เกาะสุกร

พายุทราย พรายทะเล / 12/05/2016 22:35:07


ท่าเรือเสียมไหมยามเช้า

เกาะสุกรเป็นเกาะหนึ่งในหลายสิบเกาะในน่านน้ำจังหวัดตรัง ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพประมงและเกษตรกรรรม การทำประมงเป็นประมงขนาดเล็ก
ทำเล็กๆ แบบพออยู่พอกิน พอเพียงก็เพียงพอ ส่วนอาชีพเกษตรกรมีทั้งปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นวัว ควาย แพะ พืชที่นิยมปลูก
คือข้าว แตงโม  ยางพารา ส่วนผลไม้อื่นๆ มีบ้างประปราย เช่น มะม่วงหิมพานต์ เงาะ

ด้วยเกาะสุกรมีพื้นที่ราบสลับเชิงเขาจึงเห็นทุ่งราบโล่งริมทะเลเป็นทุ่งกว้างใหญ่ เอาไว้ปลูกข้าวและแตงโม ถ้ามาเที่ยวในช่วงเดือนตุลาคมจะพบว่า
ทุ่งราบกลายเป็นทุ่งกล้าเขียวชรอุ่ม หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวชาวบ้านเขาปลูกแตงโมต่อ  ว่ากันว่าแตงโมที่นี่หวานได้ใจ ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เห็นว่าควร
มาเยือนที่สุดเห็นจะเป็นช่วงตุลาคมไปจนถึงเมษายน เพราะหลังจากพฤษภาคมไปแล้วจะเข้าสู่ช่วงมรสุม แต่ทั้งนี้เกาะสุกรอยู่ไม่ไกลจากฝั่งจึงข้ามไป
เที่ยวได้ตลอดปี (ใครบางคนบอกว่าฝนตกบนเกาะสุกรนั้นโรแมนติกยิ่งนัก ผมว่าฝนตกทะเลโรแมนติกทุกที่นะ) 


ศาลาพักผ่อนบริเวณท่าเรือเสียมไหม

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบตะวันดวงใหม่ลอยเลื่อนผ่านเส้นขอบฟ้า ส่องแสงกระจ่างจ้าทาทาบท้องทะเลต้องมาที่ท่าเรือเสียมไหม
ก่อนตะวันขึ้นเราจะพบว่าชาวบ้านออกเดินทางไปฝั่งแผ่นดินกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ออกไปก่อนแสงอาทิตย์จับขอบฟ้า ออกไปก่อนนกกาออกมาหากิน


ตะวันยามเช้า บันทึกภาพบริเวณท่าเรือเสียมไหม



ช่วงเช้าชาวบ้านบางส่วนออกมาพบปะพูดคุยกันที่ร้านกาแฟ ร้านข้าว อาหารเช้าที่นิยมบริโภคคือชา กาแฟ ข้าวเหนียวสังขยา ปาท่องโก๋
ข้าวเหนียวหน้ามะพร้าว ส่วนที่หนักท้องขึ้นมาหน่อยเป็นพวกข้าวหมกไก่ เส้นหมี่ราดด้วยแกงกะทิ มีทั้งหมี่แดงและหมี่ขาว 


ชา กาแฟ ขนมนมเนยและปาท่องโก๋เป็นอาหารเช้าที่ขาดเสียมิได้




ข้าวหมกไก่


หมี่แกงกะทิ มีน้ำพริกกะปิกับผักสดด้วย



ควายบนเกาะสุกรเป็นควายที่นิยมสปามากกว่าควายในที่อื่นๆ ยามเช้าอาบน้ำแช่โคลน แดดร้อนนอนเล่นใต้ร่มไม้ บ่ายถึงช่วงเย็นออกมาทำสปาอีกครั้ง
ช่วงหน้าแล้งกลุ่มควายจะลงไปอาบน้ำทะเล โต้คลื่นด้วยความสนุกสนาน นับเป็นควายทะเลตัวจริงเสียงจริง ไม่ค่อยเห็นในพื้นที่อื่น




ผืนนาหน้าแล้งปล่อยให้ผืนดินแห้งรอคอยม่านฝนช่วงมรสุม



หน้าตาแตงโมบนเกาะสุกร



เกาะสุกรมีคลองหลายสายผาดผ่าน เราจึงเห็นป่าชายเลนกระจายตัวไปทั่วทั้งเกาะ



บ้านไม้เก่าแก่ แบบดั้งเดิมยังมีให้เห็นอยู่จำนวนหนึ่ง



บ้านรุ่นใหม่ใช้คอนกรีตเป็นโครงสร้างหลัก แต่ละหลังทาสีฉูดฉาดบาดใจ



ผืนทรายบนเกาะสุกรส่วนใหญ่สีคล้ำไม่งามเหมือนเกาะอื่น แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่ามันสกปรก ทรายทุกเม็ดสะอาดเหมือนกันหมด



ผืนทรายสีขาวมีอยู่จุดเดียวคือที่บ้านทรายทอง (หมู่ 4) ทรายที่นี่งามดุจปุยแป้ง ไม่น่าแปลกใจที่บริเวณนี้มีความเจริญคล้ายเป็นเมืองหลวงของเกาะ



เรือประมงจอดหลบลมอยู่ในป่าชายเลน



มัสยิดอัสซอลาหุดดิน ตั้งอยู่ที่หมู่ 3



การเดินทางบนเกาะสุกรนิยมใช้รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างเป็นหลัก รองลงมาคือจักรยานกับมอเตอร์ไซค์ ส่วนรถยนต์เห็นอยู่คันเดียว เป็นรถของรีสอร์ต
เอาไว้ส่งลูกค้า




น้ำผุด (น้ำจืดริมทะเล)

ริมทะเล มีอยู่จุดหนึ่งที่ชาวบ้านพบบ่อน้ำผุด เป็นบ่อน้ำจืด ก็เลยกลายเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก แต่เมื่อคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนพบว่ามันเป็นตาน้ำใต้ดิน
ผุดผ่านดินหลายชั้นจนสะอาดและจืดดังที่เป็น หากไปเยือนควรหาโอกาสไปชิมครับ


นักเดินทางบนเรือหัวโทง เรือโดยสารที่ใช้เดินทางเชื่อมระหว่างท่าเรือตาเสะกับท่าเรือเสียมไหม เกาะสุกร  ค่าโดยสารคนละ 30 บาท (ตลอดทั้งวัน)



จากท่าเรือตาเสะ มองเห็นเกาะสุกรทอดตัวอยู่กลางทะเล



มีหลายมุมของเกาะสุกรที่มองเห็นเกาะแก่งน้อยใหญ่ เช่น เกาะเภตรา เกาะเหลาเหลียง และแผ่นดินทุ่งหว้าในเขตจังหวัดสตูล ที่เห็นในภาพคือเกาะเภตรา



เนื่องด้วยเกาะสุกรมีภูมิประเทศเป็นภูเขาและพื้นที่ราบโล่ง จึงเหมาะกับการดูดาวในคืนข้างแรม ที่เห็นในภาพถ่ายจากหาดโล๊ะใหญ่
(เสียดายไฟรีสอร์ตสว่างไปหน่อยก็เลยได้มาเท่านี้)


หลังจากเข้าไปเยือนเกาะสุกรสองสามวันพอสรุปได้ว่าเกาะสุกรเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความแปลกไปจากเกาะอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง
คือเป็นเกาะที่มีความหลากหลายทางภูมิประเทศ ชาวบ้านมีมิตรไมตรีดียิ่ง ผ่านไปที่ไหนมีแต่รอยยิ้ม
หากจะกล่าวว่าพวกเขามีอาวุธเป็นรอยยิ้มเห็นจะไม่ผิด อาวุธในที่นี้หมายถึงความประทับใจ นึกถึงยิ้มทีไรทำให้เราคิดถึง
ทำให้เราอยากกลับไปอีก และนี่คือเรื่องราวสั้นๆ บนเกาะฝันนามสุกร

หมายเหตุ
เกาะสุกรเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง การเดินทางที่สะดวกที่สุดคือไปขึ้นเรือที่ท่าเรือตาเสะ อำเภอปะเหลียน

ชาวบ้านบนเกาะสุกรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม นักท่องเที่ยวที่นำเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ขึ้นไปบนเกาะโปรดระมัดระวังและกรุณาให้เกียรติกันด้วย
คือเขาไม่ได้ห้ามเรา ดังนั้นถ้าจะดื่มควรดื่มอยู่ในที่ตั้ง ในที่มิชิด เช่น ในรีสอร์ต  ไม่ใช่ไปเมามายตามท้องถนน

มีคำถามว่าชื่อเกาะสุกรแต่ทำไมไม่มีหมู อันนี้มีเรื่องเล่าสองตำนาน เรื่องแรกเข้าใจว่าเคยมีหมูป่าอาศัยอยู่ชุกชุม ภายหลังได้ตายและหายไปหมดแล้ว
ตำนานต่อมาเป็นแบบนิยายทำนองว่าเรือสำเภาอัปปางลง ของที่มากับเรือสำเภากระจายไปตามเกาะต่างๆ ชาวบ้านก็เลยเรียกชื่อเกาะตามสิ่งของเหล่านั้น เช่น เกาะตะเกียง เกาะสุกร เป็นต้น





 


 

เพิ่มข้อมูลที่ต้องการ

Facebook Leave a Comment