ภูสวนทราย

พายุทราย พรายทะเล / 01/06/2016 18:50:56



01
ถนนหลวงจากเมืองเลยคดโค้งไปตามสภาพภูมิประเทศแบบขุนเขา ผ่านอำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย และเข้าสู่อำเภอนาแห้ว อำเภอแห่งขุนเขาริมชายแดนไทยลาว บริเวณนี้มีแค่แม่น้ำเหืองสายเล็กแบ่งเขตให้ประเทศหนึ่งแยกออกจากประเทศหนึ่ง ทั้งๆ ที่มันควรเป็นหนึ่งเดียวกัน


02


03


04


ณ ภู สวนทราย ถึงที่หมายกล่าวทักทายผู้คุมกฎที่เราเรียกว่า “หัวหน้า” (หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย) จากนั้นพูดคุยกันพอหอมปากหอมคอจึงออกเดินทางไปบันทึกภาพเงาอาทิตย์สุดท้ายที่ภูขาด แต่ดวงไม่ดีนัก สายฝนอันเป็นที่รักกลางเดือนธันวาล่วงหล่นลงมาเป็นม่านสาย สนธยาสุดท้ายจึงไม่ได้สนทนากับดวงตะวันเลยซักนิด ได้เห็นแค่เมฆหนาท่ามกลางสายลมเหยียบเย็น มีแสงส่องสาดผาดผ่านหมู่เมฆเป็นระยะ ไม่แน่ใจว่าดวงตะวันกับจันทร์ดาราในเย็นย่ำค่ำนี้จะเป็นอย่างไร ถ้าไม่ได้อาทิตย์กลมโตขอให้ได้สนธนยาฟ้าสีสวย ถ้าไม่ได้ดาวตกขอให้ได้ดาวพราวฟ้า แต่ใครจะรู้ การเดินทางท่องเที่ยวธรรมชาติมิอาจคาดเดา หลายครั้งเวลาเคลื่อนไปไม่กี่นาทีบรรยากาศก็แตกต่างแล้ว การถ่ายภาพด้วยกล้องกับบันทึกความทรงจำด้วยดวงตาและความรู้สึกจึงต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางคราวใครบางคนได้ฟ้าสีสวย คนบางใครได้หมอกหม่น บางคนไม่ได้อะไรเลย หรือบางใครได้เกี่ยวเรียวรุ้งเหนือทุ่งกว้าง นั่นคือเสน่ห์ นั่นคือมนต์ คนไม่สัมผัสไม่มีทางรู้ คนไม่เคยดูมักไม่เข้าใจ บางคนบ่น บางคนด่า บางคนถามหาสิ่งที่เคยเห็นในรูปภาพตามนิตยสาร ความจริงใครคนนั้นไม่รู้ว่าสิ่งแตกต่างที่เขาได้รับคือรางวัลหาใช่สิ่งเลวร้าย ผมเคยติดอยู่ในม่านฝน เคยล่วงหล่นในธารเศร้า เคยนั่งเหงาอยู่ในป่าชื้นเพียงลำพัง ภายหลังกลับกลายเป็นเรื่องราวเล่าขานให้ลูกหลานฟัง ผมเดินทางมาไกล ไกลพอเข้าใจธรรมชาติและให้อภัยตัวเอง การได้เห็นปรากฏการณ์หนึ่งถือว่าเป็นบุญ ถือเป็นทุนในการเดินทางท่องเที่ยวต่อไป เหมือนค่ำคืนนี้แม้ไม่ได้ดาวซักดวงอยู่ในมือก็ไม่ยึดถือไม่เป็นไร ในเมื่อลมหายใจยังอยู่ พรุ่งนี้มีทางสว่างเสมอ


05


06


07


อย่าร้องไห้ถ้าภูเขายังมีป่า
ไม่ไร้ค่าถ้าดอกหญ้ายังเอนไหว
ยังยิ้มได้หากแสงดาวยังแกว่งไกว
บอกหัวใจให้ออกเดินเพลินพนา


08


09


รุ่งเช้าความเหน็บหนาวยังยึดอยู่ ม่านน้ำฝนปะปนศรัทธาเดินเคียงคู่กันตลอดคืน หนักบ้างเบาบ้างไม่ร้างเสียทีเดียว คนเดินป่าไม่กลัวป่า ลำธาราไม่กลัวฝน เมื่อมาถึงถิ่นก็ต้องบินให้ถึงฝั่ง แม้ทางเดินจะลำบากกว่าปกติก็ต้องไป ก่อนแกว่งเท้าก้าวขึ้นเนิน “ต้น” ป่าไม้หนุ่มบอกว่า “ต้องเดินขึ้นเนินเขาสูงชัน ผ่านป่าไผ่ เหยียดขึ้นไปจนถึงสันเขา ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร แล้วเดินบนทางราบป่ารกไปอีก 4 กิโลเมตรจึงถึงที่หมาย ซึ่งถูกเรียกว่า “เนิน 1408” เนินแห่งนี้เป็นฐานทหารเก่าในคราวไทยรบลาว ลาวรบไทย ส่วนช่วงสุดท้ายเดินลงเขาอีก 3 กิโลเมตรเป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ ระหว่างทางเราอาจได้พบกระโถนฤาษีดอกไม้กินแมลงรูปร่างงามประหลาด”


10


11


ผู้มาเยือนพยักหน้าเข้าใจ ไม่ถามอะไรมากไปกว่านั้น

ฝนบางๆ กับเส้นทางสูงชันทำให้อากาศเย็นยามนี้เหน็บหนาวร้าวถึงกระดูก หนาวทั้งอากาศในผืนป่า หนาวทั้งน้ำจากฟ้าที่ปะพรมลงมาไม่ขาดสาย สวมเสื้อกันหนาวหนากับเสื้อร่มกันฝนแนบกระชับร่าง หลังแบกเป้ไหล่แบกกล้องพร้อมเดินดง ก้าวเท้าไปบนทางชุ่ม ใจระรื่นไปกับทางชื้น อีกไม่นานคงรู้ว่าอากาศบนภูเย็นยะเยือกเพียงใด


12


13


ตลอดระยะทาง 1+4 กิโลเมตรได้พบเจอพันธุ์ไม้ดอก ไม้ใบ ไม้เลื้อยไม้คลุมดินมากมายหลายชนิดรวมทั้งเจ้าดอกกระโถนฤาษีด้วย ส่วนสิ่งที่สร้างรอยประทับใจคือบรรยากาศโดยรวมของผืนป่า ป่าที่ถูกหมอกฝนปกคลุมจนขาวโพลนไปหมด งดงามราวภาพฝัน หยาดน้ำจากสรวงสวรรค์ทำให้ป่างามเช่นนี้ นี่คือรางวัลอันเหมาะสม ผมไม่แน่ใจว่าเดินไพรในฤดูอื่นจะได้เห็นภาพอย่างนี้หรือไม่ ยกเว้นต้องย้อนมาย้อนไป เอาให้รู้ดูให้ละเอียดว่าแต่ละฤดูแตกต่างกันอย่างไร


14

สำหรับเนิน 1408 มีลักษณะเป็นผากว้าง พื้นราบริมผาปกคลุมด้วยใบเฟิร์น มีร่องรอยบังเกอร์เก่าของทหารถูกปกคลุมด้วยมอส เฟิร์นและดอกหญ้าบางชนิด ขณะยืนอยู่บนเนินมองเห็นขุนเขาทอดตัวเรียงรายสลับซับซ้อนกั้นเขตไทย-ลาวตรงบ้านน้ำผักของไทยกับบ้านแตน แขวงไชยบุรี ของลาว


15


16


ตอนขึ้นมาถึงเนิน 1408 เม็ดฝนหยุดโปรยปรายเหลือเพียงสายลมหนาวจากฝั่งลาวพัดผ่านมา จากหนาวฝนผ่อนปรนเป็นลมหนาว หนาวเพียงไรยังทนไหว ยังทนได้เพราะมีหัวใจอุ่นๆ ยืนโต้กับสายลมจากขอบฟ้าไกล ส่วนระยะทาง 3 กิโลเมตรหลังเดินง่าย เดินลงเขา แต่ผู้ที่มีปัญหาเรื่องหัวเข่าอาจไม่พึงปรารถนาเพราะหลายช่วงเป็นทางลงเขาที่ลาดชันมาก

ลงจากป่าล่าถอยออกจากภูสวนทราย จุดมุ่งหมายต่อไปในวันรุ่งคือทัศนียภาพเมืองนาแห้วในมุมสูง ไปเก็บเกี่ยวภาพดวงตะวันในยามเช้า เก็บงำเรื่องราวให้มากที่สุด


17


18


19


หมายเหตุ
- บทความส่วนหนึ่งเคยตีพิมพ์ในนิตยสารหนีกรุง ฉบับประจำเดือนมกราคม 2559
- ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดเลย

บรรยายภาพ
1.-2. หมอกฝนปกคลุมผืนป่าภูสวนทราย
3.ความชุ่มชื้นผืนป่าก่อเกิดเห็ดมากหน้าหลายตาผุดโผล่ตลอดเส้นทาง
4.ป่าแน่นต้นไม้หนา ผืนป่าภูสวนทรายฝั่งทางลง (บ้านน้ำผัก)
5.เฟิร์นจำพวกกูดดอยปกคุลมพื้นที่ริมผาบริเวณเนิน 1408
6.บังเกอร์เก่า
7.เนิน 1408
8.-9.น้ำตกช้างตก แบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกขนาดเล็ก ชั้นสองมีแอ่งน้ำกว้างรองรับ
10.จุดชมวิวตะวันแรกแห่งภูสวนทรายที่ภูขาดมีหมอกหนาเกินกว่าจะเห็นดวงอาทิตย์
11.แสงยามเช้าโผล่มาให้เห็นเพียงบางบริเวณบ้านนาปอ ระหว่างที่ทำการอุทยานฯ กับภูขาด
12.กระโถนฤาษี ดอกไม่กินแมลง พบเห็นในป่าชื้นรวมถึงอุทยานฯ ภูสวนทราย
13.ทุ่งหญ้าบนพื้นราบในหุบเขาหลังจากการเดินป่าสิ้นสุดลงตรงบ้านน้ำผัก
14.หลังลงจากภูสวนทรายจะพบชาวบ้านห้วยน้ำผักกับแปลงสตรอเบอร์รี่
15.-16.อาทิตย์ยามเช้าลอยเด่นเหนือภูเรือกับดอกหญ้าบนลานผาหิน บันทึกภาพจากภูผาหมวก อำเภอนาแห้ว
17.ทัศนียภาพอำเภอนาแห้ว มองเห็นแม่น้ำเหืองสายเล็กแบ่งเขตไทยลาว สันเขาสูงด้านหลังคือภูสวนทราย
18.สายหมอกโอบกอดอำเภอนาแห้ว
19.ผืนป่าอุดม รอยต่อภูสวนทรายกับประเทศลาว

Facebook Leave a Comment