เขาใหญ่ วันเดียวเที่ยวได้

พายุทราย พรายทะเล / 11/11/2016 15:32:29

เรื่องเล่าเบาๆ เขาใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน (วันเดียวเที่ยวได้)



เช้าวันหยุด แดดจ้า รถแล่นฝ่าความหนาแน่นบนมอเตอร์เวย์ออกไปอยู่บนถนนสายรังสิต-นครนายก ถนนสี่เลนไม่ถึงกับว่างเปล่ามีรถสวนมาเป็นครั้งคราว แซงเราไปบ้างเป็นระยะ


เส้นทางไปเหวนรก ระหว่างมีจักรยานสวนลงมาเป็นระยะ


ป่าฝั่งเหวนรก


จากนครนายกเปลี่ยนเส้นทางไปสู่จังหวัดปราจีนบุรี ถนนดีเหมือนเดิมยกเว้นช่วงสุดท้ายก่อนถึงแยกเนินหอมหรือแยกพระนเรศวร ซึ่งเป็นถนนสองเลนวิ่งสวนกัน เราเลี้ยวซ้ายวิ่งไปตามทางลาดยางกระทั่งมาถึงด่านป่าไม้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เสียค่าคนค่ารถไป 210 บาท (รถตู้ 1 คัน คน 4 คน รวมคนขับ) คราวนี้ขับไปบนถนนลาดยางคดโค้งและสูงชันขึ้นเป็นลำดับกระทั่งถึงทางเข้าน้ำตกเหวนรก จอดรถ เข้าห้องน้ำ คล้องกล้องไว้ที่ไหล่ หอบหัวใจไปตามทาง


คลองขุนด่านต้นธารน้ำตหเหวนรก


สะพานข้ามคลองขุนด่าน



ระหว่างเดินผมคิดถึงอดีตในคราวแรกที่เข้ามาเยือนน้ำตกแห่งนี้ ตอนนั้นถนนสายปราจีนบุรี-เขาใหญ่เสร็จได้ไม่นาน ผมกับเพื่อนขี่มอเตอร์ไซค์มาจากโคราช (นครราชสีมา) จอดรถไว้แล้วเดินไปตามทางดินสายแคบ ข้ามสะพาน ไต่ความชันลงไปสู่จุดชมวิวที่ชื้นแฉะและรื่นมาก ตอนนั้นต้องระวังกันสุดฤทธิ์ผิดกับตอนนี้ ปัจจุบันมีบันไดทางเดิน มีจุดชมวิวกว้างให้นักท่องเที่ยวเสพสัมผัสแบบสะดวกสบาย


มอสบนขอนไม้พบระหว่างทางเดินไปน้ำตกเหวนรก

น้ำตกเหวนรกวันนั้นกับวันนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สายน้ำจากคลองขุนด่านยังรินไหลผ่านภูผาถาโถมลงมาสู่แอ่งกว้าง ส่งเสียงกึกก้องไปทั้งหุบเขา งดงามและน่าเกรงขามในคราวเดียวกัน


น้ำตกเหวนรก



จากเหวนรกเราเดินทางไปบนเส้นทางแสนสวยสายเดิม ระหว่างทางพบว่ามียานพาหนะหลายรูปแบบแล่นสวนมา มีทั้งจักรยาน มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ รถที่ผ่านมาสามารถแยกแยะย่อยชนิดรถออกได้หลายชนิด เช่น รถยนต์มีทั้งรถตู้ รถเก๋ง รถกระบะธรรมดา รถกระบะโฟร์วีลที่เอาไว้เดินทางท่องเที่ยวป่าเขาหรือทางกันดารโดยเฉพาะ


พบช้างระหว่างทาง



ขณะผมสังเกตยานพาหนะเหล่านั้น มีสัญญาณไฟและสัญญาณมือจากรถที่แล่นสวนมา แสดงให้รู้ว่าข้างหน้ามีอะไรบางอย่าง เราชะลอรถ ห่างอออกไปไม่ไกลมีช้างตัวหนึ่งกำลังบริโภคพันธุ์ไม้อยู่ข้างทาง มันอยู่ลำพังเพียงตัวเดียว อยู่ริมถนนที่มีรถวิ่งไปมาแสดงว่ามันแสบพอสมควร คือโดยปกติช้างจะอยู่เป็นโขลง จะโขลงเล็กหรือใหญ่ก็แล้วแต่ ที่สำคัญโดยปกติจะพบเห็นช้างบนถนนสายนี้ในช่วงเย็นมากว่าช่วงเที่ยงอย่างนี้

ถัดจากช้างเราเจอทโมนฝูงหนึ่งลงมาจากต้นไม้ พวกมันนั่งอยู่ริมถนนบ้าง กลางถนนบ้าง อันนี้ไม่น่าแปลกใจที่มันลงมาเพราะเคยได้รับอาหารจากนักท่องเที่ยวก็เลยเคยตัว กรณีนี้เป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงกันมาก การให้อาหารลิงถือเป็นเรื่องผิดกฎอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ห้ามเพราะทำให้ลิงเคยตัวและเสียชีวิตจากการถูกรถชน ปีหนึ่งๆ เสียชีวิตเป็นจำนวนมากพอสมควร การใจดีในบางเรื่อง (ไม่เข้าเรื่อง) จึงกลายเป็นการฆาตกรรมลิงโดยไม่รู้ตัว

จากถนนสายเหวนรก เราเปลี่ยนมาใช้เส้นทางสายเก่าคือปากช่อง-เหวสุวัติ เส้นทางสายเก่าพาเราผ่านสถานที่กางเต็นท์ยอดนิยมคือลำตะคองกับผากล้วยไม้ เท่าที่เห็นมีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งกำลังกางเต็นท์เพื่อพักค้างแรม เชื่อว่าช่วงบ่ายไปถึงเย็นคงมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอีกเป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์


คาราวานออฟโรดบริเวณลานจอดรถน้ำตกเหวสุวัติ

สุดทางสายเก่าบนลานจอดรถ ก่อนเดินลงไปสัมผัสน้ำตกเหวสุวัติเราแวะกินข้าวเที่ยงกันที่ร้านค้าของอุทยานฯ อาหารไม่มีอะไรให้เลือกมากนักแต่ไม่น้อยจนเกินไป คือมีแกงและผัดอยู่สี่ห้าอย่าง มีก๋วยเตี๋ยว มีส้มตำ ซึ่งรสชาติดีใช้ได้เลย


ส้มตำอาหารจานโปรดของร้านค้าอุทยานฯ


น้ำตกเหวสุวัติด้านบน


ท้องอิ่ม ถึงเวลาลงไปชิมธรรมชาติ เราเดินลงบันไดไม้ประมาณ 110 ขั้น ลงไปสู่หุบเบื้องล่าง ที่นั่นมีสายน้ำหลั่งโลมลงมาจากธารน้ำด้านบน งดงามและยิ่งใหญ่ น้ำใสไหลลงมากระทบแอ่งเบื้องล่างแตกกระจายเป็นไอละอองจนบริเวณนั้นชุ่มชื้นไปหมด


น้ำตกเหวสุวัติจากจุดชมวิว (ก่อนลงไปข้างล่าง)




น้ำตกเหวสุวัติ (มีถ้ำเล็กๆ อยู่ทางด้านขวา)


เหวสุวัติช่วงปลายฝนต้นหนาวน้ำมากและจะน้อยลงไปตามกาลเวลา พอถึงช่วงหน้าแล้งเหลือน้ำน้อยมาก ใครบางคนบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เหวสุวัติสวยที่สุด ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูดคือสวย แต่ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด ผมชอบเหวสุวัติเกือบทุกฤดู โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนไปถึงกลางเดือนธันวาคมชอบที่สุด คือน้ำน้อยลงกว่านี้นิด ใสขึ้นมาอีกหน่อย ช่วงนั้นมองเห็นถ้ำเล็กๆ ด้านล่างชัดเจนกว่าตอนนี้ ส่วนช่วงหน้าฝนน้ำมากมองเห็นพลังสายน้ำที่ยิ่งใหญ่ ที่สำคัญ บริเวณริมธารน้ำมีผีเสื้อหลากสายพันธุ์โบยบินมาเกาะกินแคลเซี่ยมจากดินอยู่เต็มไปหมด




สายน้ำเหวสุวัติรินไหลผ่านธารโตรกก่อนหายลับไปกับแนวไพร (กลายเป็นลุ่มน้ำลำตะคอง)

จากเหวสุวัตเรามุ่งสู่เขาเขียว เขาอีกลูกหนึ่งซึ่งสูงชัน เขาเขียวทอดตัวเป็นสันยาวราวกำแพงยักษ์ ถนนบางช่วงมีทุ่งหญ้าเขียวระบัด บางช่วงเป็นป่าทึบ หลายช่วงสูงชันคดโค้ง การขับขี่ต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้น ดีที่ทางอุทยานฯ ทำถนนใหม่เรียบและกว้างกว่าเดิม


ถนนแสนสวยมุ่งสู่เขาเขียว


ผ่านทุ่งหญ้ากลางป่าใหญ่



บนเขาเขียวมีจุดชมวิวสองแห่งคือผาตรอมใจกับผาเดียวดาย ผาตรอมใจถือเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในอีสานใต้เป็นพื้นที่ซึ่งดูแลโดยทหารอากาศ ส่วนผาเดียวดายต่ำลงมาอีกนิด ถึงก่อนผาตรอมใจ วันนี้เราเลือกผาเดียวดายเป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายในการเดินทาง


สะพานไม้ ทางเดินไปผาเดียวดาย


ไม้เลื้อยกับต้นไม้ใหญ่บริเวณผาเดียวดาย


พึ่งพาอาศัยตามระบาานิเวศน์


สมัยก่อนการเดินเข้ามาสัมผัสผาเดียวดายต้องเดินไปบนทางกลางป่าแคบเล็ก บางช่วงต้องเดินบนโขดหินข้างลำธาร ปัจจุบันทางอุทยานฯ ได้ทำทางเดินใหม่เป็นสะพานไม้ยกระดับจากพื้น สะพานไม้นี้ทอดยาวเป็นวงกลมมีระยะทางประมาณ 440 เมตร สะดวกต่อการเดิน ที่สำคัญทำให้การเดินของนักท่องเที่ยวไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อพันธุ์พืชขนาดเล็ก เช่น มอส เฟิร์น




ทัศนียภาพผาเดียวดาย

ระหว่างทางมีป้ายนิเทศอธิบายถึงลักษณะผืนป่า ก่อเกิดเป็นความรู้เล็กๆ น้อยๆ ติดตัว ครึ่งทางระหว่างเดิน สะพานไม้พาเรามาถึงผาเดียวดาย หน้าผางามที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพผืนป่าได้ในมุม 180 องศา มองเห็นทุ่งหญ้าในหุบเขา มองเห็นเงาเมฆทาทาบแมกไม้ งดงามมาก ส่วนขากลับพบลำธารเล็กๆ ผมว่ามันเล็กจนคนมองข้ามไปหมด ความจริงมันคือต้นน้ำ ต้นลำธาร เป็นแขนงหรือสายเลือดที่มีอาจมองข้ามความสำคัญได้เลย

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ผาเดียวดาย


ความอุดมสมบูรณ์ของป่าเขาใหญ่ มองจากผาเดียวดาย


ธารน้ำเล็กๆ ที่ผาเดียวดาย


หลังจากเราได้สัมผัสน้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัติ ผาเดียวดาย ตะวันเริ่มเคลื่อนคล้อยลอยต่ำลง การเดินทางบนขุนเขาใกล้สิ้นสุด ถึงนาทีที่เราต้องตัดสินใจกลับลงไปสู่พื้นราบโดยเลือกลงทางด้านถนนธนะรัชต์ อำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา หวังว่าขากลับลงไปจะพบกวางสักฝูงแม้ว่าวันนี้รถนักท่องเที่ยวเยอะมากจนความหวังริบหรี่เหลือเกิน


ถนนบนเขาใหญ่สายนี้มุ่งสู่อำเภอปากช่อง

ทั้งหมดนี้คือการเดินทางแบบวันเดียวเที่ยวได้ ได้ทั้งความรู้ ได้รับความงาม ได้ทั้งความรื่นรมย์ ไม่เสียเงินเยอะ ไม่ต้องใช้เวลามาก หากใครจะค้างแรมต่อก็สามารถทำได้ ส่วนใครจะกลับก็ตามสะดวก อันนี้แล้วแต่จุดประสงค์ของแต่ละคน ส่วนพวกเราได้ทำตามแนวความคิด “วันเดียวเที่ยวได้” อย่างสมบูรณ์ที่สุดแล้ว ขอบคุณป่าเขาใหญ่ ขอบใจเพื่อนร่วมทาง ค้อมหัวให้ทุกอย่างที่ก่อเกิดเป็นป่าเขาใหญ่ในนามดงพญาเย็น



หมายเหตุ
-    อุทยานแห่งชาติมีพื้นที่ครอบคลุม 4 จังหวัด คือ นครราชสีมา ปราจีนบุรี นครนายก สระบุรี
-    การเดินทางขึ้นเขาใหญ่ไปได้สองทาง คือทางฝั่ง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และ ทาง จ.ปราจีนบุรี ถนนทางฝั่งปราจีนบุรีขับขี่รถง่ายกว่า คดโค้งน้อยกว่าฝั่งปากช่อง
-    การเดินทางแบบวันเดียวเที่ยวถือเอากรุงเทพฯ เป็นจุดเริ่มต้น

ขอบคุณ
-    กลางดงเมาเทนวิวรีสอร์ต (สวนซ่อนศิลป์)
-    น้อง เสาอาทิตย์ไม่อยู่
-    เอ๋ อินดี้
-    บุ๋ม บาราก้า

Facebook Leave a Comment