หอมดินกลิ่นป่า หน้าฝนบนภูกระดึง (Phukradueng Wakeup Run)

พายุทราย พรายทะเล / 18/08/2017 14:55:31

อย่ามองข้ามความงามตามทางเดิน...ภูกระดึง
(Phukradueng Wakeup Run)








1.-3. เส้นทางช่วงกลาง เลยซำแฮกมาแล้ว

สามสี่วันก่อนผมมีโอกาสเดินขึ้นภูกระดึง ขึ้นไปนอนบนภูกระดึงหนึ่งคืนแล้วลงมานอนภูเรืออีกหนึ่งคืน ตอนแรกนึกว่าจะเป็นทริปสบายๆ พระเจ้าเพิ่งเข้าใจว่าการเดินขึ้นภูกระดึงแบบนอนค้างแค่คืนเดียวแล้วเดินลงในวันรุ่งขึ้นมันทรมานมาก คือกล้ามเนื้อไม่ได้ผ่อนคลายเลย โดยปกติจะขึ้นไปค้างอย่างน้อยที่สุด 2 คืน การเดินขึ้นเขาเหยียดยาวถึง 5.5 กิโลเมตรต่อด้วยทางราบบนหลังแปอีก 3 กิโลเมตรไม่ใช่เรื่องธรรมดา โดยเฉพาะผู้มีอายุเกินเลข 5 ไปแล้ว ทางที่ดีควรขึ้นไปพักแล้วเดินบนภูกระดึง เดินถ่ายภาพ เดินชมนกชมไม้ ชมตะวัน ชมน้ำตก อะไรก็ได้เรื่อยเปื่อยเพื่อให้ร่างกายปรับสภาพและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ นี่เล่นซัดกันวันต่อวัน กล้ามเนื้อพังพินาศกันพอดี (เหนื่อยแต่ชอบ ผมมันพวกหลงใหลไพรป่า)

“แล้วขึ้นไปทำไม...อุทยานฯ เขาปิด ให้ป่าฟื้น ยังจะขึ้นไปอีก” มีคนถาม

“มันก็ต้องมีเหตุซิครับพี่น้อง” เมื่อมีคนถามก็ต้องมีคำตอบ




ดอกเอื้องหมายนา


ดอกเข้าพรรษาหรือข่าลิง


โดยปกติอุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีกฎเหล็ก ห้ามขึ้นหน้าฝนโดยเด็ดขาด เขาจะปิดตั้งแต่ 1 มิถุนายนไปจนถึง 30 กันยายน ของทุกปี เพื่อปล่อยให้ป่าฟื้นตัวจากการถูกเหยียบย่ำจากนักท่องเที่ยว ผมในฐานะสื่อมวลชนจาก www.khobjaithailand(ขอบใจไทยแลนด์)  และ www.thai-traveller.com  ขึ้นไปภูกระดึงคราวนี้เพราะในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกับอุทยานแห่งชาติภูกระดึงจัดการแข่งขันวิ่งขึ้นภูกระดึง (วันเปิดภู) โดยใช้ชื่องานว่า “Phukradueng Wakeup Run” ด้วยเหตุนี้มีทีมสำรวจเส้นทางขึ้นไปทำงาน ผมจึงขอติดสอยห้อยตามเจ้าหน้าที่ ททท.สำนักงานจังหวัดเลย ขึ้นไปบันทึกภาพและนำข่าวนี้ออกมาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้กันโดยทั่วไป



จั๊กจั่นลอกคราบ


กิ้งก่าปากแหว่งแสดงว่ามันเพิ่งไปก่อสงครามมา


มอสบนขอนไม้ขนาดใหญ่

แรกเริ่มหลังจากออกปากติดตามคณะ ผมหวังขึ้นไปเก็บภาพสายฝนโปรยปรายในป่าสนเนื่องจากเป็นฤดูฝน ที่สำคัญคือไม่ค่อยได้เห็นภาพภูกระดึงในหน้าฝน แต่ผลลัพท์ไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง ตลอดสองวันหนึ่งคืนไม่มีฝนเลยสักหยด มีแต่ดอกไม้บางชนิดเบ่งบาน ดวงตะวันเฉิดฉาย ทะเลดาวพราวพราย สายลมร่ายมนต์


นอกจากบนขอนไม้ มอสยังเจริญเติบโตได้ดีบนแผ่นหิน


บันทึกระหว่างทาง


ไม้เลื้อยบนโขดหิน

ไม่ได้ภาพฝนบนภูก็ไม่เป็นไรเพราะผมได้อะไรหลายอย่างกลับมา อย่างแรกคือผมหายตัวไปจากภูกระดึงนานถึง 19 ปี ได้กลับมาก็ปลื้มใจ จำได้ว่าปี 2539 ผมขึ้นภูกระดึงกับอี๊ต อดีตช่างภาพนิตยสารผู้หญิงวันนี้ ขึ้นมาเพื่อเก็บภาพไปใช้ในหนังสือแบบไดอารี่ (สองเล่ม) เป็นไดอารี่ที่ประกอบไปด้วยภาพถ่ายและบทกลอน ซึ่งได้ภาพต่อการทำงานมาพอสมควร


ความหลากหลายในซอกหิน...มอส เฟิร์น ดอกเทียน


เฟิร์นก้านดำ


เฟิร์นตีนตุ๊กแกกับเฟิร์นก้านดำ

ส่วนวันนี้แม้ไม่ได้ภาพสายฝนบนภูกระดึงตามที่วาดหวังแต่ไม่รู้สึกผิดหวัง ภูกระดึงที่ผมจากมายังงดงามดุจเดิม ไมว่าจะเป็นผาหมากดูก ผาเหยียบเมฆ ผาหล่มสัก ผานกแอ่น งามเสมอไม่เสื่อมคลาย ที่สำคัญ ใครว่าช่วงฝนไม่มีดอกไม้ “ไม่จริงครับ” ถ้ายังมีป่า...พรรณพฤกษาย่อมปรากฏ ระหว่างทางเดินขึ้นภูมีดอกไม้ขนาดเล็กเบ่งบานอยู่ตามซอกหิน เช่น เทียน พนมสวรรค์ ข่าลิง เปราะภู และดอกไม้อื่นๆ อีกหลายชนิดที่ผมไม่รู้จัก ส่วนบนหลังแปได้พบเฟิร์นกระปอกเล็ก เห็ด กล้วยไม้ดิน “เอื้องมาวิ่ง” หม้อข้าวหม้อแกงลิง ดอกหญ้าบัวหรือกฐินทุ่ง  รวมถึงกระดุมเงินด้วย


เฟิร์นก้านดำ


สิ้นใจบนผืนพรม

นอกจากนี้ยังได้เก็บภาพดวงตะวันลาลับขุนเขาที่ผาหล่มสัก อาทิตย์วันใหม่ที่ผานกแอ่น รวมถึงได้ดูเส้นทางที่เขากำหนดให้วิ่งแข่งขัน Phukradueng Wakeup Run

จากการเดินขึ้นภูกระดึงครั้งนี้ผมสรุปเป็น 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ Phukradueng Wakeup Run เรื่องที่ 2 คือเรื่องธรรมชาติระหว่างทาง ซึ่งเกี่ยวเนื่องกันได้นวลเนียน (คิดว่าเป็นอย่างนั้นนะ)

Phukradueng Wakeup Run เป็นงานที่น่าสนใจมาก เขาจัดขึ้นมาเพื่อสุขภาพและสนับสนุนการท่องเที่ยว

เรื่องธรรมชาติก็สนับสนุนการท่องเที่ยวแต่ยังสนับสนุนให้เราเรียนรู้สรรพสิ่งที่อยู่รอบข้างด้วย


เลาะเลื้อยไปบนแผ่นหิน




เลือกผลิดอกออกใบในซอกผา


ขบวนรถไฟในผืนป่า

Phukradueng Wakeup Run มีเรื่องที่น่าเป็นห่วงอยู่เรื่องหนึ่ง คือผู้จัดการแข่งขันเขาแบ่งระยะทางวิ่งออกเป็น 2 ระยะ คือระยะทาง 9 กิโลเมตร กับ 24 กิโลเมตร ที่เป็นห่วงคือเส้นทางจากตีนภูถึงหลังแปเป็นเส้นทางที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก ระหว่างทางจะพบกับเส้นทางสูงชัน ทางหิน ดินชื้น ทางลื่น สะพาน บันได ทางแบบนี้ต้องรอบคอบ ต้องวางแผน การวิ่งต้องดูไลน์ให้ละเอียดถี่ถ้วน คำเดียวที่อยากบอกคืออย่าบาดเจ็บเพราะการจัดการคนเจ็บนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งที่ผมห่วงไม่ใช่นักวิ่งมืออาชีพ แต่ห่วงมือสมัครเล่น

ธรรมชาติระหว่างทาง อย่างที่บอกว่าตลอดทางมีพรรณพฤกษาให้ชื่นชม ให้ศึกษา โดยเฉพาะช่วงซำกกโดนถึงหลังแปนั้นเป็นพื้นที่ชุ่มชื้นมีพันธุ์ไม้มากมายให้ชื่นชม  (ระยะทางประมาณ 1,738 เมตร)  ผมคิดว่านักวิ่งส่วนใหญ่จะเหนื่อยหนักก็ประมาณถึงตรงนี้พอดี จึงเป็นการดีเพราะจะได้พักและชมธรรมชาติไปด้วยครับ




กูดผา




ดอกเปราะภู


ดอกกระเจียว


ดอกเทียน


ดอกพนมสวรรค์


มอส


ผมคิดว่าบริเวณช่วง “ซำกกโดน” ถึง “หลังแป” กับระยะทาง 1,738 เมตร เป็นช่วงสวยที่สุด ที่สุดในที่นี้หมายถึงเส้นทางจากตีนภูขึ้นมาถึงหลังแป บริเวณนี้มีพันธุ์ไม้หลากหลาย เริ่มตั้งแต่ไม้เลื้อย ไม้พุ่ม ไม้คลุมดินไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เป็นบริเวณมีความชุ่มชื้นมากกว่าทางที่ผ่านมา และมีลักษณะทางธรณีที่น่าสนใจ เช่น แผ่นหินบางก้อนเป็นแผ่นหินขนาดใหญ่ที่ถูกตัดเป็นเส้นตรงราวผ่านการตัดจากโรงงาน 

ใครวิ่ง ใครเหนื่อย ใครหยุดพักอย่าลืมเส้นทางช่วงนี้นะครับ ผมว่าช่วยให้หายเหนื่อยได้มากทีเดียว


ลูกหาบกับทางเดินก่อนถึงช่วงสุดท้าย คือก่อนถึงบันไดขึ้นสู่หลังแป


สนสองใบ


ตัวนี้พบบนหลังแป ปีกยังสดใสแสดงว่าเป็นผีเสื้อที่เพิ่งออกจากดักแด้ได้ไม่นาน


ทรายโอบสน


เฟิร์นกระปอกเล็กเติบโตตามคาคบไม้

บนหลังแปเราจะพบทุ่งหญ้า ป่าสนองใบ หากมองให้ละเอียดจะพบดอกไม้เล็กๆ ซ่อนอยู่ตามพงหญ้า ซอกหิน ดินชื้น พรรณไม้เหล่านี้บางสายพันธุ์ขึ้นเฉพาะที่เฉพาะถิ่น บ้างก็มีในพื้นที่อื่นๆ แต่โดยรวมพันธุไม้บนหลังแปเป็นพันธุ์ไม้ที่พบเห็นบนแผ่นดินอีสานเสียเป็นส่วนใหญ่


หม้อข้าวหม้อแกงลิง พบแถวๆ ผาหล่มสัก


"ม้าวิ่ง" ดอกกล้วยไม้บนลานหิน 


หญ้าบัวหรือกฐินทุ่ง  ไม้ล้มลุกฤดูเดียว พบบริเวณผาหล่มสัก


เมเปิ้ลแซมแซกอยู่ในป่าสน

 

หมายเหตุ
- ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ  Phukradueng Wakeup Run ติดต่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดเลย ได้โดยตรงครับ






43.-45.บรรยากาศผาหล่มสักช่วงสนธยา


ภูกระดึงสนธยา


ภูผาจิตยามสนธยา บันทึกภาพจากผาหล่มสัก


บรรยากาศยามสางที่ผานกแอ่น


ผานกเค้ายามเช้า


 

Facebook Leave a Comment