ตามหาดอกไม้สุดขอบฟ้า อุทยานแห่งชาติไทรทอง

พายุทราย พรายทะเล / 12/07/2017 22:59:22


ก่อนเดินศึกษาธรรมชาติควรดูแผนที่ให้ดี ขึ้นชื่อว่าป่าหลงได้ทุกป่า อย่าประมาทครับ



ผาพ่อเมือง

ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติไทรทอง ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอหนองบัวระเหว อำเภอภักดีชุมพล อำเภอหนองบัวแดง อำเภอเทพสถิต  จังหวัดชัยภูมิ อุทยานฯ มีเนื้อที่ประมาณ 319 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 199,375 ไร่ 



ทัศนียภาพอำเภอภักดีชุมพลมองจากผาพ่อเมือง

ทุ่งดอกกระเจียวอุทยานแห่งชาติไทรทองตั้งอยู่บนเขาพังเหย ทางทิศตะวันตก เป็นทุ่งดอกกระเจียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดชัยภูมิหรือกล่าวได้ว่าเป็นทุ่งดอกกระเจียวที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทยเห็นจะไม่ผิด ที่สำคัญเป็นทุ่งกระเจียวที่เจริญเติบโตอยู่ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 800-900 เมตร   ดอกกระเจียวที่พบส่วนใหญ่มี 2 สี คือสีม่วงอมชมพู และสีขาว (ช่อดอกสั้นกว่า) แต่มีชาวบ้านพบกระเจียวชนิดอื่นประปรายในเขตอุทยานฯ และใกล้เคียง

การเดินชมดอกกระเจียวในป่าไทรทอง แบ่งออกเป็น 4 ทุ่งใหญ่ๆ ส่วนเส้นทางเดินชมถือว่าสะดวกสบายพอสมควร เดินไม่ยาก มีที่น่าเป็นห่วงคือช่วงฤดูฝนทางเดินลื่น ต้องระวังให้มาก ระยะทางเดินไปกลับประมาณ 4 กิโลเมตร เส้นทางการเดินมีให้เลือก 2 ทาง ทางแรกก็จะเริ่มจากผาพ่อเมืองมาที่ทุ่งดอกกระเจียวกลุ่มที่ 3 4 2 1 และย้อนจากทุ่ง 1 ขึ้นมา (ตามแผนที่)



มีป้ายนิเทศน์ตลอดเส้นทาง (ถ้าไม่อยากหลงก็ไปตามป้าย) อย่าแหกเส้นทางเพราะจะทำให้หลง ทำให้ธรรมชาติเสียหาย 

สำหรับการเดินทางไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติไทรทองหรือป่าไทรทองครั้งนี้ผมมีเวลาน้อยมากแต่ไปครบทุกทุ่ง เริ่มจากผทพ่อเมือง ผาหำหด ไล่เลียงลงมาที่ทุ่ง 3 ทุ่ง 4 ทุ่ง 2 และทุ่ง 1 ตามลำดับส่วนการนำเสนอ (ภาพ) ขอแบ่งความสำคัญของธรรมชาติไว้คร่าวๆ ดังนี้ ป่า ดอกไม้ เฟิร์น กระเจียว แมลง สุดท้ายคือมนุษย์



หญ้าเพ็ก ปรง เต็ง และรัง เจริญเติบโตเป็นลำดับชั้น เป็นไม้แถวหน้าที่พบเห็นได้ทั่วไป



หินดึกดำบรรพ์พบเห็นได้ทั่วไปในป่าไทรทอง


มอสบนต้นไม้ใหญ่แสดงให้เห็นถึงความชุ่มชื้น

ป่าในอุทยานแห่งชาติไทรทองโดยทั่วไปเป็นป่าเต็ง รัง เหียง โดยมีไม้พื้นล่างปกคลุมคือหญ้าเพ็ก หญ้าชนิดนี้ปกคลุมไปทั้งป่า เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กระเจียวเติบโตได้ดี หมายความว่ากระเจียวจะแทงยอดจากใต้ดิน พอโผล่พ้นดินจะเจอหญ้าเพ็กปกคลุมไว้ก่อน จากนั้นจึงแทงยอดผ่านหญ้าเพ็กขึ้นมาอวดโฉม ส่วนในหน้าแล้งหญ้าเพ็กจะกลายเป็นเชื้อไฟ หากเกิดไฟป่าหญ้าเพ็กจะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ที่บอกว่าดีคือมีลูกไม้ยืนต้นบางชนิดชอบไฟ ที่ชอบเพราะลูกไม้เปลือกแข็งหนาไม่สามารถงอกเองได้ดังนั้นจึงต้องอาศัยไฟเผาเปลือกให้มันกระเทาะเสียก่อน (ไฟป่าหากเกิดตามธรรมชาติและมนุษย์สามารถควบคุมได้ย่อมมีประโยชน์เหมือนกัน)






ดอกไม้ในอุทยานแห่งไทรทองไม่ได้มีแค่กระเจียว ความจริงป่าแห่งนี้มีดอกไม้มากมายให้ชื่นชม ให้ศึกษา เริ่มตั้งแต่ไม้พื้นล่าง ไม่พุ่ม ไม้ยืนต้น และกล้วยไม้ การเดินทางไปเที่ยวชมป่าไทรงามจึงไม่มีความจำเป็นต้องมาช่วงหน้าฝนแต่เพียงอย่างเดียวเพราะป่าปลายฝนต้นหนาว ป่าปลายหนาวต้นแล้งก็มีดอกไม้ให้ชมเช่นกัน (ถ้ามาช่วงปลายฝนไปถึงหนาว น้ำตกไทรทองสวยใส)


ดอกเทียนซ่อนตัวอยู่ในดงหญ้าเพ็ก


ส้มกุ้งหรือบีโกเนีย


ข่าลิงหรือดอกเข้าพรรษาชนิดหนึ่ง


เอิ้องหมายนา


กระเจียวขาว


ยังมีดอกไม้อีกมากมายหลายชนิดที่รอคอยศึกษา เพราะบางชนิดก็ค้นไม่เจอในตำรา


เฟิร์นกระปอกเกาะบนต้นไม้ ในยามแล้งจะแห้งกลายเป็นสีน้ำตาล พอได้น้ำจากหน้าฝนก็ฟื้นคืนชีวิต กลับมาสร้างความสมบูรณ์ให้ป่าอีกครั้งหนึ่ง




เฟิร์นในป่าไทรทองมีหลายชนิด เท่าที่พบเห็นในช่วงเวลาสั้นๆ มีเฟิร์นกระปอกเล็ก เหิร์นนาคราช เฟิร์นก้านดำ เฟิร์นถือว่ามีความสำคัญต่อผืนป่าและเป็นดรรชนีวัดความชุ่มชื้น เชื่อว่าในป่าไทรทองคงมีเฟิร์นมากกว่านี้ ถ้ามีโอกาสคงได้เข้าไปศึกษาอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง




"บัวสวรรค์" กระเจียวชนิดหนึ่งให้ดอกสวยเป็นที่โดดเด่นสะดุดตา






บัวสวรรค์บนทุ่งหญ้าเพ็ก ด้านหลังคือป่าเต็งรัง (ทุ่งที่ 1)


สองสีชูช่ออยู่ในดงเดียวกัน


กระเจียวในอุทยานแห่งชาติไทรทองมีหลายชนิด ทั้งดอกขาว ชมพู และสีอื่นๆ กระเจียวเหล่านี้เบ่งบานในหน้าฝน ยืนระยะบานเป็นเดือน บางชนิดกินได้ บางชนิดไม่นิยมกิน กระเจียวในอุทยานแห่งชาติไทรทองมีทั้งหมด 5 ทุ่ง แต่ละทุ่งตกดอกไม่ตรงกัน จะมีบ้างที่ตกดอกไล่ๆ กัน ซึ่งถือเป็นโอกาสดี ทำให้ช่วงฤดูฝนมีกระเจียวให้เราชมโดยตลอด ส่วนใครจะพบมากหรือน้อยอันนี้อยู่ที่จังหวะเวลา ทางที่ดีติดต่อสอบถามทางอุทยานฯ จะได้รู้ชัดและมาไม่เสียเที่ยวครับ

ล่าสุดทางอุทยานฯ แจ้งว่าได้พบป่าหินแห่งใหม่ในเขตอุทยานฯ ต่อเนื่องจากทุ่งกระเจียวแต่ยังไม่พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยว คงต้องดูองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ถึงตอนนั้นเราหวังว่าจะมีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมอีกครั้งหนึ่ง




หนอนผีเสื้อ


ป่าไทรทองมีแมลงมากมายหลายชนิดปรากฏอยู่ พวกมันอาจไม่ได้รับความสนใจจากคนรักดอกไม้ (เท่ากระเจียว) ไม่ได้ถูกสนใจเท่าสายหมอกหยอกภูผา ทว่าพวกมันเป็นสัตว์ตัวจิ๋วที่น่าศึกษาและน่าค้นหา (น่ารักด้วย) เท่าที่พบในวันนั้นมีแมลงปอ (แถวธารน้ำ) ผีเสื้อ ตั๊กแตน และแมลงจำพวกตัวเบียนและตัวห้ำที่ไม่มีชื่ออีกจำนวนหนึ่งครับ


จากอุทยานฯ มาถึงจุดข้ามธารน้ำไทรทอง (ตาดติ้ม)จากนั้นจึงผ่านไปบนถนนกลางป่าอีก 9 กิโลเมตรจึงถึงจุดพักค้างแรมหรือจุดเดินป่า


บทเริ่มต้นในการเดินเท้าเข้าป่า 


ผาหำหด หน้าผาที่หนาวเย็น เป็นที่นิยมในการถ่ายภาพ


ผู้บันทึก





ทุ่งกระเจียว 1 มีรั้วรอบเพื่อกันมิให้นักท่องเที่ยวลงไปสร้างความเสียหายในทุ่ง คือถ้าไม่กั้นก็เละครับ


หากถามว่า "มีสัตว์ในอุทยานแห่งชาติไทรทองไหม" ตอบว่า "มี" แต่ทั้งนี้เป็นสัตว์ขนาดเล็กและไม่ก่ออันตรายใดๆ ให้นักท่องเที่ยว  สัตว์ที่น่ากลัวกว่าสัตว์ที่อาศัยอยู่น่าจะเป็นมนุษย์ที่เข้ามาเยือนนั่นหล่ะครับ เหตุที่น่ากลัวเพราะมนุษย์มีหลายเผ่าพันธุ์ หลายความคิด บางกลุ่มเข้ามาเยือนด้วยความสงบ บางกลุ่มเอะอะมะเทิ่งเสียดังหนวกหูน่ารำคาญ อีกพวกหนึ่งมาเพราะเพื่อนมา ไม่อยากมาแต่ต้องมาเพราะแฟนมา เมียมา ผัวมา พ่อแม่มา คนที่ไม่อยากมาจึงไม่เห็นค่าใดๆ ต่อการเยือนป่า

เสียดายบ้านเราเมืองเราไม่สามารถคัดแยกกลุ่มมนุษย์ได้ หากมีเครื่องคัดแยกได้เราคงพบคนเดินป่าที่รักธรรมชาติจริงๆ ได้พบรอยยิ้มบนทางธารเดียวกัน ที่สำคัญความสัมพันธุ์ระหว่างคนกับป่าคงน่าคบหาและเสน่หากันมากขึ้น

หมายเหตุ
- ตอนนี้กระเจียวในอุทยานแห่งชาติไทรทองตกดอกเบ่งบานเป็นบางส่วน ตั้งแต่กลางเดือนนี้ไปจนถึงเดือนสิงหาคมเป็นช่วงที่น่าไปเยือนที่สุดครับ



 








 

Facebook Leave a Comment