"ลานคำหอม" พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ สกลนคร

พายุทราย พรายทะเล / 03/03/2017 21:44:51

การเดินทางของ khobjaithailand.com คราวนี้เราติดตามสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์กรมหาชน) หรือที่รู้จักกันในนาม "BEDO" ไปจังหวัดสกลนคร โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวบนเส้นทางความหลากหลายทางชีวภาพ (ข้าว-เม่า-คราม)โดยร่วมเสวนากับนักวิชาการและลงพื้นที่เพื่อไปสัมผัสแหล่งผลิตผ้าคราม แหล่งผลิตน้ำหมากเม่า รวมถึงการเข้าไปชมพื้นที่เกษตร แต่ในที่นี้ขอพูดถึง “ลานคำหอม” ภายในพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เป็นปฐม ต่อจากนั้นจะเสนอเรื่องผ้าครามและหมากเม่าเป็นลำดับครับ


ทัศนียภาพสวนในเขตพระราชฐานชั้นกลาง


ถนนสู่เขตพระราชฐานชั้นใน


พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์จังหวัดสกลนคร เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ้นในบริเวณเทือกเขาภูพาน ใน พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เป็นผู้ทรงเลือกพื้นที่สร้างพระตำหนักด้วยพระองค์เอง ทรงใช้แผนที่ทางอากาศและการเสด็จสำรวจเส้นทางบริเวณป่าเขา น้ำตก เป็นปัจจัยในการกำหนดเขตพื้นที่ก่อสร้างพระตำหนักและบริเวณพระตำหนัก ซึ่งประกอบด้วยเขตพระราชฐานชั้นในและเขตพระราชฐานชั้นนอก


พระตำหนักปีกไม้ พระตำหนักหลังแรกภายในภูพานราชนิเวศน์

พื้นที่บริเวณพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เมื่อแรกตั้งพระตำหนักมี ๙๔๐ ไร่ ในเวลาต่อมาได้ขยายเขตพื้นที่เพื่อจัดทำโครงการฟื้นฟูสภาพป่าคืนชีวิตสู่ธรรมชาติอีกประมาณ ๑,๐๑๐ ไร่ รวมเป็นพื้นที่ ๑,๙๕๐ ไร่ หมู่พระตำหนักแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 เขต คือเขตพระราชฐานชั้นนอก เขตพระราชฐานชั้นกลางและเขตพระราชฐานชั้นใน


พระตำหนักชั้นใน (ห้ามถ่ายภาพโดยเด็ดขาด)



หมู่พระตำหนักประกอบด้วยอาคารพระตำหนักปีกไม้ เป็นพระตำหนักหลังแรก สร้างใน พ.ศ. ๒๕๑๘ มีรูปลักษณะแบบล็อกเคบิน ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๑๙ ทรงมีพระบรมราชโองการให้สร้างพระตำหนักใหญ่เป็นตึกสองชั้น รูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ บริเวณเนินหน้าผาห่างจากพระตำหนักปีกไม้ประมาณ ๕๐๐ เมตร และในเวลาต่อมาได้ก่อสร้างพระตำหนักที่มีรูปแบบใกล้เคียงกันอีกหลังหนึ่ง


เรือนคำหอม


ลานคำหอมหน้าเรือนคำหอม


ในส่วนงานภูมิทัศน์ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญมากส่วนหนึ่ง การจัดภูมิทัศน์อาศัยสภาพพื้นที่เป็นพื้นฐานในการจัด คือลักษณะพื้นที่เป็นเชิงเนินชายเทือกเขาภูพานตอนกลาง และอาศัยสภาพผิวหน้าดินเป็นหลักในการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ คือเป็นภูเขาหินทรายปกคลุมด้วยผังดินทรายสลายบนดินลูกรัง โดยหลักการดังกล่าวสวนในพระตำหนักภูพานจึงจัดสวนได้ 5 รูปแบบ คือ 1. สวนรวมพันธุ์ไม้ 2. สวนแบบประดิษฐ์ 3. สวนแบบธรรมชาติ 4. สวนหินประดับประดา 5. สวนประดับหิน พันธุ์ไม้ที่ใช้แบ่งออกหลายประเภท คือไม้ป่าดั้งเดิม ไม้ป่าที่นำมาเสริมหรือปลูกเติมขึ้นใหม่ ไม้ดอกไม้ประดับทั้งไม้ไทยและไม้จากต่างประเทศ ไม้เลื้อย ไม้คลุมดิน และไม้น้ำ มีการจัดเสริมไม้ดอกต่าง ๆ ตามฤดูกาลในลักษณะรวบรวมพันธุ์ไม้










เรือนไทยพื้นถิ่นรอบๆ บริเวณลานคำหอม

ส่วนต้นพลอง (ดอกสีม่วง) เป็นต้นไม้ป่าที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงโปรดมาก นอกจากนี้บริเวณเรือนคำหอมยังปลูกประดับด้วยพันธุ์ไม้ดอกจากป่าภูพาน เป็นไม้ดอกฤดูเดียว ขนาดเล็ก เช่น ดุสิตา มณีเทวา ทิพย์เกสร สร้อยสุวรรณ การปลูกประดับจะปลูกได้ในปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาวเท่านั้น




โรโดเดรนดอน หนึ่งในวงศ์กุหลาบพันธุ์ปี



เฟื่องฟ้าเลื้อยเป็นพุ่มขนาดใหญ่



เรือนคำหอมเป็นบ้านไม้ขนาดเล็กยกระดับจากพื้นขึ้นมานิดหน่อย มีระเบียงกว้าง พระบรมราชินีนารถใช้ทรงงานและพบปะประชาชน โดยรอบเป็นสวนไม้ดอกภายใต้ร่มเงาไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ นอกจากนั้นยังมีบ้านไม้หลังเล็กเรียงรายอยู่โดยรอบ บ้านไม้เหล่านี้เป็นเรือนแบบดั้งเดิมของคนไทยอีสานพื้นถิ่น ปลูกจำลองเพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาสถาปัตยกรรมไม่ได้อยู่อาศัยจริง


ดอกเทียนกับขิงแดงหน้าลานคำหอม


พวงคราม


ผึ้งกับเกสรบัว

การเดินทางมาเยือนเรือนคำหอมในพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ถือว่าสะดวกมากเพราะอยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองสกลนคร อยู่ริมถนนหลวงสายสกลนคร - กาฬสินธุ์ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ที่กองรักษาการเพื่อเข้าชมพระตำหนักชั้นนอกได้โดยสะดวก หากต้องการชมพระตำหนักชั้นในต้องติดต่อทางราชการเพื่อขออนุญาตจากผู้ดูแลพระตำหนักเป็นการล่วงหน้า


ชื่อสมมุติหน้าเรือนจำลอง (เมื่อก่อนมีต้นหมากคู่เติบโตอยู่ตรงนี้)

อ้างอิง
-    เจ้าหน้าที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์
-    วิกิพีเดีย

ขอขอบคุณ
- สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) สนับสนุนการเดินทาง
- เจ้าหน้าที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์

 

Facebook Leave a Comment