เกาะจำ

พายุทราย พรายทะเล / 11/04/2016 11:46:40


01

เรือหางยาวลำใหญ่พานักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติล่องลอยผ่านสายลมเป็นไปบนคลองขนาน ผ่านป่าชายเลนออกสู่ความเวิ้งว้างกว้างใหญ่ของท้องทะเลอันดามัน บนเรือมีคนไทยครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเป็นฝรั่งต่างชาติ แม้คนทั้งหมดไม่เคยพบกันมาก่อน แต่ด้วยวิถีคนเดินทางย่อมมีมิตรไมตรีอันเกิดจากรอยยิ้ม

เวลาผ่านไปราว 45 นาที เรือเบาเครื่อง ชะลอความเร็ว กัปตันวัยหนุ่มพาเรามาถึงฝากฝั่ง (ฝั่งหนึ่งซึ่งใฝ่ฝัน ฝั่งนั้นคือเกาะจำ)


02

เกาะจำเป็นเกาะแปลก คือมีหลายชื่อ เช่น เกาะปู เกาะติงไหล เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะบนเกาะประกอบไปด้วยหมู่บ้านหลายหมู่บ้าน ชาวบ้านเรียกชื่อเกาะตามชื่อหมู่บ้าน ชื่อ “จำ” “ปู” “ติงไหล” ที่ใครต่อใครได้ยินจึงมีที่มาจากชื่อหมู่บ้าน คือถนัดอะไรเรียกแบบนั้น หรืออยู่ในส่วนใดก็เรียกชื่อตามส่วนนั้น ผมเรียกเกาะจำตามคำบอกกล่าวของนักเดินทางรุ่นก่อน ที่สำคัญ วันนี้ผมเลือกไปพักในเขตหมูบ้านเกาะจำ ไม่ได้พักที่หมู่บ้านปูหรือหมู่บ้านติงไหล


03


04

จากท่าเรือ “ติ๋ว” หญิงสาววัยกลางคนขับแท็กซี่มารับ ติ๋วเป็นผู้หญิงร่างเล็ก (เล็กกำลังดี) แต่ดูเข้มแข็ง นั่นอาจเป็นเพราะแววตานิ่งๆ แบบคนสู้โลก เธอนิ่งไม่แพ้ผู้ชายที่หมายมั่นเรียกตัวเองว่าชายชาตรี


05


06

แท็กซี่ที่ติ๋วขับขี่เป็นรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง  เก่าคร่ำราวมันบินไปเหยียบย่ำดวงจันทร์มาแล้ว ติ๋วพาเรามาบนถนนลาดยางสายแคบ ผ่านป่ายางพารามาจนถึงรีสอร์ตเล็กๆ เธอจอดรถ ชี้ให้ดูว่านี่คือพฤกษาเฮ้าส์ เป็นที่พักที่เธอดูแล จากนั้นเธอขี่รถคู่ใจตัดผ่านป่ายางไปบนเส้นทางเยียบเย็น ก่อนสุดทางทรายเธอเลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอสบังกะโล บังกะโลอีกแห่งหนึ่งที่เธอเป็นเจ้าของร่วมกับครอบครัว


07


08

บอสเป็นบังกะโลขนาดเล็ก มีอยู่ 4-5 หลัง ไม่มีดีไซน์อะไรโดดเด่น และไม่ต้องตาต้องใจเท่าพฤกษา ผมจึงเลือกพฤกษาเป็นที่ค้างแรม แม้ว่าไกลจากหาดทรายอยู่พอประมาณ แต่ด้วยสันดานสันโดษจึงเลือกที่นั่น


09


10

ผมเดินย้อนกลับไปพฤกษาเฮ้าส์ แบกเป้กับกระเป๋ากล้องไปที่บ้านไม้หลังเล็กทางทิศตะวันออกของป่า เปลี่ยนชุดแล้วแกว่งเท้าเชยชมตันไม้ใบหญ้า ได้พบนกกาหลายสายพันธ์สร้างรังฝันอยู่ตามคาคบ โดยรวมบรรยากาศดีเยี่ยม ส่วนตัวบ้านพักเรียบง่าย คล้ายมานอนในกระท่อมที่หลุดพ้นจากสังคมคนไทย คือเพื่อนบ้านอีกสามหลังเป็นฝรั่งกับญี่ปุ่น


11


12

ยามเย็น ย่ำเท้าไปบนทางทราย เดินไปตามทางแคบเล็ก ตัดผ่านบอสบังกะโล ผ่านป่าพรุ แล้วไปเอนกายบนหาดทรายขาวนวล  ณ ที่นี้มีเวิ้งอ่าวกว้างไกลภายใต้ผืนฟ้าครามเข้ม เลยแนวโขดหินมีเรือยอร์ชทอดสมอไม่ห่างฝั่ง มีดวงตะวันลอยเลื่อนเคลื่อนต่ำลง ฟ้าสีครามแปรเปลี่ยนไป แสงสุดท้ายทาทาบผืนน้ำฉาบฉายผืนทราย กลายเป็นทะเลทอง เป็นของขวัญมอบให้นักเดินทาง จากนั้นจึงหายลับไปกับเส้นขอบฟ้า ปล่อยให้แสงที่หลงเหลืออวดความงามต่อไปจนกระทั่งรติกาลเข้าครอบครอง


13


14

อาทิตย์หายไป แกว่งหัวใจกลับมาบนทางเดิม ตอนนี้ท้องร้องราวอดข้าวมาแรมปี ผมแวะที่บอส แวะไปเอกเขนกในกระท่อมหลังใหญ่ปลูกสร้างไว้กลางพื้นที่ บอสบังกะโลในค่ำคืนนี้ไม่เงียบเหงาจนเกินงาม นักท่องเที่ยวหญิงชายวัยไม่เกิน 25 ขวบเคลื่อนกายออกจากห้องพัก ก้าวเท้ามาปักหลักที่กระท่อมส่วนกลาง พวกเขาสั่งอาหาร พวกเราสั่งอาหาร ความสำราญบังเกิดขึ้นเมื่อกกรุ่นกับข้าวจากท้ายครัวโชยกลิ่น อาหารจากเชฟมือเก่าก่อกวนให้ท้องไส้ปั่นป่วน ไม่นานเกินรอ อาหารมื้อค่ำมาถึงโต๊ะ  ภายใต้แสงไฟสลัวเสียงพูดคุยเบาบางลง คงไว้เพียงเสียงช้อนกระทบจาน จวบจนอาหารผ่านพ้นจึงกลับมาคุยกันใหม่ คราวนี้ดังมากกว่าเดิมอาจเพราะเพิ่มรายการเครื่องดื่มเข้าไปในร่างกาย


15


16

ก่อนเที่ยงคืน ผมพาสังขารบางเล็กเดินเซมาตามทางทราย คืนนี้ดาวเต็มฟ้า บอกตัวเองเบาๆ ว่า “ราตรีไม่มืดจนเกินไป”

รุ่งเช้าอากาศหนาวเย็นกว่าที่คาดคิด คงเป็นเพราะชีวิตติดป่า ชายคาอยู่ใต้ร่มไม้ แม้อยู่ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์แต่ยังต้องนอนห่มผ้า

หลังอาหารเช้าผ่านไป ติ๋วกับลูกสาวขับแท็กซี่คันเก่ามารับ เธอพาผมไปท่องเที่ยวทั่วเกาะ แล่นไปบนถนนสายแคบ บางช่วงเป็นถนนคอนกรีต บางช่วงเป็นดินลูกรัง ถนนตัดผ่านป่ายาง ผ่านหมู่บ้านติงไหลไปจนถึงหมู่บ้านปู ได้พบเห็นวิถีชีวิตชาวเล ได้ยินเสียงฮาเฮจากคนพุทธกับมุสลิม เสียงทักทายระหว่างทางทำให้เข้าใจได้ว่าในทุกๆ พื้นที่มีความรักความสามัคคี มีเยื่อใยราวเครือญาติ มีรอยยิ้มกับความเงียบสงบเป็นสรณะ มีความอุดมของขุนเขาโอบกอด มีท้องทะเลเป็นหัวใจในการอยู่ร่วม ไม่น่าแปลกใจที่ใครต่อใครหลงใหลเกาะจำโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากหลายมุมโลก


17

ขณะผมใช้ชีวิตอยู่บนเกาะผมรู้สึกปลอดภัย ไปไหนมาไหนในที่เปลี่ยวโดยไม่รู้สึกกังวลใจ บางครั้งถามตัวเองว่า “มีเกาะที่สวยงาม เงียบสงบ และปลอดภัยหลงเหลืออยู่ในประเทศไทยอีกกี่เกาะ” ปรากฏว่าไม่มีคำตอบจากใจตัวเอง ทุกวันนี้ไปเที่ยวที่ไหนก็เกิดความระแวงระวัง ไม่ไว้ใจใคร ผิดกับที่นี่ เกาะจำคงเป็นที่เดียวที่คล้ายย้อนกลับไปสู่อดีต คล้ายคลึงเกาะต่างๆ ของไทยใน 30 ปีก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าสนใจศึกษาเพราะบ้านเราเมืองเรานั้นใช้เรื่องการท่องเที่ยวในการหาเงินเข้าประเทศ การไม่มีเหตุหมายถึงความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญในอันดับต้นๆ


18

การท่องเที่ยวไปบนเกาะนอกจากได้พบเห็นเรื่องราวดังกล่าว ยังได้พบรีสอร์ตจำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ในป่าชายหาด ส่วนใหญ่อิงแอบแนบชิดธรรมชาติ ไม่มีตึกขนาดใหญ่ ไม่มีอาคารสูงล้ำค้ำฟ้า ไม่มีผับบาร์แบบหาดป่าตองหรือพัทยา ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่บริสุทธิ์ มุ่งเน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติเป็นหลัก ด้วยมีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวเช่นนี้จะมีใครซักคนไหมที่ไม่จดจำเกาะจำ จะมีใครซักคนไหมที่กล้าลืมเกาะจำ ถ้ามี หนึ่งในนั้นคงไม่ใช่ผม เพราะหลังจากกลับมายังเพ้อถึงเกาะจำอยู่ตลอดเวลา


19

หมายเหตุ
-    เกาะจำ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จ.กระบี่ บนเกาะจำมีทั้งหมด 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านเกาะปู หมู่บ้านเกาะจำ และหมู่บ้านติงไหร เกาะจำจึงกลายเป็นเกาะ 3 ชื่อ คืออยู่หมู่บ้านไหนก็เรียกว่าเกาะนั้น เช่น อยู่หมู่บ้านปูก็เรียกเกาะปู-    การเดินทางมาเกาะจำ ขึ้นเรือที่ท่าเรือแหลมกรวด โดยนั่งรถสองแถวโดยสารประจำทางจากตัวเมือง มาลงที่อำเภอเหนือคลอง แล้วต่อรถมาลงที่ท่าเรือแหลมกรวด (ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร) ท่าเรือนี้มีเรือหางยาวโดยสารไปเกาะจำ และเกาะศรีบอยา วันละหลายเที่ยว ในเวลา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที นอกจากนี้ ยังมีเรือเหมาไปเกาะจำด้วย
 -    เกาะจำมีที่พักประมาณ 30 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นบังกะโล เสนอราคาตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักพัน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ (แบบ Backpacker) ประมาณ  90% ชาวต่างชาติรู้จักเกาะนี้ในลักษณะปากต่อปาก เสน่ห์ของเกาะคือความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว เป็นสวรรค์ของนักเดินทางที่ต้องการใกล้ชิดธรรมชาติและการพักผ่อนอย่างแท้จริง 


บรรยายภาพ
1.นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แหลมกรวด
2.ท่าเรือขนาดเล็กที่แหลมกรวด
3.สุดท้ายปลายทางที่ท่าเรือเกาะจำ
4.รูปร่างหน้าตาแท็กซี่แบบสามล้อหรือมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง
5.-6.ลักษณะบ้านเรือนชาวเลบนเกาะจำ บางหลังเลี้ยงปลาในกระชัง
7.-8. พฤกษาเฮาส์บ้านไม้ในความร่มรื่นของผืนป่า ราคาคืนละ 450 บาทเท่านั้น
9.ผ้าม่านสีสวยนำมาตกแต่งเพื่อสร้างสีสันให้พฤกษาเฮาส์
10. ด้วยบอสบังกะโลเป็นอาคารปูนชั้นเดียว ไม่มีอะไรน่าจดจำในทางดีไซน์ เจ้าของจึงใช้การเพ้นท์ผนังเป็นตัวช่วยให้เกิดความโดดเด่น
11.ผ้าปูโต๊ะเป็นเสน่ห์เล็กๆ ที่สร้างความสวยงามให้รีสอร์ตบ้านๆ อย่างบอสบังกะโล
12.ดอกไม้ในป่าชายหาด
13.หาดทรายขาวนวลที่บอสบังกะโล (ช่วงน้ำลง)
14.-16. บรรยากาศเกาะจำยามสนธยา
17.อาบแดด กิจกรรมยอดนิยมของสาวๆ ชาวต่างชาติ
18.Golden Beach Resort หนึ่งในรีสอร์ตราคาสูงของเกาะจำ
19.เวิ้งอ่าวกว้างที่เกาะปู
 

Facebook Leave a Comment