HOMESTAY นอนริมนาขั้นบันไดกลางดอยอินทนนท์

พายุทราย พรายทะเล / 25/08/2017 10:36:51

จากแม่แจ่มมุ่งสู่ดอยอินทนน์ รถตู้ไต่ความสูงชันผ่านความคดโค้ง ผ่านสายฝนพรำขึ้นมาบนดอยอินทนนท์ ทิ้งทุ่งนาขั้นบันไดเมืองแม่แจ่มไว้ด้านหลัง ใครบางคนเอ่ยอาลัย ใครบางคนเก็บแม่แจ่มไว้ในความทรงจำ จากถนนสายหลักบนดอยอินฯ รถตู้หักพวงมาลัยเลี้ยวซ้ายมาบนถนนสายแคบตามป้ายบอกทางที่บ่งชี้ว่าบ้านผาหมอนอยู่ห่างออกไปราว 7 กิโลเมตร


บ้านผาหมอน


Bamboo Pink House โฮมสเตย์ริมนาขั้นบันไดบ้านผาหมอน

สองข้างทางเป็นป่าดิบสลับป่าโปร่ง ทางด้านซ้ายมีสายน้ำขนาดเล็กรินไหลลดหลั่นลงมาจากขุนเขา เราเพลิดเพลินอยู่กับทัศนียภาพสองข้างทางได้ไม่นานก็เข้าสู่หมู่บ้านผาหมอน หมู่บ้านชาวปะกาเก่อญอเก่าแก่ หมู่บ้านที่ผมเคยมาเยือนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเป็นถนนลูกรัง หน้าฝนเส้นทางเละเทะแฉะลื่นเดินทางลำบาก ส่วนบ้านเรือนเป็นบ้านไม้หลังเล็กชั้นเดียว ตอนนี้ถนนเข้าบ้านผาหมอนยังแคบเหมือนเดิมแต่เดินทางสะดวกกว่าเพราะถนนเป็นคอนกรีต ส่วนบ้านมีมากขึ้น มีบ้าน 2 ชั้นให้เห็น ซึ่งในความเป็นจริงบ้านบนดอยไม่นิยมปลูกสูงสองชั้นเพราะต้องการหลบลมหนาว ส่วนที่พักในค่ำคืนนี้เป็นโฮมสเตย์ที่ผมนึกหน้าตาไม่ออก


ทัศนียภาพนาขั้นบันไดหน้าบ้านพัก Bamboo Pink House  




ยากันยุงจากกองไฟไม้สน หอมชื่นใจ


ม่านฝนบนท้องนา


บริเวณสามแยกร้านขายของ ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดผมหยิกยาวกับเสื้อแบบกระเหรี่ยงสีแดงเดินเข้ามาหา กล่าวสวัสดีและแนะนำตัวว่าเขาชื่อ “เคน” จากนั้นจึงทราบว่าเขาเป็นคนมารับเราเพื่อพาเข้าพักโฮมสเตย์ริมนา แต่ด้วยคณะเราใหญ่ไปหน่อยต้องแยกชายหญิง นอนคนละที่ ผู้หญิงนอนบ้าน Bamboo Pink House ริมนาขั้นบันไดในหมู่บ้านผาหมอน ส่วนผู้ชายต้องขึ้นไปนอนอีกที่หนึ่งอยู่สูงขึ้นไปอีกหน่อย ซึ่ง “เคน” เรียกว่า “บ้านผาหมอนใหม่”


บ้านพักที่บ้านผาหมอนใหม่ งามวิไลกลางป่า


บ้านหลังใหญ่ 2 ชั้น มีระเบียงกว้างทั้งชั้นบนและชั้นล่าง



ระเบียงชั้นล่าง

ช่วงเย็น...ก่อนค่ำ หลังจากขนสัมภาระไว้ตามที่ถูกกำหนด ทุกคนมารวมกันที่บ้านสาวๆ หมายถึง Bamboo Pink House เพื่อกินข้าวเย็น ระหว่างนั้นฝนปะพรมลงมาและหนาขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งมองเห็นแค่สันดอย สุดท้ายเลือนหายไปกับปฐมบทแห่งรติกาล


แสงทองจับขอบฟ้า


แสงตะวันทาทาบสายหมอกและขุนเขา บ้านผาหมอนซ่อนตัวอยู่ในหุบ

ก่อนอาหารค่ำ เคนเล่าอะไรบางอย่าง เช่นพวกเขาไม่ปลูกข้าวโพดเหมือนพื้นที่แม่แจ่มเพราะพืชผักเมืองหนาวของพวกเขาราคาดีพอ ผลผลิตครึ่งหนึ่งส่งขายให้โครงการหลวง อีกครึ่งหนึ่งขายให้พ่อค้าอิสระ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผักทั้งหมดถูกกระจายไปทั่วประเทศ เขาเล่าเรื่องประเพณีอีกนิดหน่อยคือปะกาเก่อญอ แบ่ง 6 กลุ่ม ส่วนใหญ่มีม่านประเพณีวัฒนธรรมคล้ายกัน เช่น รักษ์ป่ารักษ์น้ำ ประเพณีการแต่งงาน ปะกาเก่อญอผู้หญิงเป็นฝ่ายไปขอผู้ชาย แต่เมื่อแต่งงานกันแล้วทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของฝ่ายหญิง (เรื่องแต่งงานคงสืบหาความให้ละเอียดและนำมาพูดถึงในภายหละงอีกทีหนึ่ง) ความเชื่ออีกอย่างหนึ่งคือใครมาเยือนเรือนชานต้องต้อนรับด้วยเหล้า จะเป็นเหล้าเก่าแก่ที่ต้มเองหรือเหล้าของรัฐบาลก็ได้ ไม่มีข้อกำหนด การกินต้องรินหนึ่งจอกเพื่อเซ่นเจ้าที่ จากนั้นจึงเป็นคิวของแขกด้วยการกินกันทั้งวงด้วยลักษณะเวียนไปทางขวาแบบย้อนเข็มนาฬิกา


แสงวันใหม่หยิกหมอกหยอกขุนเขา


แปลงผักของชาวปะกาเก่อญอ บ้านผาหมอนใหม่



เสียงพูดคุยคลอสายฝนเบาลงเรื่อยๆ เหตุเพราะเป็นกติกาของชุมชน พวกเขาไม่ส่งเสียงดังโดยเฉพาะในช่วงเลยสี่ทุ่มไปแล้ว จากนั้นไม่นานเราก็แยกย้าย ปล่อยให้สาวๆ เข้านอน ส่วนเคนพาหนุ่มๆ (มีแก่ด้วย) ไปส่งที่บ้านพัก คืนนั้นอากาศเย็น ต้องใส่เสื้อหนา นอนห่มผ้าตลอดทั้งคืน


ผาหมอนยามเช้า (จุดที่ถูกตั้งชื่อเป็นหมู่บ้าน)

เช้าวันใหม่ เสียงไก่ขัน เสียงนกบางสายพันธุ์ขับขาน ตะวันยังไม่มา แสงจากฟ้ายังสว่างไม่มากนัก ผมเดินตามทางสายแคบขึ้นไปดอย เป็นทางที่อยู่เหนือหลังคาขึ้นไป เป็นทางที่พาไปสู่จุดสูงสุดคือ “ผาหมอน” แต่ผมไปได้ไม่ไกลเนื่องจากใส่ชุดนอน (ผ้าซิ่น) รองเท้าแตะ ทางมันลื่นจึงไปไม่รอด แต่จุดสุดท้ายปลายทางก็มองเห็นทัศนียภาพเกือบ 360 องศา จะมีเพียง “ผาหมอน” เท่านั้นที่บังสายตาอยู่ทางด้านหลังแสงทองจับฟ้า ตะวันสูงเกินสันดอย แสงแรกแทรกป่า ทาทาบเมฆาในหุบเขา งามแบบที่มันเป็น


เปลไม้ไผ้ใต้ถุนบ้าน  Bamboo Pink House


บรรยากาศนาขั้นบันไดหน้าบ้าน 
 Bamboo Pink House ก่อนแสงทองทอดทาบ

 
เพลิดเพลินกับการบันทึกภาพท้องนากับฝูงแมลงปอ


 

7.30  เคนขึ้นมารับ เรากับสัมภาระย้อนลงไปที่ Bamboo Pink House เช้านี้อากาศดีไม่มีทีท่าม่านฝน แสงแดดอ่อนฉาบฉายยอดข้าวบนภูเขา แมลงปอขยับปีกเริงร่าท้าทายสายตาผู้มาเยือน ข้าวเช้าผ่านไป การจากลาเริ่มต้น คนเมืองกับคนป่าลากันโดยรอยยิ้มและโอบกอด ผมสัญญากับเคนว่าอีกสองเดือนจะกลับมาใหม่ เหตุอยากกลับมาเพราะรู้สึกว่าสัมผัสบ้านผาหมอนน้อยเกินไป ที่สำคัญที่นี่มีทางเดินป่า มีน้ำตก มีอะไรให้ผมศึกษาอีกมากมาย ก็ได้แต่หวังไว้จะได้กลับมาอย่างที่หวัง


อาหารเช้าเรียบง่าย ผัดผัก (สดๆ) ไข่เจียว ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวต้มปะกาเก่อญอ (ข้าวเปิ๊ป) และกาแฟหอมกรุ่น


 

คนที่ชอบวิถีป่า ชอบอาหารแปลกใหม่ รักลมหายใจในความสดสะอาดอย่าพลาดบ้านผาหมอนโดยเด็ดขาด และต้องบอกกันเลยว่าบ้านพักของปะกาเก่อญอบ้านผาหมอนนั้นดีเทียบเท่ารีสอร์ตหรือดีกว่ารีสอร์ตอีกหลายแห่ง  มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน งานดีไซน์ก็ทำได้ดี ตัวสถาปัตยกรรมกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ส่วนงานตกแต่งภายในเรียบง่ายดูดี ไม่มานอนที่นี่แล้วจะไปนอนที่ไหน บ้านกลางป่าริมท้องนาขั้นบันได งามอย่างนี้หาไม่ง่ายครับ




เงาะป่าริมนา ต้นใหญ่มาก

หมายเหตุ
- บ้านผาหมอน ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่


หนึ่งจอกเป็นการต้อนรับและบอกกล่าวถึงม่านประเพณีปะกาเก่อญอ
 

Facebook Leave a Comment