ภูทอก

พายุทราย พรายทะเล / 19/09/2016 00:02:14

ภูทอกเป็นภูโดดๆ โด่ๆ  ผุดอยู่บนพื้นที่ราบ โดยรวมเป็นท้องนาเขียวชรอุ่มโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนไปถึงต้นหนาว ใครไปเยือนภูทอกในช่วงต้นฝนจะพบท้องนากับข้าวกล้ารวมถึงวิถีชาวนาในการปักดำ ช่วงกลางฝนจะพบท้องนาเขียวไสวท่ามกลางลมหายใจของหยาดฝน ส่วนปลายฝนต้นหนาวจะพบข้าวตกรวงเหลืองอร่ามงามราวภาพเขียนจากจิตรกรมือเอก ส่วนหลังฤดูเก็บเกี่ยวท้องนาเหลือซังแห้งปลิวไปกับลมแล้งสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง นอกจากภาพงามในสามฤดูภูทอกยังมีสิ่งที่น่าสนใจ น่าอัศจรรย์ใจ ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ดังนี้


ภูทอกมองจากพุทธวิหาร


ปฏิมากรรมรูปเคารพ ก่อนถึงภูทอก


ภูทอก เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) อยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง จ.บึงกาฬ โดยมีพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ เป็นผู้ก่อตั้ง “ภูทอก” ภาษาอีสานแปลว่า “ภูเขาที่โดดเดี่ยว” ภูทอกมี 2 ลูก คือภูทอกใหญ่และภูทอกน้อย ส่วนที่นักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญสามารถชมได้คือบริเวณภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไป ยังไม่เปิดให้เยี่ยมชม


ท้องนาหน้าฝนรอบๆ ภูทอก



จุดเด่นของภูทอกคือสะพานไม้และบันไดเวียนรอบภูทอกแบบ 360 องศา มีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปี บันไดบางช่วงสูงชัน บางช่วงเรียบง่าย การไปเยือนน่าจะหารองเท้าที่เหมาะโดยเฉพาะช่วงฤดูฝนบันไดลื่นต้องระมัดระวังให้มาก


บันไดทางขึ้นชั้น 3


บันไดทางลัดจากชั้น 3 สู้ชั้น 5


มีคนจินตนาการไว้ว่าบันไดที่ทอดขึ้นสู่ยอดภูทอกเปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำสัตบุรุษให้พ้นโลกแห่งโลกียะ สู่โลกแห่งโลกุตระหรือโลกแห่งการหลุดพ้นด้วยความเพียรพยายามและมุ่งมั่น

 
องค์พระพุทธปฏิมากรรม ชั้น 4


ทางเดิน ชั้น 5

ชั้น 1-2 เป็นบันไดเพื่อขึ้นสู่ชั้นที่ 3 ซึ่งเริ่มเป็นสะพานเวียนรอบเขา สภาพเป็นป่าเขา มีโขดหินลานหิน สุดทางชั้น 3 มีทางแยกสองทาง ด้านซ้ายเป็นทางลัดไปสู่ชั้นที่ 5 ได้เลย (ทางสูงชัน การก้าวเดินเส้นทางลัดนี้ต้องระวังให้มาก) ทางขวามือผ่านซอกหินที่มีลักษณะเหมือนอุโมงค์ เป็นทางขึ้นสู่ชั้นที่ 4


ผาหินภูทอก


ทางลัดจากชั้น 3 สู่ชั้น 5


ชั้น 4 เป็นสะพานไต่เวียนรอบเขา มองไปเบื้องล่างจะเห็นเนินเขาเตี้ยๆ สลับกัน เรียกว่า "ดงชมพู"  ทิศตะวันออกจดกับอุทยานแห่งชาติภูลังกา มีสภาพเป็นป่าดิบ มีแม่น้ำลำธารหลายสายไหลผ่าน มีสัตว์ป่ามากมายอาศัยอยู่โดยเฉพาะมีฝูงกามาอาศัย อยู่มาก จึงเรียกกันว่า "ภูรังกา" แล้วเพี้ยนมาเป็น "ภูลังกา" ในที่สุด (ชั้นที่ 4 นี้ จะเป็นที่พักของแม่ชี )




ความชรอุ่มชุ่มเขียวขณะเดินไต่ความสูงจากชั้น 3 สู่ชั้น 4



ชั้น 5 เป็นชั้นที่สำคัญ ชั้นนี้มีศาลาขนาดใหญ่ พระพุทธรูป กุฏิ  และเป็นที่เก็บสังขารของพระอาจารย์จวน ชั้นนี้พื้นที่สะอาด กว้างขวาง ร่มเย็น เหมาะสำหรับการนั่งสวดมนต์ภาวนา ปฏิบัติธรรม (ควรแวะกราบพระแล้วค่อยไปต่อ)  ตลอดตามช่องทางเดินจะมีถ้ำขนาดเล็กอยู่หลายจุด เช่น ถ้ำเหล็กไหล ถ้ำแก้ว ถ้ำฤษี  มีที่ให้นั่งพักระหว่างเมื่อยล้าจากการเดินขึ้นเขา  ถ้าเดินมาทางด้านเหนือจะเห็นสะพานหินทอดตัวสู่พุทธวิหารอันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จุดนี้มีลักษณะแปลก คือเป็นหินแยกตัวออกมาจากหินก้อนใหญ่ แต่ไม่ตกลงมา เพราะตั้งอยู่อย่างได้ฉากสมดุลย์กับพื้นโลก ปัจจุบันมีสะพานไม้เชื่อมต่อระหว่างสะพานหินกับพุทธวิหาร มองออกไปจะ เห็นภูทอกใหญ่ยืนตัวอยู่ข้างๆ


ทัศนียภาพผืนป่ากับหนองน้ำ



ชั้น 6 เป็นจุดชมวิวิที่ดีที่สุด ทางเดินเลียบริมผายื่นออกมาจากตัวภู ใครกลัวความสูงมีเสียว มีสั่น  มีกลั้นฉี่ มีเดินไม่ไหว แต่ละจุดของหน้าผามีชื่อที่แตกต่างกัน เช่น ผาเทพนิมิต ผาหัวช้าง ผาเทพสถิต คนที่ชอบทะเลหมอกต้องมาช่วงเช้าของฤดูหนาวจะพบกลุ่มหมอกหนาลอยตัวอยู่รอบภู  (บางคนบอกว่าเหมือนอยู่บนสวรรค์ เสียดายผมไม่เคยเห็นว่าสรรค์เป็นไง)


องค์เจดีย์กับชุมชน


ทางเดินชั้น 5





จากชั้น 6 สู่ชั้น 7 เป็นสะพานไม้เวียนรอบเขายาว 400 เมตร เกาะติดอยู่ริมหน้าผาสูงชัน อันตรายกว่าชั้นอื่นๆ มีใครหลายคนเล่าให้ฟังว่าเขามาภูทอกสี่ห้าครั้งแล้วแต่ไม่เคยเดินถึงชั้น 7 เพราะหาทางขึ้นไม่เจอ เป็นอีกเรื่องที่น่าประหลาดใจ  ชั้นนี้มีบันไดไม้พาดขึ้นมาจากชั้น 6  ด้านบนมีทางแยก 2 ทางเพื่อขึ้นไปบนดาดฟ้าชั้น 7 ทางแรกเป็นทางชัน ต้องเกาะกิ่งไม้และรากไม้ เดินลำบากพอสมควร ที่น่ากลัวมากกว่านั้นคือป้าย "ระวังงู" คนกลัวงูไม่มีทางผ่านไปได้มันหลอนยังไงไม่รู้ ดังนั้นจึงควรไปใช้อีกทางหนึ่งซึ่งอ้อมนิดหน่อย เดินเวียนไปทางขวามือจะมาบรรจบกัน ด้านบนสุดของภูทอกมีลักษณะเป็นป่าทึบยอดภู


พุทธวิหาร

จากข้อมูลข้างต้นจะพบว่าภูทอกไม่เหมือนสถานที่ใดในประเทศหรือในโลก มีบุคลิกเด่นชัด มีทั้งความงามทางธรรมชาติ ทางธรรม ทางวิถี เงียบสงบงามในคราวเดียว ผมว่าภูทอกเป็นหนึ่งในอะเมสซิ่งไทยแลนด์ครับ


ภูทอกใหญ่
 


หมายเหตุ
- ภูทอกตั้งอยู่ที่บ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง จ.บึงกาฬ เป็นสถานทีท่องเที่ยวแบบสบธรรมมะเพราะเป็นที่ตั้งของวัด ดังนั้นการไปเยือนควรมีความสงบเสงี่ยมเจียมตน อย่าได้ไปร้องแลกแหกกระเชอเป็นอันขาด ที่สำคัญกรุณาแต่งตัวสุภาพเพื่อให้เกียรติสถานที่ (สุภาพสตรีที่นิยมใส่กางเกงขาสั้นเสมอจิ๋มอย่าไปนะมันไม่งาม ถือว่าคนไทยสายพุทธขอร้องละกันครับ)
- การไปเยือนภูทอกควรตรวจสอบวันเวลาให้ดีเพราะมีบางช่วงที่ภูทอกปิด เช่น วันที่ 10 -16  เมษายน ของทุกปี  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Facebook Leave a Comment