ฉันทกร เพ็ชรนิล

พายุทราย พรายทะเล / 03/05/2016 15:00:14

“ ฉันทกร เพ็ชรนิล” เขาคือศิลปิน

การเดินทางของศิลปินแต่ละคนมีบทบาทที่คล้ายกันและแตกต่างกัน บ้างสุขสมบนเส้นทางสวยงาม บ้างขมขื่นอยู่บนเส้นทางขรุขระ บ้างชนะ บ้างแพ้ แต่สุดท้ายคือการยืนอยู่ในสังคมที่เขาถูกยอมรับ ยอมรับในที่นี้หมายถึงผลงานที่ก่อร่างสร้างขึ้นด้วยมันสมองสองมือ สำหรับศิลปินรุ่นใหญ่รายนี้เดินทางไกลไปในโลกใบใหญ่ด้วยหัวใจกับวัยซน หากบอกว่าเขาเป็นศิลปินเชิงช่างที่มากมายลายเซ็นคงไม่ผิด เขาทำงานศิลปะได้ดีในทุกทาง เชี่ยวชาญในทุกสาขา จิตกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ สื่อผสม ล้วนผ่านมือแกร่งกร้านคู่นี้มาแล้วทั้งสิ้น ล่าสุดเขาเปลี่ยนตัวเองมาผลิตงานออกแบบ สนุกกับงานดีไซน์ ทั้งงานออกแบบบ้าน รีสอร์ต และเฟอร์นิเจอร์ ที่สำคัญงานทั้งหมดลงมือทำด้วยตัวเองทั้งสิ้น “ฉันทกร เพ็ชรนิล” หนุ่มใหญ่จากเกาะยอ จ.สงขลา คือคนที่เรากำลังกล่าวถึง


บ้านขาวฟ้าคือ Seascape ส่วนบ้านส้มแดงคือสร้างไว้อยู่เอง

การเดินทางของเขาเริ่มต้นตั้งแต่ยังเรียนไม่สำเร็จ คือหลังจากจบโรงเรียนเพาะช่าง เขาก้าวเท้าเข้าสู่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ขณะกำลังศึกษาเขาเริ่มต้นด้วยการทำงานศิลปะที่ถนัด กระทั่งได้งานประจำเป็นอาร์ตไดเรคเตอร์ที่สวนสยาม ทำงานอยู่ในแวดวงศิลปะอีกพักใหญ่เกิดความอยากรู้อยากเห็นจึงหนีไปทำงานบนเรือน้ำมัน เปลี่ยนแปลงตัวเองจากจับพู่กันมาจับสายยางฉีดน้ำ เปลี่ยนจากศิลปินมาเป็นคนทำความสะอาดบนเรือ (UNOCAL) เป็นเรื่องความต่างช่วงวัยซน ภายหลังได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปคุมสโตร์ ช่วงนี้ (เหมือน) กำลังไปได้ดีกับเรือชีวิต แต่เขาย่อมเป็นเขา อยู่มาอีกระยะหนึ่งก็ลาออก สาเหตุคงไม่มีอะไรมาก ความเป็นศิลปินในเลือดมันร้องเรียก เรียกให้กลับเข้าไปทำงานที่ตัวเองรัก กลับมาบ่มงานฝัน แบ่งปันจินตนาการให้ผูคนได้สัมผัส ได้รับรู้ 

ไม่นานเกินรอเขาจัดแสดงงานครั้งแรกที่ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ งานแสดงครั้งนั้นเป็นงานในรูปแบบงานโลหะ โดยนำแผ่นทองแดงขนาดใหญ่มาดุนให้เกิดลวดลายแบบลายไทยประยุกต์ ก่อเกิดเป็นงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตน ทั้งยังเป็นที่ยอมรับจากสาธารณะชนคนเสพงานศิลป์รวมถึงศิลปินดัวยกันเอง 



โต๊ะ-เก้าอี้บนเทอเรซริมทะเล งานดีไซน์ของคุณฉันทกร เพ็ชรนิล นอกจากออกแบบเองยังลงมือทำเองทั้งหมดด้วย
 

จากศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ผลงานถูกนำไปแสดงที่ประเทศมาเลเซียในรูปแบบศิลปะสัญจร ภายหลังขายงานจนหมด หลงเหลือให้เก็บไว้ชื่นชมอยู่ชุดหนึ่งซึ่งแขวนประดับอยู่บนฝาผนังในสตูดิโอที่บ้านSEASCAPE ต.คลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

หลังจากจากนั้นเขาหันมาจับงานสื่อผสมอยู่พักใหญ่แล้วเปลี่ยนเส้นทางจากศิลปินมาสู่สังคมออกแบบอันเนื่องมาจากการย้ายถิ่นฐานจากกรุงเทพฯ มาอยู่เกาะสมุย จ. สุราษฎ์ธานี ที่นี่เขากลายเป็นสถาปนิก กลายเป็นมัณฑนากร กลายเป็นคนจัดคอนเสิร์ต งานออกแบบส่วนใหญ่หนีไม่พ้นบ้านพัก ผับ บาร์และเวที (ออกแบบให้พรรคพวกที่ใกล้ชิด) หนึ่งในนั้นที่ยังเป็นตำนานและเป็นที่รู้จักมาจนถึงทุกวันนี้คือ เรกเก้ผับ ผับเท่ๆ บนเกาะสมุยในยุคก่อนเก่า มีอายุราว 20 กว่าปี

เกาะสมุยยุคโน้นมีความสวยงามทางธรรมชาติพอๆ กับความดิบเดิม มันทำให้เขาหลงใหล หัวใจครึ่งดวงตกหล่นอยู่บนเกาะสวรรค์ เขาใช้ชีวิตอยู่หลายปีราวเกาะสมุยเป็นเรือนตายหรือบ้านหลังสุดท้ายที่ต้องการพักพิง แต่ชีวิตไม่ง่ายอย่างนั้น ช่วงสุดท้ายที่เกาะสมุยไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น เหมือนเดินมาถึงทางตัน สมุยเกาะสวรรค์ก็พลันเปลี่ยนไป ที่สำคัญ ความเปลี่ยนครั้งใหญ่มาจากผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกลายมาเป็นภรรยาคู่ชีวิต ผู้เดินทางร่วมทุกข์ร่วมสุขจนถึงทุกวันนี้

วิถีพาเขาหันหน้าเข้าหากรุง มุ่งตามหาชีวิตศิลปินที่หายไป วันหนึ่งเข้าไปขลุกกับวงการภาพยนตร์ในตำแหน่งที่ตัวเองถนัดคืออาร์ตไดเรคเตอร์ พร้อมกันนั้นก็จับงานอื่นๆ ไปพร้อมๆ กัน แต่งานส่วนใหญ่ยังเป็น Commercial art ไม่ได้เป็นศิลปะบริสุทธิอย่างที่ตั้งใจ วิญญาณเดิมเริ่มสะกิดเตือน เพื่อนๆ เริ่มถามหางานอันเป็นตัวตน มาถึงตรงนี้เขาตกผลึกพอรู้ว่าชีวิตหลังจากนี้จะทำอะไร ทว่างานใหญ่ที่รออยู่ตรงหน้าคือการแสวงหาที่ยั่งยืน เขากับภรรยาตัดสินใจหนีเมืองหลวงด้วยการไปสร้างบ้านบนผืนทรายปลายอ่าวคลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และที่นี่คือที่สุดท้าย (ยืนยัน) ไม่ย้ายไปไหน เขาวางแผนการอย่างมีระบบระเบียบ โดยวางงานศิลปะอันเป็นที่รักไปอยู่ในกระบวนการสุดท้าย



งานดุนทองแดง งานเก่าเก็บในยุคแรกๆ

บ้านขนาดใหญ่สไตล์กรีซถูกร่างขึ้นบนแผ่นกระดาษขาวขุ่นภายในบ้านเช่ากลางตลาดคลองวาฬ
เขาเทียวไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพกับคลองวาฬ กระทั่งได้รู้จักกับผู้รับเหมารุ่นน้องคนหนึ่งซึ่งเข้ากันได้ดี
บ้านลงเสา เทปูน ผู้รับเหมามีหน้าที่ก่อ เขามีหน้าที่คุม ช่วงบ้านใกล้เสร็จเขาลงมือออกแบบและผลิตโคมไฟ
จากโลหะ ซึ่งหนีไม่พ้นทองแดงที่ตัวเองถนัด เริ่มออกแบบลงมือทำโต๊ะเก้าอี้ ซึ่งมันเสร็จพอดิบพอดีกับตัวบ้าน
(เวลาประมาณใกล้เคียงกัน) จากนั้นเริ่มงานตกแต่งห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ นำของสะสมเข้ามาจัดวาง
บ้านเริ่มลงตัว เป็นไปตามที่คิด เป็นไปตามที่สมองกำหนดไว้ แต่มีปัญหาอยู่นิดหนึ่ง คือเขาออกแบบให้บ้าน 3 ชั้น
หลังนี้มี 5 ห้อง เพื่อรองรับญาติสนิทมิตรสหาย เปิดตัวในลักษณะคล้ายๆ โฮมสเตย์ แต่อยู่ในรูปแบบ Bed Breakfast
แขกที่เข้าพักเน้นคนพันธุ์เดียวกัน พวกที่ Walk in ไม่รับเพราะที่นี่เป็นบ้านไม่ใช่โรงแรม

อยู่มาระยะหนึ่ง เขาสร้างสตูดิโอขนาดเล็กแยกจากตัวบ้าน เริ่มกลับมาเขียนงานดรออิ้ง เขียนสีน้ำ เป็นการฝึกมือเพื่อ
ปูทางไปสู่จุดหมายที่วางไว้

ช่วงปีที่ผ่านมาบ้าน SEASCAPE เป็นที่กล่าวถึงในวงกว้าง ทั้งเรื่องดีไซน์และบรรยากาศ มีคนต้องการเข้ามาพัก
มากกว่าความเป็นบ้านอย่างที่ตั้งใจไว้ในทีแรก ปัญหาที่เกิดคือเขาต้องสร้างบ้านหลังใหม่เพื่ออยู่อาศัย ส่วนบ้าน
หลังใหญ่ต้องปล่อยให้เป็นที่พักอย่างที่สาธารณะชนคนอาร์ตอยากให้เป็น


งานดรออิ้งนู้ด

ช่วงนี้งานเขียนรูปไม่ได้หยุดลง แต่งานสร้างบ้านหลังใหม่แทรกเข้ามาแทนที่
ตอนนี้เขาสนุกกับมัน สนุกกับการเป็นสถาปนิก สนุกกับการออกแบบตกแต่งภายใน
และสนุกกับการสร้างเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับตัวบ้าน ส่วนงานศิลปะเขาบอกว่า
“ทิ้งไม่ได้ ไม่มีวันทิ้ง ตอนนี้งานออกแบบทุกชิ้นใช้งานศิลปะเข้ามามีส่วนร่วมทั้งหมด
ส่วนงานศิลปะเพียวๆ ที่คิดไว้ อีกสามสี่เดือนบ้านเสร็จ คราวนี้จะกลับมาทำอย่างจริงจัง”
ที่สำคัญคุณฉันทกร ยังบอกว่า “โปรดติดตามให้ดี ที่นี่จะกลายเป็น ART CENTER
แห่งใหม่ มีการวางแผนเกี่ยวกับงานแสดงศิลปะ วางกันยาวทั้งปี เริ่มจากกลางปีนี้
มีการเปิดสอนศิลปะในทุกๆ แขนง ทั้งเด็กผู้ใหญ่ สิ่งหนึ่งที่อยากทำก่อนคือสอนศิลปะ
ให้แม่บ้านทหารอากาศ สอนให้เขียนผ้าบาติค อะไรประมาณนี้” ช่วงสุดท้ายเขากล่าว
ด้วยรอยยิ้มราวสิ่งที่คิดคือรางวัลอันยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต


งานดรออิ้งนู้ด

การพูดคุยระหว่างหนุ่มใหญ่กับเราจบลงในช่วงเย็นย่ำ ค่ำนี้ล่ำลากันด้วยอาหาร
ตามม่านประเพณี ที่น่าสนใจก่อนจากคือคุณฉันทกรเป็นเชฟฝีมือเยี่ยมโดยเฉพาะ
อาหารไทยและไทยใต้นั้นเอร็ดอร่อยแบบดั้งเดิม รสชาติถึงกึ๋น ถึงเครื่อง ถึงอารมณ์
เหมาะแล้วที่เปิดบ้าน SEASCAPE เป็นที่พักอย่างจริงจัง

ขณะหันหลังให้บ้าน SEASCAPE เราสรุปว่าเขาคือศิลปินตัวจริง เป็นศิลปินติดพื้น
ไม่หลงใหลในความมีตัวตน รักลีวายส์พอๆ กับกลิ่นไอชนบท เป็นศิลปินที่นำงานศิลปะ
มาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประโยชน์ มีคุณค่า เป็นศิลปินมากฝีมือที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทยครับ


ฉันทกร เพ็ชรนิล 

 

Facebook Leave a Comment