"ล่องแก่ง เดินป่า ตามหาบ้านมูเซอแดง" ทริป Lady Trekking ตอนที่ 3 ตอนจบ (ขอบใจบ้านมูเซอแดง ขอบใจไทยแลนด์)

พายุทราย พรายทะเล / 11/08/2019 10:50:27

จากบ้านหมาในเราเดินผ่านป่าไผ่ไปบนทางคดโค้งริมผา ทางกว้างเริ่มแคบ ทางแคบเริ่มรก ก่อนเข้าไปสู่ร่มเงาป่าปรกเราได้สัมผัสผืนนาบนภูเขา ข้าวกำลังออกรวงตั้งท้องใกล้คลอด อีกด้านหนึ่งมีเทือกเขาสลับซับซ้อน งดงาม สบายตา เหมือนกับว่าอยู่ในฝัน


บทเริ่มต้นการสำรวจทางเดินป่าสำหรับผู้หญิงในวันที่ 3


นาข้าวในหุบเขาของชาวปากาเก่อญอ บ้านหมาใน


ช่วงป่าเปิดมองเห็นสันเขาในเขตห้วยน้ำดัง


การเดินในวันที่ 3 ไม่ต้องรีบเร่ง มีเวลาดูนกชมไม้ 

 

จากผืนนาเข้ามาสู้ป่ารกหลายช่วงทางชื้นแฉะสูงชันต้องระมัดระวังกันให้มากเนื่องจากทางลื่นด้านหนึ่งเป็นหุบลึก พลาดไม่ได้แม้แค่ครึ่งก้าว

เวลาผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมงเราเดินขึ้นมาอยู่บนดอยลูกหนึ่ง บนนี้เป็นป่าตึง (ตองตึง) เป็นป่าโปร่งในลักษณะแบบเดียวกับป่าเต็งรัง  สภาพแวดล้อมโดยรวมโปร่งสบาย ใครบางคนบอกว่า “มันน่ากางเต้นท์นอน“ ใครอีกคนบอกว่า “อย่าเพิ่งนอนเพราะที่นอนยังไปอีกไกล เดินต่อเถอะ”


ป่าตึง


สายน้ำแม่แตง


ก่อไฟกองฟืนเพื่อทำอาหาร


เมนูกลางป่าหุงหาด้วยกระบอกไม้ไผ่  เป็นกับข้าวที่หอมละมุนด้วยกลิ่นฟืน


ใช้ประโยชน์จากป่าอย่างมีคุณค่า


อาหารแบบนี้ไม่มีขายในภัตรคาร


กลุ่มผีเสื้อเณรกับผีเสื้อสะพายฟ้า พบบริเวณริมตลิ่ง

 

คราวนี้เราไม่ได้เดินขึ้นที่สูงแต่เดินลงไปในหุบเหว เราเดิน เดิน เดิน เดินมาจนกระทั่งได้ยินเสียงน้ำไหล อ้ายจรัลบอกว่าใกล้ถึงจุดหมายแรกแล้ว

ขณะก้าวเท้าลงมาที่ริมฝั่ง “น้ำแตง” (น้ำแม่แตง) พบว่ามีผีเสื้อจำนวนหนึ่งขยับปีกไปมาแล้วเกาะลงตรงดินโป่งพากันดูดกินเกลือแร่ด้วยความเพลิดเพลิน ผีเสื้อที่เห็นเท่าที่จำได้มีผีเสื้อเณรกับผีเสื้อสะพายฟ้าหน้าตาหล่อเหลา


ทางเดินรกเรื้อสูงชัน ทางด้านซ้ายคือหุบเหว ก้าวพลาดไม่ได้แม้แค่ครึ่งก้าว


บางช่วงเดินสะดวก


บ้านพักที่แค้มป์ช้าง 

 

ด้วยความเหน็ดเหนื่อยผมวักน้ำล้างหน้าล้างตัว น้ำแตงเย็นเฉียบสร้างความชุ่มชื่นได้รวดเร็ว ขณะเดียวกันอ้ายจรัลกับลูกหาบหนุ่ม (ชาวปากาเก่อญอ) ช่วยกันก่อไฟ หาไม้มาทำที่นั่ง เอาไม้ไผ่มาทำกาน้ำ ทำหม้อหุงต้ม เอาใบตองป่ามาทำถ้วยชาม เป็นการใช้ชีวิตแบบแสวงเครื่อง หมายความว่ามีอะไรใกล้ตัวก็ใช้อันนั้น ใช้ให้เกิดประโยชน์แต่อยู่บนบรรทัดฐานการทำลายหรือทำร้ายป่าน้อยที่สุด เช่น กิ่งไม้ที่นำมาเป็นเก้าอี้นั่งมาจากไม้ล้มริมทาง


บทเริ่มต้นล่องแก่งกับแพไม้ไผ่ในล้ำน้ำแตง




คุณบ็อบบี้ จาก NG Flyshing ผู้พิชิตรางวัลกินรีทองคำเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเป็นไม้หน้าอาสาถ่อที่หัวแพ ส่วนอ้ายจรัลคุมท้าย


ลำน้ำแม่แตงมีหลายช่วงกันเป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์ปลา

 

ไม่นานเกินรอ ไม่รอเกินงามไข่หลามหรือไข่เผาในกระบอกไม่ไผ่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น  แกงฟักหวานเดือด เป็นอันว่ากับข้าวมื้อกลางวันพร้อมแล้ว หากถามว่าอร่อยไหม? ผมไม่รู้แต่กินเข้าไปจนพุงกาง อิ่มจนไม่อยากขยับตัว ไม่อยากเดิน อยากนอนฟังเสียงนกไพรเพลินๆ มากกว่า

จากริมธาร คราวนี้ถึงคราวตะลุยกันต่อ ไปต่อบนทางที่สุดวิเศษ เป็นทางเดินที่รู้สึกเสียวสุดๆ สายหนึ่ง คือทางเดินเส้นนี้ไม่ค่อยถูกใช้ หรือไม่ได้ใช้มานาน เป็นทางลัดที่ย่นระยะได้มาก เราต้องเดินช้าๆ ระวังให้มาก ทางเดินแคบเท่ารอยเท้า ก้าวพลาดแค่นิ้วเดียวเป็นอันจบ คือเราเดินอยู่บนไหล่เขา ทางด้านซ้ายเป็นหุบเหวที่พาเราลงไปหาน้ำแตง  ที่สำคัญทางเดินถูกปกคลุมด้วยหญ้าและไม้คลุมดินจำเป็นต้องเหยียบให้มั่นก่อนก้าวเท้าเดิน


ป่าบางช่วงกล้วยขึ้นหนาแน่น


ทัศนียภาพลำน้ำกับผืนป่า


เฟิร์นอิงอาศัยไม้ใหญ่ในการเติบโต เป็นสัญลักษณ์หนึ่งซึ่งแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า


ควายเลี้ยง เลี้ยงในป่า เป็นควายของชาวปากาเก่อญอ ลงเล่นน้ำด้วยความเพลิดเพลิน (ใครบางคนบอกว่ารู้ได้ไงว่ามันเพลิน เป็นพวกเดียวกันหรือไง ฮา)


ขนาดชาวบ้านช่วยกันดูแลป่าก็ยังไม่วายมีคนมาลักไม้ตะเคียนด้วยการเผาโคนเพื่อโค่นล้ม อนิจจา

 

หลังผ่านด่านวัดใจ เราเดินมาถึงแค้มป์ช้าง แค้มป์เก่าแก่ที่ทำเรื่องการท่องเที่ยวป่ามานมนาน ที่นี่มีบ้านพักเป็นกระท่อมไม้ไผ่ น่านอน เห็นแล้วอยากนอน แต่อย่างว่าเรานัดหมายปลายทางไว้ ดังนั้นจึงได้แต่อยากแล้วก็จาก จากลาลูกหาบปากาเก่อญอ จากไปกับแพไม้ไผ่ลำยาว มีบ็อบบี้ถ่อหัว อ้ายจรัลถ่อท้าย สามคนตรงกลางบันทึกภาพ จากจุดนี้เราไม่ต้องเดินป่าแล้ว สิ้นสุดการเดินป่าแต่เพียงเท่านี้ แพไผ่เท่านั้นที่จะพาเราไปถึงจุดหมายปลายทางได้เร็วที่สุด

ระหว่างทางเราเจอแก่งเชี่ยวขนาดเล็ก สร้างความตื่นเต้นอยู่สามสี่แก่ง ส่วนสภาพสองข้างทางเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ งดงามด้วยพันธุ์ไม้ บางครามีนกกระเต็นน้อยโฉบบินอยู่ริมตลิ่ง บางครามีแมลงปอฝูงใหญ่เคลื่อนไหวอยู่ริมน้ำ งดงามสมกับที่เราบุกป่าฝ่าดงมาจนถึงที่นี่


ข้างหน้าคือจุดหมายในคืนสุดท้าย บ้านมูเซอแดง


ของที่ระลึกกับการทักด้าย อาชีพเสริมเล็กๆ น้อยๆ ของมูเซอแดง


หมูเลี้ยง


วัวเลี้ยง


ไก่เลี้ยง


เด็กน้อยมูเซอแดงกับจักรยานล้อเดียว คันเดียวเที่ยวเล่นกันทั้งหมู่บ้าน เป็นของเล่นส่วนกลางที่ทรงคุณค่ามาก

 

ที่บ้านมูเซอแดง ผมเก็บกระเป๋าวางเป้ อาบน้ำอาบท่าแล้วลงไปล่าภาพชีวิต ทั้งชีวิตคน สัตว์ และพันธุ์ไม้ ภาพที่ล่ามาได้คือภาพหมู่บ้านมูเซอแดงขนาดเล็ก มีไม่กี่หลังคาเรือน ชาวบ้านนิยมเลี้ยงวัว หมู ไก่ ปลูกผักบ้างเล็กน้อย ส่วนใหญ่พูดไทยไม่ได้ แต่สื่อสารกันได้ เด็กส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก วัยประถมต้น เด็กเหล่านี้ต้องเดินไปโรงเรียนที่อยู่ไกลกว่าระยะทางที่เราเดินมา เช้าวันจันทร์เดินไปเป็นกลุ่ม มีผู้ใหญ่เดินคุม เย็นวันศุกร์ผู้ใหญ่เดินไปรับกลับบ้าน อยู่โรงเรียนประจำตลอดสัปดาห์ เสาร์อาทิตย์ถึงได้กลับบ้าน นั่นคือชีวิต มันไม่ง่ายเหมือนเด็กในเมืองแต่พวกเขายินดีเดิน เดินไปเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ที่พวกเขาไม่เคยรู้


ฝนกลางป่าโปรยปรายลงมาในช่วงเย็น


การร่ายรำของมูเซอแดงคือของขวัญในคืนก่อนจาก


 

ฝนตก อากาศเย็น กองฝืนกลางบ้านถูกจุดขึ้นเพื่อขับไล่ความหนาว ส่วนของขวัญอันเป็นรางวัลจากการเดินทางครั้งนี้คือการร้องและร่ายรำของมูเซอ เสียงเพลงสั้นแต่ฝันยาว  โน้ตไม่กี่ตัวพาเราเข้าสู่ภวังค์ มูเซอน้อยขยับเท้าคล้ายก้าวอยู่ในเปลวเพลิง แม้ไม่ใช่การร่ายรำที่เลิศเลอแต่ก็เผลอแย้มยิ้มไปกับความเพลิดเพลินแบบรู้ตัว


แกงปลาเค็มแห้ง อาหารเช้าที่มาพร้อมไข่เจียวแหนม ผัดผัก และผลไม้ที่ชื่อข้าวโพดต้ม




แพฝรั่งผ่านบ้านมูเซอ




เข้าวันจาก อ้ายจรัลมาถ่อหัว บ็อบบี้ทำหน้าที่ถือท้าย สลับสับเปลี่ยนจากเมื่อวาน


คุณติ๊กผู้บุกเบิกทริป Lady Trekking ลองถ่อบ้าง

 

เช้าวันใหม่ ไอหมอกปกคลุมป่า สายธารายังรินไหล บ็อบบี้หายไป ใครอีกคนยังไม่ตื่น ผมห่อตัวอยู่ในผ้าห่ม นั่งโต้ลมหนาวแรกของฤดูกาลอยู่บนระเบียง นั่งมองป่า มองฟ้า มองน้ำ มองทุกอย่างราวกลัวเลือนลืม

ยามสาย แพไม่ไผขับเคลื่อน เลื่อนไหลไปบนสายน้ำแตง ผ่านแก่ง ผ่านแนวก้อนหิน ผ่านดินโป่งโค้งตลิ่ง ผมนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนสุดทางที่บ้านสบก๋าย นี่คือชีวิตจริง เหนื่อยจริง และสุขจริง เป็นสุขร่วมเสพของทีม lady trekking ทีมสำรวจเล็กๆ ที่ผมเชื่อมั่นว่ามีคุณภาพพอ พอในที่นี้หมายถึงเรามีทางเดินป่าที่ดี แปลกใหม่ดี ไม่ค่อยมีคนไทยได้มาเดิน มีป่าที่ดี มีชาวบ้านที่ดี มีความปลอดภัยดี ต่อจากนี้คงกลับไปนั่งทบทวนและปรับแผนบางอย่างในการจัดเส้นทางเดินป่าเพื่อผู้หญิง ต้องปรับให้มันเหมาะสมดี ที่สำคัญจุดถ่ายภาพที่ผมไม่ค่อยได้พูดถึงเพราะมัวแต่เดินจะถูกนำมาปรับใช้ให้อยู่ในโปรแกรมการเดินทางอย่างนวลเนียน ขอบคุณทุกสิ่ง ขอบใจทุกอย่าง โดยเฉพาะเพื่อนเดินทางที่สร้างทางร่วมกัน ขอบคุณครับ


บางช่วงพบต้นตาวผุดโผล่อยูบนยอดดอย (ผลตาว=ลูกชิด ใส่น้ำแข็งกินกับน้ำเชื่อม ขนมที่คนเมืองคุ้นเคย)




ช่วงท้ายๆ ที่บ้านสบก๋ายมีรีสอร์ตที่น่ารัก น่าพัก มีดีไซน์แบบอิงแอบแนบชิดธรรมชาติ คุณติ๊กบอกว่าเหมาะกับทริป Lady Trekking ในคืนสุดท้าย คือเดินมามากแล้วก็ควรพักในที่ๆ ดีและสะดวกสบายหน่อย (ผมเห็นด้วยนะ)


บ้านสบก๋ายเป็นปลายทางของคนล่องแพไม้ไผ่ ต่อจากจุดนี้ลงไปแก่งใหญ่ขึ้น นักท่องเที่ยวนิยมล่องแพยางและเรือคยัค (เป็นจุดสุดท้ายของการเดินป่าทรปสำรวจของเราด้วย

หมายเหตุ
- โปรดติดตามรายละเอียดในภาคผนวก (ปลีกย่อย) ส่วนผู้ที่สนใจทริปการเดินป่าทริป Lady Trekking-Trekking Lady ติดต่อขอทราบข้อมูลที่คุณบ็อบบี้หรือคุณติ๊ก โทร. 095 450 1062, 089 7566 443
- ผู้ที่สนใจเรียนรู้การถ่ายภาพป่า ดอกไม้ ดาว ตะวัน สามารถร่วมทริปนี้ได้ มีการเรียนการสอนถ่ายภาพในทริป Lady Trekking ด้วย


แค้มป์ช้างที่บ้านสบก๋าย

Facebook Leave a Comment