวจากฝั่งขวาไปซ้าย พอตกบ่ายก้าวจากซ้ายไปฝั่งขวา

พนักงานฝั่งขวาข้ามไปกินข้าวฝั่งซ้าย พนักงานฝั่งซ้ายย้ายมากินข้าวฝั่งขวา สลับกันไปมาราวโลกนี้ไม่มีความลงตัว

เมื่อวานตอนเที่ยง หนุ่มสาวชาวออฟฟิศคู่หนึ่งเดินหยอกล้อพะนอรัก ผ่านไปไหนใครๆ ก็อิจฉา พอตกเย็นเธอกับเขาจากกันไปคนละทาง ถ่างกันคนละมุม ก่อนจากมีปากเสียงกันกลางสะพานลอย มีคนไม่น้อยเห็นเหตุการณ์นั้นรวมทั้งคนที่แอบบอิจฉาเธอเขาในช่วงเที่ยงด้วย

เรื่องราวระหว่างวันแปรผันเล็กๆ น้อยๆ ไม่ถึงกับซับซ้อน แค่ย้อนทางก็เท่านั้น

เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ ฉันนั่งมองคนเหล่านั้นมาสามวันแล้ว ฉันนั่งอยู่ที่เดิม เขาห้ามข้ามฝั่ง ฉันนั่งจำๆๆๆ จดๆๆๆ จดทั้งวัน จดตามโจทย์ โจทย์บอกว่าให้จดจำนวนคนที่ข้ามสะพานลอย วันหนึ่งมีจำนวนเท่าไหร่ หญิงชายกี่คน เข้าใจว่าจะเอาสถิติไปทำอะไรซักอย่าง ฉันไม่อยากถาม ฉันไม่อยากรู้

ฉันมีคู่นั่งเคียง เธอมาจากเมืองเหนือ ฉันมาจากอีสาน เรามีเวลาคุยกันบ้างบางครา เธอเรียนจบจากสถาบันที่ดี แต่ที่ไม่ดีคือยังหางานประจำทำไม่ได้ ที่ดีคือเธอไม่ท้อหรือรอคอยโชคชะตา กว่าจะมานั่งตรงนี้เธอข้ามสะพานลอยมาหลายแห่ง รอนแรมรับจ้างมาหลายที่ ไม่คิดถอยหลังให้เวรกรรม ส่วนฉันมาจากอีสานทำงานมาหลายรูปแบบ ตั้งแต่ดี ดีมาก กระทั่งมานั่งจดจำอยู่ตีนสะพายลอย ฉันไม่ดีเหมือนเธอตรงที่ฉันเพ้อ ท้อ และเคยถอย เคยนั่งคอยโชคชะตา ที่มีคล้ายๆ กันคือชีวิตยังต้องเดิน แม้ไม่เพลินแต่เพื่อรอด

ค่ำนี้ เราแยกย้ายหลังส่งงานให้เจ้านายได้ค่าแรงมาต่อชีวิต เธอเดินข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง ฉันข้ามมาอีกฝั่งหนึ่ง ฉันคิดว่าเราอาจมีโอกาสเจอกันอีกไม่วันใดก็วันหนึ่ง ตราบใดที่เธอยังไม่มีงานประจำ ตราบใดที่ฉันยังจำและจดบันทึกได้

ไม่แน่นักพรุ่งนี้เธออาจเป็นหนึ่งในพนักงานที่ฉันจดจานลงบนแผ่นกระดาษ ไม่แน่นักเด็กน้อยขอทานอาจเป็นหนึ่งในคนสร้างสะพานลอยในอนาคต เธอทั้งคู่อาจเป็นสถิติหนึ่งที่ฉันจด-จำ

ราตรีไร้แดดเพิ่งเริ่มต้น คนยังใช้สะพานลอย ฉันไม่รู้ว่าสะพานลอยในช่วงดึกเป็นอย่างไรเพราะไม่มีหน้าที่บันทึก เข้าใจไปเองว่าคนย้อนไปย้ายมาน้อยลง คงไม่มีใครย้อนไปย้ายมาระหว่างดึกเหมือนกลางวัน

เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ ตรากตรำสะพานลอย

Facebook Leave a Comment