บ้านไล่โว่ ทุ่งใหญ่นเรศวร

พายุทราย พรายทะเล / 28/03/2017 12:57:57


บทเริ่มต้นสู่ทางกันดารกลางไพรที่น้ำตกตะเคียนทอง


สมาชิกกลุ่มอาสาเที่ยว (ไม่ทั้งหมดแต่เกือบทั้งหมด) ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกก่อนเดินทางสู่บ้านไล่โว่

บ้านไล่โว่ ทุ่งใหญ่นเรศวร สังขละบุรี

ฟ้ายังไม่สว่าง บางคนยังไม่สร่างจากงัวเงีย ผลิตภัณฑ์หลายอย่างถูกขนลงจากรถตู้ เปลี่ยนไปใส่กระบะท้ายรถ 4x4 ล้างหน้า ชำระขี้ตา กินข้าวกินปลา ก่อนแสงแดดแทงตาพากันเดินไปที่สะพานมอญ พากันไปใส่บาตรจากนั้นจึงกลับมา การเดินทางสู่ผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเริ่มขึ้น


ข้ามธารผ่านห้วย เส้นทางสวยกลางพงไพร




ธารน้ำระหว่างทาง


จากตัวเมืองสังขละสู่น้ำตกตะเคียนทอง จากถนนลาดยางทางราบเรียบเปลี่ยนมาเป็นลูกรังสายแคบ แคบและแคบลงไปเรื่อยๆ บางคราวขึ้นเขา บางคราวลุยลำห้วย ความเร็วใช้ไม่ได้เพราะความตายส่งยิ้มให้ พลขับต้องระวัง แต่อย่างว่าพวกเขาชำนาญการณ์ พวกเขาคุ้นชินเส้นทาง จึงมุ่งหน้าไปด้วยความรื่นไหล ผ่านไปชั่วโมงเศษมองเห็นทุ่งนาริมขุนเขา บ่งชี้ว่าเป็นนาผืนเล็กของปากาเก่อญอหรือกระเหรี่ยง ที่เห็นเป็นเช่นนั้นเพราะกระเหรี่ยงทำกินแต่พอตัวทำครัวแค่พองามไม่ใช่ตัดไม้ทำลายป่า ทำไร่กะหล่ำอัปรีย์กระทั่งป่าหมดไปเป็นล้านไร่

รถแล่นผ่านบ้านไม้ยกพื้นสูง เด็กตัวเล็กๆ ทั้งหญิงชายวิ่งไล่ไม่ลดละ กระทั่งมาถึงโรงเรียนประจำหมู่บ้าน โรงเรียนที่ถูกโอบกอดด้วยขุนเขา เป็นอันถึงจุดหมายปลายทาง


โรงเรียนสานฝัน

ขนของลง แยกเป็นหมวดหมู่ กลุ่มหนึ่งเข้าครัว กลุ่มหนึ่งนัวอยู่กับเด็กๆ อีกกลุ่มปลีกตัวไปดูบ่อปลา อีกกลุ่มจับจองจอบ เสียม มีด พร้า เพื่อลุยดินกระด้างถากถางเพื่อทำแปลงผัก ไม่น่าเชื่อ ความสามัคคีนี่ดีเหลือใจก่อเกิดให้กิจกรรมลุล่วงไปอย่างรวดเร็ว


ความสำคัญของการทำกิจกรรมกับเด็ก โดยเฉพาะเด็กต่างถิ่นกลางไพร คือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ สร้างความสนิทสนม ซึ่งทีมนี้ทำได้ดีมาก เด็กติดหนึบ


ยกแปลงผัก ปลูกรักให้เติบใหญ่ ปลูกแครอทไว้ในใจ ปลูกสายใยให้กันและกัน


ปลูกผัก รดน้ำ

ยามค่ำ เสียงเครื่องปั่นไฟทำงาน โทรทัศน์เครื่องหนาในตำนานเอามาตั้ง เด็กๆ ตื่นเต้นกับหนังโบราณที่นำมาฉาย ส่วนผู้ใหญ่หลังจากทำกับข้าวเสร็จก็แจกจ่าย คนเมืองให้แกงเขียวหวาน คนป่าให้ผัดหยวกกล้วย คนเมืองให้รอยยิ้ม เขาตอบแทนด้วยเสียงหัวเราะ นั่นคือมิตรภาพที่เกิดขึ้นในค่ำคืนหนึ่ง


แสงสุดท้ายหายไปกับดอกหญ้า


คนหนึ่งกางเต็นท์ คนหนึ่งเล่นชิงช้า พร้อมๆ กันในสนธยา ก่อนราตรีมาเยี่ยมเยือน

 

ผมเฝ้ามองทุกใบหน้าพยายามเก็บทุกอิริยาบถ (เท่าที่เป็นไปได้) ที่ทำเพราะอีกเมื่อไหร่จะได้กลับมาเยือนหมู่บ้านเล็กๆ กลางป่าแห่งนี้ก็ไม่รู้

บ้านไล่โว่มีอากาศที่น่าประหลาดใจ หน้าแล้งกลางวันร้อน พอแสงตะวันหายลับกลับเยือกเย็นขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำในตุ่มเย็นเยียบเข้าไปถึงแก่นกระดูก บางคนอาบไปสั่นไป คนที่ไม่ไหวบอก “เอาไว้พรุ่งนี้ละกัน”


ไม่ว่างานกิจกรรมใดๆ กลุ่มที่เหนื่อยที่สุดคือกลุ่มนี้ครับ


กับข้าว หลอมรวมระหว่างปลายตะหลิวคนเมืองกับทัพพีคนไพร เอร็ดอร่อยถูกใจกันไปทั่วหน้า


 

ยามค่ำ หน้าเต็นท์สีขาวเรื่องราวหลายอย่างถูกหยิบมาแจก เอามาแลกกันและกัน จากนั้นจึงนั่งนับดาวพราวแสงท่ามกลางไออุ่นระหว่างเพื่อนกับเพื่อน เพื่อนกับพี่ พี่กับน้อง จวบจนง่วงหาวจึงแยกย้ายเข้านอนและหลับใหลไปกับไอเย็นในที่สุด


ไม่ใชเรื่องง่ายได้ดูทีวี  

รุ่งสาง เสียงไก่ป่าปลุก ลุกออกจากถุงนอน พ่อครัวแม่ครัวผู้กุมหน้าที่หลักยังมีงานหนักในครัว ส่วนพยาบาลอาสาพากันให้ความรู้เรื่องยากับชาวบ้าน ใครบางคนแอบไปเล่นน้ำกับเด็กในธารใสซึ่งเป็นต้นน้ำแม่น้ำซองกาเรีย


ชาวปากาเก่อญอ บ้านไล่โว่ เข้าฟังการบรรยายเรื่องยาและรับยาจากพยาบาลสาวสวย


กระเหรี่ยงน้อยในอกแม่


ดงหมาก 


ธารใส เส้นเลือดใหญ่ของหมู่บ้าน ต้นน้ำสาขาหนึ่งของแม่น้ำซองกาเรีย


เริงร่ากันเต็มเหนี่ยว


หลังจากแจกมีด จอบ เสียม และยาก็พากันเก็บของ  เก็บความทรงจำ รถคันเดิมเริ่มเคลื่อน รอยยิ้มเปื้อนน้ำตาของเด็กบางคนทำเอาใจแกว่ง ได้แต่แสร้งว่าเข้มแข็ง แกร่งก็ต่อหน้า ความจริงน้ำตาท่วมใจตั้งแต่เด็กโบกมือให้แล้ว






 

การไปทำกิจกรรมร่วมกันที่บ้านไล่โว่ สังขละบุรี จบลงด้วยดีแฮปปี้กันถ้วนหน้า ควบคุมเวลาได้ตามกำหนด ส่วนครั้งหน้าจะไปไหน กิจกรรมจะเหมือนเดิมหรือไม่อย่างไรต้องติดตามตอนต่อไปครับ


วัดประจำหมู่บ้านอยู่บนเขาด้านหลังโรงเรียน

ขอบคุณ
-    เวปไซต์: อาสาเที่ยว
-    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี
-    เพื่อนพี่น้องและผู้มีส่วนร่วมทุกท่าน


กล้วยไม้เบ่งบานที่น้ำตกตะเคียนทอง


สายน้ำซองกาเรีย


   

Facebook Leave a Comment