5 พันธุ์เผ่าในหุบเขาเดียวกัน (ขอบใจพันธุ์เผ่า ขอบใจไทยแลนด์)

พายุทราย พรายทะเล / 11/08/2019 10:54:58

เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ชาวไทยภูเขามาอยู่รวมกันในหมูบ้านเดียวกันถึง 5-6 เผ่า ซึ่งในความเป็นจริงพวกเขาต่างคนต่างอยู่ อยู่คนละพื้นที่ ไม่ได้มีเยื่อใยในทางเครือญาตินอกจากสัมพันธ์ฉันมิตรในฐานะมนุษย์ ก็เลยมีคำถามว่าทำไม? ทำไมถึงมาอยู่รวมกันได้



การฟ้อนรำของคนไตหรือชาวไทใหญ่


งานเย็บปักทักทอของผู้เฒ่าชาวไต


ผ้าทอชาวไตมีจำหน่าย อาหารมีให้ชิม (ข้าวเหลืองอบไก่ของชาวไตนั้นสุดยอดถ้าไปต้องลองเพราะเผ่าอื่นๆ ยังยอมยกนิ้วให้)


ชาวไตส่วนหนึ่งยังใช้ที่โม่แป้งแบบโบราณ

อันนี้ต้องย้อนกลับไปในยุคกองพล 93 ภายใต้การนำของนายพลต้วน ในยุคการปกครองของท่านเจียงไคเชค ผู้นำเรื่องประชาธิปไตยในจีนแผ่นดินใหญ่ ท่านได้อพยพผู้คนจากจีนหนีภัยสงครามการเมืองไปตั้งถิ่นฐานบนเกาะไต้หวัน กลุ่มคนจีนส่วนหนึ่งอพยพมาอยู่ในแนวหุบเขาสูงของสยามประเทศ จากนั้นรัฐบาลไทยได้จัดสรรพื้นที่ทำกินให้…ให้เนื่องจากผู้คนจากกองพล 93 ได้เข้าร่วมกับรัฐบาลไทยขับไล่คอมมิวนิสต์ ส่วนชาวเขาเผ่าอาข่า ลาหู่ ละว้า ไทยใหญ่ และอิวเมี่ยน ถูกกวาดต้อนมาช่วยรบส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นแรงงาน (รวมถึงเป็นเมียเป็นผัว) เมื่อสิ้นสุดสงครามคอมมิวนิสต์พวกเขาจึงอยู่รวมกันจนถึงทุกวันนี้ และที่ดีมากคือพวกเขาไม่มีเส้นขั้นระหว่างเผ่าพันธุ์สามารถแต่งงานข้ามเผ่าได้ หญิงชายมีเสรีในการเลือกความรัก มีอิสระในการเลือกคู่


ชาวอาข่ากับเครื่องแต่งกายอันเป็นเอกลักษณ์


ชาวอาข่ากับการเล่นกระทบไม้ เป็นอีกหนึ่งการละเล่นที่นิยมไม่แพ้โล้ชิงช้า


มีคนถามว่าผ้าที่ขาเขาใส่ไว้ทำไม ผมพยายามถามแต่คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็เลยบอกคนถามว่าต่างคนต่างไปค้นก็แล้วกัน แต่ถ้าคิดเองเออเองแบบวิทยาศาตร์หน่อยๆ ผมว่าเอาไว้ป้องกันการโดนขีดข่วนจากหนามหรือใบไม้ในการเดินเข้าป่า แต่มันน่าสนใจตรงที่ขาใครขามันออกแบบลวดลายให้เป็นของตัวเอง ส่วนลายปักที่เสื้อ (คนขวา) อาจได้รับอิทธิพลของชาวอิวเมี่ยนมาบ้าง


การแต่งกายของชาวอาข่ามีเอกลักษณ์อย่างหนึ่งคือเครื่องเงิน ทั้งที่ประดับตามเสื้อผ้าและที่สวมไว้บนศรีษะ


บ้านดินของชาวอาข่า

ส่วนวัฒนธรรมอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคืออาหาร อาหารของชาวเขา 6 เผ่านี้มีส่วนที่คล้ายคลึงกัน แต่ไม่เหมือนกัน หลังจากอยู่ร่วมกันจึงมีการแลกเปลี่ยนอาหาร แลกเปลี่ยนในที่นี้หมายถึงคนไตไปกินอาหารลาหู่ คนลาหู่ไปกินอาหารอาข่า เป็นต้น

การอยู่รวมกันของชาวไทยภูเขาทั้ง 6 เผ่าพันธุ์เป็นมิติหนึ่งที่น่าสนใจน่าศึกษา โชคดีที่พวกเขายอมเปิดบ้านให้คนเมืองผ่านเข้ามาเรียนรู้ ดู เห็น และสัมผัสในบทวิถี วันหนึ่งเราอาจเห็นการผสมผสานที่ลงตัว เกิดอะไรใหม่ๆ ในเชิงซ้อน เช่น ลายเสื้อผ้าที่ผสมผสานระหว่างเผ่า หรือเรื่องราวม่านประเพณีที่หลอมรวมเข้าด้วยกัน เช่น การแต่งงานที่ข้ามเผ่าซึ่งเกิดขึ้นแล้ว


สาวๆ ชาวละว้าหรือลัวะ




อาหารยอดนิยมอย่างหนึ่งของชาวลัวะหรือละว้าคือแป้งนึ่งกับผัก คนเมืองเรียกพิซซ่าละว้า




สาวๆ ชาวละว้า พยายามเดินด้วยไม้ไผ่แต่ดูเหมือนไม่ชำนาญเหมือนเด็กผู้ชาย

คนที่สนใจวัฒนธรรมประเพณีชนเผ่าหากกำลังตามหาวิถีชีวิตบนขุนเขาผมแนะนำให้มาที่ บ้านแม่แอบ ตำบลแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ที่เสนอให้มาเที่ยวบ้านแม่แอบเพราะประหยัดเวลา คือถ้ามีเวลาไม่มากแต่อยากเรียนรู้ในทางกว้าง บ้านแม่แอบเหมาะที่สุดแล้วครับ


การลวกบะหมี่ของชาวจีนยูนนาน (ลูกหลานนายพลต้วน)


อาหารที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงของชาวจีนยูนนานบ้านแม่แอบคือน้ำเต้าหู้กับขนมเค้ก ไม่ใชาขาหมูหมั่นโถเหมือนที่บ้านสันติชลเมืองปาย แม่ฮ่องสอน




อันนี้กินกับบะหมี่ยูนนาน อารมณ์เครื่องเคียงหรือน้ำจิ้ม แต่ใช้คลุกกับบะหมี่ร้อนๆ กินกันไม่เลิกจนกว่าท้องจะแตกตาย 


อาหารจีนยูนนานส่วนหนึ่งที่พลาดไม่ได้ บะหมี่ น้ำเต้าหู้ ขนมเค้ก ส่วนข้าวเหนียวเหลืองคนจีนสารภาพว่าชอบของคนไตมากกว่า
 

ผู้สนใจเดินทางทางท่องเที่ยวบ้านชาวเขา 5 เผ่าหรือขอรายละเอียดเพิ่มเติมที่คุณเศรษฐศักดิ์ พรหมมา ปลัดเทศบาลตำบลบ้านแซว โทร.081 952 7058

หมายเหตุ
- การเดินทางไปเที่ยวบ้านแม่แอบ โดยปกติทำได้ง่าย สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้เลย แต่ทั้งนี้อาจไม่ได้เห็นกิจกรรมหลายอย่างเช่น ฟ้อนรำ หรืออาจไม่ได้ชิมอาหารบางชนิด แต่ถ้าติดต่อไปเป็นหมู่คณะทางหมู่บ้านจะจัดให้ได้ตามที่ต้องการ
- ภายในหมู่บ้านไม่มีที่พัก ไม่มีโฮมสเตย์
- ผู้ที่สนใจเรื่องประชาธิปไตยในจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งไม่สามารถฝ่าดงหนามตามลัมธิคอมมิวนิสต์ขึ้นเป็นใหญ่ได้คงทราบที่มาที่ไป ส่วนคนที่ยังไม่ทราบรายละเอียดต้องไปลองค้นและอ่าน ทำไมประชาธิปไตยถึงสู้คอมมิวนิสต์ไม่ได้กระทั่งเจียงไคเชคต้องย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากใหม่ในเกาะไต้หวัน อีกส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ตามขอบเขตประเทศไทย ที่เห็นชัดๆ มีพื้นที่ จ.เชียงราย เช่น ดอยแม่สลอง จ.แม่ฮ่องสอน เช่น หมู่บ้านสันติชล เป็นต้น 
- วันที่เราเข้าไปเยือนบ้านแม่แอบฝนตกหนัก ตกทั้งวันจึงไม่ได้ไปเยือนชาวลาหู่หรือมูเซอ 




ชาวอิวเมี่ยนแสดงหนังสือสำหรับการเดินทาง ในนั้นปรากฏรายชื่อผู้ร่วมเดินทางในยุคที่อพยพมาจากจีนตอนใต้ หนังสือฉบับนี้เป็นฉบับจำลอง คัดลอกมาจากของจริงอีกทีหนึ่ง


การตำข้าวของชาวอิวเมี่ยนหรือชาวเย้า


ผู้หญิงอิวเมี่ยนหรือเย้ามีเอกลักษณ์ในการแต่งกาย คือที่คอจะมีผ้าขนสีแดง ส่วนกางเกงเป็นผ้าปักลาย งานฝีมือที่มีเฉพาะชาวอิวเมี่ยนเท่านั้น


ผ้าปักลายของอิวเมี่ยนถูกยอมรับว่าเป็นงานฝีมือ ละเอียดอ่อน กว่าจะได้ผ้าแต่ละผืนใช้เวลานานมาก ดังนั้นผ้าแต่ละผืนจึงมีราคาสูง ผืนที่เห็นด้านซ้ายไม่ใหญ่มาก ประมาณปลอกหมอน ราคาประมาณ 10,000 บาท


ข้าวเหนียวนึ่งของชาวอิวเมี่ยนใช้ข้าวเหนียวแช่กับน้ำจากเปลือกเพกาก่อนห่อแล้วนำไปนึ่ง


โปรดสังเกตหน้าน้องคนซ้าย ฟินสุดๆ ข่าวว่าปักหลักอยู่ในดงเสาวรสไม่ยอมไปไหนเลย (เสาวรสที่บ้านอิวเมี่ยน)

Facebook Leave a Comment