อัศจรรย์ป่าภูเรือ

พายุทราย พรายทะเล / 04/09/2018 17:51:28




อัศจรรย์ภูเรือ (เดินป่าหน้าฝน 6.5 กิโลเมตร)

“ภูเรือ” ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มคนรักภู ว่ากันว่าถ้ามาเมืองเลยแล้วไม่ได้ขึ้นภูเรือถือว่ามาไม่ถึง ที่สำคัญอำเภอภูเรือในอดีตเคยเป็นอำเภอที่ขึ้นชื่อว่าหนาวที่สุดในประเทศเทศไทย คือเมื่อถึงฤดูหนาวอำเภอภูเรือหนาวมาก อากาศเย็นเฉียบ อุณหภูมิติดลบ ยิ่งถ้าอยู่บนภูยิ่งหนาวขึ้นไปอีก ในปัจจุบันภูเรือมีถนนขึ้นไปถึงยอดภู การเดินทางสะดวกสบายไปง่ายมาง่าย ใครๆ ก็เดินถึงยอดภูเรือกันทั้งนั้น ทั้งยังนิยมขึ้นไปดูพระอาทิตย์ยามเช้าบนยอดภูเรือกันด้วย


สายหมอกปกคลุมยอดภูเรือ แม้ว่าตอนนี้เป็นเวลา 9.00 น.




เนื่องจากยอดภูเรือไปง่าย คนที่มาเที่ยวภูเรือจึงเป็นนักท่องเที่ยวทั่วๆ ไป ไม่ได้หมายถึงคนเดินป่า คนรักภู การเดินป่าภูเรือในช่วงหลังๆ จึงหายไปจากสาระบบ ป่าอุดมพร้อมทั้งสายน้ำสวยจึงถูกลืมเลือน ปัจจุบันเกือบไม่มีใครเดินป่าภูเรือกันแล้ว ทั้งยังเกือบไม่มีใครรู้ว่าภูเรือมีเส้นทางเดินป่าที่อุดมด้วยพรรณไม้นานา แต่คนดูดาวรักดาวยังชอบขึ้นมานอนดูดาวกลางป่าสนบนยอดภูเรือเพราะเป็นจุดดูดาวที่ดีมากอีกจุดหนึ่งของไทย โดยเฉพาะบริเวณริมหน้าผา


ต้นน้ำ


 

การเดินป่าภูเรือเป็นการเดินเท้าเหยียดยาวราว 6.5 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินป่าที่สวยงามมากที่สุดเส้นทางหนึ่ง ด้วยความสำคัญดังกล่าวทาง khobjaithailand.comจึงถือโอกาสกลับมาฟื้นฟูเส้นทางอันสำคัญต่อการท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติสายนี้ด้วยการนัดหมายกับผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดเลย รวมถึง “น้องเอ” สาวสวยสายเดินป่าประจำสำนักงานเลยในเช้าวันหนึ่งท่ามกลางฤดูฝนที่ฉ่ำชื้น ซึ่งเช้านั้นเรามิอาจคาดเดาได้ว่าจะมีฝนร่วงหล่นลงมาหรือไม่อย่างไร เราไม่รู้ด้วยว่าเส้นทาง 6.5 กิโลเมตรจะมีสภาพเป็นเช่นไร เอาเป็นว่าด้วยประสบการณ์เดิมที่ผมเคยเดินเมื่อหลายปีก่อนจะพาเราไปพบสิ่งสวยงามตามธรรมชาติและเชื่อว่าจะปลอดภัยจากระยะทางดังกล่าว

วันนี้เราเปลี่ยนจุดหมายปลายทางยอดนิยมจากยอดภูที่ปกคลุมด้วยสายหมอกหนามาที่ลานสนแค้มป์สองเพื่อเดินลงไปสู่พื้นราบด้านล่าง เป็นการเดินลงเขา ไม่ใช่ขึ้นเขา ดังนั้นจึงลดทอนความยากลำบากและความเหนื่อยลงไปได้บ้าง แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เหนื่อยนะเพราะมีหลายช่วงต้องเดินขึ้นเขาเหมือนกัน และมีบางช่วงต้องเดินข้ามธารน้ำด้วย


น้ำตกหินสามชั้น

9.00 น. เราก้าวเท้าผ่านแนวต้นสน ผ่านสายหมอกขาวโพลนเข้าไปในป่าทึบ เส้นทางร้างรอยเท้ามนุษย์ฉ่ำชื้น เปียกแฉะต่อไปนี้สามชีวิตในป่าภูเรือจะพบอะไรบ้างยังไม่รู้ แต่เท่าที่มีประสบการณ์เราจะเจอน้ำตกหินสามชั้น ธารน้ำลาดเหมือดแอ น้ำตกห้วยไผ่ สายน้ำใสที่ซ่อนตัวเองจากสายตามนุษย์ 

การเดินป่าช่วงนี้เป็นทางเลือกที่ดีอย่างหนึ่งคือป่าชุ่มไม่มีแดด ไม่ร้อน และไม่ดีอย่างหนึ่งคือป่ารกชัฏ ต้องคลำทาง ต้องสมาธิมั่นไม่ประมาทเพราะถ้าพลาดพลั้งอาจลื่นล้มและหลงได้โดยง่าย ผมกับสมาชิก khobjaithailand เคยเดินเส้นทางสายนี้มาแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน ทางเดินช่วงแรกเรียบๆ ง่ายๆ สบายๆ แบบปล่อยให้ตายใจ ลักษณะป่าอาจแบ่งออกเป็นสองแบบ ทางด้านซ้ายของทางเดินเป็นป่าสน ป่าเหียง ซึ่งเป็นป่าโปร่งแบบป่าเต็งรัง ส่วนทางด้านขวาเป็นป่าดิบ มีสายน้ำรินไหลเคียงข้างตลอดเส้นทาง ส่วนจุดถ่ายภาพและจุดพักเราแบ่งออกเป็น 5 จุด ใหญ่ๆ คือ จุดที่ 1 น้ำตกหินสามชั้น จุดที่ 2 บริเวณธารน้ำลาดเหมือดแอ จุดที่ 3 ก่อนข้ามธารน้ำ จุดที่ 4 น้ำตกห้วยไผ่ และจุดสุดท้ายคือห้วยท่าวัด


ธารน้ำสายเล็กจากน้ำตกหินสามชั้น

จุดที่ 1 น้ำตกหินสามชั้น
น้ำตกหินสามชั้นเป็นน้ำตกขนาดเล็ก แต่น่ารักด้วยมีสายน้ำใสสะอาดรินไหลผ่านชั้นหินลดหลั่นลงมาถึงสามชั้น ส่วนบรรยากาศโดยรวมชรอุ่มชุ่มเขียวด้วยมอสเฟิร์มและป่าที่อุดมถึงขีดสุด เป็นป่าที่น่าจับต้องมากครับ




ธารน้ำลาดเหมือดแอ

จุดที่ 2 ลาดเหมือดแอ
ลาดเหมือดแอเป็นธารตื้นๆ แต่น้ำไหลแรงมาก ที่น้ำไหลแรงอาจเป็นความลาดชันของลำธาร ตัวลำธารกว้างเหมาะกับการเล่นน้ำแบบสไลด์เดอร์ (สองสาวนักย่ำไพรถึงกับออกปากว่าน่าเล่นมากค่ะ) เสียดายเราไม่มีเวลามากขนาดนั้น เสียดายไม่ใช่วันท่องเที่ยว หากนี่คือทริปเก็บภาพเพื่อการเผยแพร่ ดังนั้นจึงมีเวลาเพื่อการบันทึกความทรงจำเก็บลงกล้องเท่านั้น ถ้าต้องการเริงร่าลงเล่นน้ำคงต้องโอกาสหน้า


มอสเฟิร์นพบตลอดทาง


หญ้ากงจักรบนทางเดินซึ่งเป็นแผ่นหิน


ไม้ดอกซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้า


ไม้ดอกชนิดนี้มีลักษณะคล้ายมอนิ่งกลอรี่


ดอกเปราะภู


ดอกเทียนน้อยพบใกล้ธารน้ำ


ป่าไผ่แน่นหนา บางจังหวะล้มปิดเส้นทาง หาทางเดินแทบไม่เจอ


จุดที่ 3 ข้ามธารน้ำ
จากลาดเหมือแอทางเดินเริ่มลาดชันเป็นลำดับ ปรากฏป่าไผ่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ แน่นจนมองไม่เห็นทางเดิน กอปรกับหญ้าที่ขึ้นสูงทำให้เราต้องหยุดดูและทดลองดู+ทดลองเดินในรัศมีใกล้ๆ จึงพบว่าทางเดินที่แท้จริงไปทางไหน ต้องบอกกันตรงนี้เลยว่าถ้าไม่มีประสบการณ์อย่าเดินเองโดยเด็ดขาด ยิ่งช่วงสุดท้ายก่อนข้ามธารน้ำขนาดใหญ่นั้นชวนหลงเป็นที่สุด ผมต้องออกแรงข้ามไปข้ามมาสองสามครั้งจึงพบว่าเส้นทางจริงๆ อยู่ตรงไหน (เกือบหลง)


จุดนี้ต้องเดินข้ามธารน้ำ เพื่อข้ามไปสู่ภูอีกลูกหนึ่ง



 
น้ำตกห้วยไผ่ ไฮไลท์ของการเดินป่าครั้งนี้

จุดที่ 4 น้ำตกห้วยไผ่
หลังข้ามธารน้ำเราเดินกันเหยียดยาว ขึ้นเนิน ลงเนิน เลาะเลียบริมผา กว่าจะถึงห้วยไผ่แรงใจก็ร่อยหรอ แต่เมื่อเดินลงมาถึงก็พบว่าสายน้ำตกห้วยไผ่นั้นงามในระดับหนึ่ง สายน้ำเต็มผา ช่วยให้ร่างกายที่อ่อนล้ามีเรี่ยวแรงขึ้นมาอย่างประหลาด น้ำตกห้วยไผ่ในหน้าฝนน้ำจำนวนมากหลากลงมาจากผาสูงก่อนรินไหลลงสู่แอ่งกว้างส่งเสียงซ่าซัดสัมผัสก่อนหิน ก่อนรินไหลหายลับไปกับแนวไพร


ห้วยท่าวัด



จุดที่ 5 ห้วยท่าวัด
ขณะเราบันทึกภาพห้วยท่าวัด เสียงฟ้าคำรามเป็นระยะ ราวส่งเสียงเตือนให้เราเร่งฝีเท้าเพราะกว่าจะถึงที่ทำการอุทยานเราต้องเดินผ่านป่าไผ่อีกกว่า 2 กิโลเมตร หลังเดินข้ามห้วยท่าวัดกระทั่งเดินออกมาสู่ป่าสนเราพบว่าระยะทาง 6.5 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินป่าแบบไม่ง่ายไม่ยาก ไม่ง่ายคือเส้นทางปิด รก มองไม่เห็นเส้นทางเดิม หลงง่าย ควรมีเจ้าหน้าที่นำทาง ที่สำคัญทางแยกหลายแยกไม่มีป้ายบอกทาง ไม่ยากคือไม่ได้โหดแบบขึ้นภูสูงชัน ช่วงที่เหนื่อยเป็นช่วงตอนท้ายหลังจากข้ามลำห้วยมาที่ห้วยไผ่รวมถึงตอนขึ้นมาจากน้ำตกห้วยไผ่ ตรงนี้มีช่วงชันที่เล่นเอาท้อไปเหมือนกัน แต่ถ้าให้สรุปตรงๆ ผมว่าเป็นเส้นทางที่น่าเดิน น่าบันทึกภาพ น่าศึกษาธรรมชาติ คือตลอดทางมีพันธุ์พืชมากมายให้เราบันทึกภาพทั้งไม้ดอกไม้ใบ มีสายน้ำชุ่มชื้นให้ชื่นใจ โดยรวมถือว่าเป็นเส้นทางสุขสมบูรณ์ที่น่าส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงศึกษาธรรมชาติ นับเป็นเส้นทางเดินป่าที่งดงามมากเส้นทางหนึ่งครับ

สำหรับผู่ที่ไม่มีเวลาเดินป่ากับระยะทาง 6.5 กิโลเมตร สามารถเลือกชมอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าแล้วเดินเลียบริมผาบนยอดภูเรือได้ คือบนยอดภูเรือมีทางเดินเล็กๆ เดินง่าย ระหว่างทางมีพันธุ์ไม้มากมายให้ชื่นชม ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเลียบริมผาที่งดงามครับ


ป่าสนบริเวณบัานพัก ใกล้ที่ทำการอุทยานฯ

หมายเหตุ
- นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินป่าภูเรือกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง อย่าเดินเองครับ
- การเดินป่า ต้องเตรียมน้ำและอาหาร แต่งตัวรัดกุม เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หมวกและรองเท้าผ้าใบ
- ภูเรือมีที่พักค้างแรม แบ่งออกเป็นสองจุด คือบริเวณบ้านพักด้านล่าง ใกล้ที่ทำการอุทยาน และบริเวณกางเต็นท์บนยอดภู
- อุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย เดินทางได้โดยสะดวก ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถขึ้นรถประจำทางปรับอากาศจากสถานีขนส่งหมอชิต กทม. มาลงที่ตลาดภูเรือ (รถออกประมาณ 21.30 น.-05.00 น.) จากนั้นเหมารถสองแถวขึ้นภูเรือในราคาประมาณ 700-800 บาท (ส่งและรับ)
ขอบคุณ
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดเลย




 

Facebook Leave a Comment