ปิตุ๊โกร ถูกใครฆ่า (ขอบใจอุ้มผาง ขอบใจไทยแลนด์)

พายุทราย พรายทะเล / 11/08/2019 11:27:37




เป็นที่ทราบดีว่าเมืองอุ้มผาง จังหวัดตาก มีพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ มีเขตติดต่อกับเมืองกาญฯ กำแพงเพชร และพม่า ผู้คนส่วนใหญ่เป็นไทยและปากาเก่อญอ  ด้วยมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ อุ้มผางจึงกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวไปโดยปริยาย นักเดินทางที่ผ่านเข้ามาส่วนใหญ่รักป่า รักธรรมชาติ ที่สำคัญป่าอุ้มผางอันกว้างใหญ่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่เปิดเผยอีกมากมาย ทั้งยังมีแหล่งที่เคยเปิดแต่ปิดไปแล้วหลายแห่ง เช่น บึงลากาโต บึงน้ำสีมรกตกลางป่า




รุ่งเช้า รวมตัวกันกลางหมู่บ้าน ทั้งคนเมืองและชาวบ้านปากาเก่อญอ

แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไปลำบากพอสมควร คือต้องเดินเท้า ต้องไปเรือ ไปรถยนต์ 4x4 ที่ไปง่ายก็มี แต่ที่สวยมากและดีมีแต่ไม่ง่าย ล่าสุด ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมามีแห่ล่งท่องเที่ยวสดใหม่คือน้ำตกปิตุ๊โกร นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจยังเข้าไม่ถึงแต่สายเป้สายป่าเข้าไปกันแล้ว ซึ่งมันถูกยอมรับว่าสวยงามแม้จะเข้าไปลำบากก็ตามที (และนั่นคือที่มาของบทความนี้ )

ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน ทาง www.rsatieo.com (อาสาเที่ยว) ได้ชักชวนผมเข้าไปเก็บขยะที่กุยเลอตอ หมู่บ้านชาวปากาเก่อญอกลางป่าอันเป็นต้นทางสู่น้ำตกปิตุ๊โกร ผมรับปาก และร่วมเดินทางไปกับกลุ่มจิตอาสาที่ประกอบไปด้วย www.manager,  www.khobjaithailand.com(ขอบใจไทยแลนด์) อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา  ช่างภาพ และเจ้าหน้าที่ ททท. (จ.ตาก) เกือบ 20 ชีวิต โดยมีจุดประสงค์ไปเก็บขยะและก่อร่างสร้างเตาเผา เราแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเข้าป่าเก็บขยะ กลุ่มสองสร้างเตา (เตาเรียบง่าย ประหยัด ใช้ได้จริง)

ต้องบอกตามตรงว่าผมไม่ได้ตื่นเต้นกับการเก็บขยะเพราะมันเป็นเรื่องไม่สนุก เก็บตามทางเดินป่าก็เคยเก็บมาแล้วเพียงแค่สงสัยว่าทำไมต้องมาเก็บในป่ากุยเลอตอ  น้ำตกปิตุ๊โกร ทั้งๆ ที่มันเป็นป่าของปากาเก่อญอผู้รักษ์ป่า เป็นป่าของนักเดินทางผู้ (อ้างว่า) รักป่า ทำไม? ทำไม?

แล้วคำตอบก็ปรากฏขึ้นในสายวันนั้น วันที่พวกเราจิตอาสาและชาวบ้านสืบเท้าเข้าป่า เดินฝ่าดงหนาม ก้าวข้ามลำธาร ผ่านเนินสูงชัน  เข้าไปถึงแค้มป์ที่พักของนักท่องเที่ยว (แค้มป์พักก่อนเดินเข้าไปสัมผัสสายน้ำปิตุ๊โกร)




การเดินทางในช่วงแรกต้องใช้ควายเหล็กข้ามเขา ข้ามน้ำข้ามลำธาร จากนั้นไปหยุดอยู่ที่รอยต่อไร่ข้าว+ข้าวโพดกับผืนป่าอุดม


สาวน้อยปากาเก่อญอในชุดเก็บขยะที่สวยที่สุดในโลก


ป่าอุดม ทางเดินเข้าแค้มป์ (ขยะ)




ฝายชะลอน้ำกลางป่า


น้ำตกสายนี้ไหลมาจากปิตุ๊โกร ผ่านด้านข้างแค้มป์ กองขยะอยู่หน้าแค้มป์ ติดธารน้ำ

 

ที่แค้มป์ เราพบขยะกองใหญ่ส่งกลิ่นเน่าเหม็น ในกองขยะประกอบด้วยถุงพลาสติก ขวดพลาสติก ขวดแก้วแตกหักแหลมคม กระป๋องอาหาร กระป๋องแก๊ส ฯลฯ ส่วนหนึ่งยากต่อการย่อยสลาย อีกส่วนหนึ่งเป็นพิษต่อชีวิตเป้นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ที่น่ากลัวคือกองขยะอยู่ติดลำธาร เป็นธารน้ำที่รินไหลลงมาหล่อเลี้ยงผู้คนในพื้นราบ รวมถึงคนเมืองอย่างเราๆ ท่านๆ




มาถึงก็ลงมือกันเลย






ผมชอบป้ายผู้สนับสนุนการทำกิจกรรมป้ายนี้มาก (ทางซ้ายสุด) มันตัดกับภาพที่เห็นอย่างรุนแรง (ปีท่องเที่ยววิถีไทย 55) แต่ถ้ามองอีกนัยหนึ่งก็ดีเพราะสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวทำดี ดีแบบที่คนไทยเคยดีตามบทวิถีที่มีมา


เก็บใส่ถุงปุ๋ย ได้ 100 กว่าถุง


อย่าทายเลยนะว่าขยะมาจากไหน...เสียเวลาเปล่า เพราะมันมาจากนักท่องเที่ยวที่อ้างว่ารักป่า รักธรรมชาตินั่นเอง  แรกเห็นกองขยะผมอึ้งเลย...อึ้งไปนานเลย คือมันเยอะมาก บอกตรงผมไม่ได้กระแดะไม่ใช่ไม่เคยทิ้งแต่ผมทิ้งสิ่งที่ทิ้งได้ กฎของคนเดินป่าจะไม่ทิ้งอะไรไว้ หรือถ้าจำเป็นต้องทิ้งจริงๆ ส่วนใหญ่ทิ้งสิ่งที่ย่อยสลายได้ เช่น ใบตอง  อะไรประมาณนั้น

ขยะกองโตถูกกลุ่มจิตอาสาคุ้ยเขี่ยราวมีงานเลี้ยงรุ่นหรือกำลังขุดทองก็มิปาน เวลาผ่านไป ยิ่งขุดยิ่งพบ ดูเหมือนไม่จบง่ายๆ เพราะมันเป็นหลุมลึกไม่ได้กองอยู่กับพื้น แต่สุดท้ายพวกเราทำสำเร็จ ขยะทั้งหมดถูกจับแยกออกเป็นประเภท ถูกจัดเก็บไว้ในถุงปุ๋ย เชื่อไหมครับเราใช้ถุงปุ๋ยในการเก็บขยะครั้งนี้กว่าร้อยใบ


ยุบลง น้อยลง และหมดไปจากแผ่นดินบริสุทธิผืนนี้


กลบหลุม


ขณะจิตอาสาเก็บขยะและกลบหลุม ผมแอบน้ำตาซึมเล็กๆ ซึมเพราะเห็นการร่วมแรงใจจากคนเมือง จากคนกลางป่า เราไม่เคยรู้จักกันแต่ช่วยกัน ยิ้มให้กัน กินน้ำจากจอกไม้ไผ่ใบเดียวกัน ที่สำคัญยังช่วยกันแบกถุงขยะออกมาจากป่าอีก มันหนักหนาสาหัสพอควร (บ่ายกว่าแล้วยังไม่มีใครได้กินข้าว) แม้ไม่ง่ายแต่ได้ใจจริงๆ คงต้องขออนุญาตกราบกันตรงนี้ กราบทุกคนไม่ว่าหญิงชาย กราบทุกคนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ กราบน้ำใจที่มีให้ทุกๆ ดวง พวกเราหวังว่าหลุมขยะที่เราเอาดินกลบจะไม่เกิดอีก ไม่เห็นอีก ไม่พบอีก...ชั่วนิรันดร์


พักเหนื่อยด้วยการถ่ายภาพร่วมกัน จากนั้นช่วยกันแบกขยะออกจากป่า กิจกรรมช่วงหลังนี้โหดมาก (แบกทั้งชายหญิง)






เหนื่อย+น่วม สาวน้อยจาก กทม. เพิ่งเรียนอยู่ ม.5 เธอสู้สุดฤทธิ ทั้งขุด ขุ้ย เขี่ย แยก เก็บ แบกออกมาด้วย  (นับถือครับ)


กลุ่มสร้างเตาเผา

ขอฝากถึงคนเดินป่า นักท่องเที่ยวสายป่า มัคคุเทศก์ รวมถึงผู้ประกอบการที่จัดทัวร์ป่า โปรดมีสำนึกในการเก็บกวาด เอาเข้าไปได้ต้องเอาออกมาได้ เข้าไปหนักกว่า ขาออกเบากว่า เอาออกมาเถอะครับอย่าให้คนกุยเลอตอต้องรับผิดชอบ อย่าให้ป่าปิตุ๊โกรร้องไห้ อย่าให้สันดานเห็นแก่ตัวละลายอยู่ในลำธารสายนั้น แต่ถ้ายังทำและทำที่นี่ พวกท่านต้องถูกลงโทษในข้อหาฆาตกรรมป่าและถูกตีตราว่าเป็นอาชญากรตลอดไป

ขอบคุณ
- ทุกท่านที่มีส่วนช่วยเหลือให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี (แม่บ้านด้วยครับ)


เสร็จงานอาบน้ำห้วย เย็นชื่นใจ ต่อจากนี้ไม่มีมลพิษมารบกวนชาวบ้านแล้ว


 

 

Facebook Leave a Comment