ปางสีดา...คราหนึ่ง

พายุทราย พรายทะเล / 09/04/2016 18:09:13


01-02

การเดินทางไปเยือนอุทยานแห่งชาติปางสีดาเริ่มขึ้นจากการพูดคุยกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Kantary Hotel โรงแรมหรูหราแห่งใหม่ในเมืองกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หลังจากคำนวณเวลาในการอยู่ที่โรงแรม เข้าใจว่ายังมีเวลาเหลือพอให้ไปสัมผัสธรรมชาติที่โอบกอดเมืองกบินทร์บุรี และสุดท้ายได้ความว่าแผนแรกควรไปเดินป่าในอุทยานแห่งชาติปางสีดาในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสระแก้วซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมไปมากนัก แผนขั้นที่สองคือเลือกเส้นทางเดินป่าและเลือกคนเดินป่า เส้นทางมากมายกลางป่าใหญ่มีทั้งใกล้และไกล มีให้เลือกตั้งแต่ 3 กิโลเมตรไปจนถึง 10 กิโลเมตร ที่เห็นว่าเหมาะด้วยประการทั้งปวงคือเดินเป็นเส้นวงกลมเริ่มจากบริเวณ กม. 6 เดินเข้าไปชมน้ำตกผาตะเคียนแล้วออกมาพบน้ำตกปางสีดา รวมระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ส่วนการเลือกคนไม่ยาก คือเลือกเพื่อนที่คุ้นเคยในจำนวนไม่มากจนเกินไป


03

8.30 น. เจ้าหน้าที่ป่าไม้ 2 ท่านยืนรอเราอยู่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เรายกมือไหว้และกล่าวทักทายเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงสืบถามถึงชื่อเสียงเรียงนามตามวิถีคนเดินทาง คนแรกเป็นหนุ่มใหญ่ชื่อ “แก้ว” อีกคนเป็นหนุ่มน้อยชื่อ "เจ๋ง"


04

“แก้ว”เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้เก่าแก่ อยู่ที่นี่มานาน ผ่านงานมาพอสมควร ที่สำคัญเขาเป็นคนรักษ์ป่า รักสัตว์ เป็นนักดูนกดูผีเสื้อ ส่วน “เจ๋ง” เป็นชาวบ้านชำนาญไพร เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราวได้ไม่นาน แก้วบอกว่า “เจ๋งเป็นคนขยัน ชอบทำมากกว่าพูด ชอบทำอาหารมากกว่าชอบกิน”

9.00 น. แก้วก้าวนำ ผู้หลงใหลป่าจากเมืองหลวงก้าวตาม เจ๋งเดินแบกปืนลูกซองห้านัดเดินท้าย “ทำไม? ต้องใช้ปืน” ผมถามเจ๋ง เขาตอบว่า “ป้องกันไว้ก่อน อาจเจอพวกลักลอบตัดไม้หอม พวกไม้กฤษณา หรือพวกเข้ามาล่าสัตว์ป่า”


05

การเดินป่าในบทเริ่มต้นเป็นไปอย่างเชื่องช้า ผู้ร่วมทางไพรหยุดถ่ายภาพกันตลอดทาง คาดเดาด้วยประสบการณ์ว่าเวลาที่กำหนดไว้จะล่าช้า คงได้กินข้าวมื้อเที่ยงกันตอนบ่ายแก่ๆ 

ขณะหยุดถ่ายภาพ แก้วเล่าเรื่องป่าให้ฟังว่า ป่าปางสีดาเป็นหนึ่งในห้าป่ามรดกโลกดงพญาเย็น ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ในป่าปางสีดามีสัตว์อาศัยอยู่มาก สัตว์ขนาดใหญ่มีหมี กระทิง กวาง ช้าง เสือ  ส่วนสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ มีมากอยู่เช่นกัน แต่สัตว์ที่ทำให้ป่าปางสีดามีชื่อเสียงหาใช่สัตว์ใหญ่ มันคือสัตว์ปีกสีสวยที่ถูกเรียกว่า "ผีเสื้อ" ผีเสื้อในป่าปางสีดามีมากถึง 400 ชนิด ไม่น่าแปลกใจหากนักกีฏวิทยาบอกว่าที่นี่คือป่าฝั่งตะวันออกที่มีผีเสื้อมากที่สุดของไทย (ใกล้เคียงกับผีเสื้อในป่าฝั่งตะวันตก คืออุทยานฯ แก่งกระจาน)


06

ทางเดินแคบแต่ป่ากว้าง สองข้างทางมีไม้ใหญ่สลับกับป่าโปร่ง ป่าที่ผันผ่านมีไม้ขนาดกลางเติบโตอยู่เต็มไปหมด บางช่วงบางตอนเห็นตอไม้ขนาดใหญ่ถูกตัดเหลือแต่โคน แก้วกับเจ๋งบอกว่าป่าบริเวณนี้ (บางส่วน) เคยเป็นพื้นที่สัมปทานไม้ คือมีการตัดไม้และชักลากไม้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ดังนั้นไม้ที่เห็นส่วนใหญ่เป็นไม้ใหม่ อายุอานามราว 30 ปีเท่านั้น


07-08

จากการหยุดบันทึกภาพและได้พิจารณาผืนป่าอย่างถี่ถ้วนพบว่าป่าอายุ 30 ปีไม่ได้มีไม้ขนาดกลางโดดเดี่ยวเพียงลำพังเพราะโดยรอบยังมีต้นไม้ใหญ่อายุเป็นร้อยปีโอบกอดอยู่อีกทีหนึ่ง ส่วนสิ่งที่น่าสนใจระหว่างทางเดินมีพันธุ์ไม้กับพืชขนาดเล็กให้ชื่นชม โดยเฉพาะเห็ดหลากสีหลายสายพันธุ์เติบโตอยู่บนขอนไม้ หนึ่งในนั้นมีเห็ดถ้วยสีแดง-ชมพูเบ่งบานอวดความงามอยู่ตามพื้นดิน ส่วนเห็ดหิ้งเติบใหญ่อยู่ตามเปลือกไม้ของไม้ยืนต้น  มีไม้ดอกสีขาวสะอาดตามแซมแทรกอยู่เป็นระยะ มีแมลงมุมใยทองกำลังทักทอเส้นใยโยงยางเป็นตารางถี่ๆ นอกจากแมลงมุมใยทองยังได้พบผีเสื้ออีกหลายชนิด เริ่มตั้งแต่ผีเสื้อแพนซีสีตาล ผีเสื้อสีอิฐธรรมดา ผีเสื้อหางติ่งตุ้มชมพู ผีเสื้อเณรธรรมดา และผีเสื้อหางพลิ้วซึ่งอยู่ในวงศ์ผีเสื้อสีน้ำเงิน


09-10

หลุดจากโลกแมลงและพันธุ์ไม้ออกไม่นาน เดินมาถึงธารน้ำ ได้ยินเสียงน้ำชำแรกโตรกหินถนัดเจนแสดงให้รู้ว่ามาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว


11-12


เบื้องหน้ามีสายน้ำใสไหลรินลงมาจากผาสูงก่อนทิ้งตัวกระแทกแอ่งหินเป็นฟองฝอยแล้วลอยล่องหายลับไปกับแนวไพร น้ำตกแห่งนี้คือน้ำตกผาตะเคียน


13

น้ำตกผาตะเคียนเป็นน้ำตกขนาดกลาง สูงประมาณ 20 เมตร เป็นน้ำตกขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่แต่ให้อรรถรสในการชมได้มากพอสมควร น้ำตกแห่งนี้มีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เติบโตอยู่ด้านบน เป็นต้นตะเคียนเก่าแก่อายุเป็นร้อยปี จึงไม่รู้สึกแปลกใจที่มันถูกเรียกว่าน้ำตกผาตะเคียน


14


15


16


จากน้ำตกผาตะเคียน ต้องเดินผ่านผืนป่าครึ้ม ผ่านธารน้ำ บางช่วงบางตอนทางเดินถูกปิดกั้นจากมวลหมู่ไม้ ต้องเดินอ้อม เวลาล่วงเลยไป จากเที่ยงถึงบ่ายโมง ท้องเริ่มหิว สุดท้ายเดินออกมาถึงธารน้ำกว้าง ธารน้ำสายนี้คือปางสีดา ด้านหน้าคือผาหินเตี้ยๆ เป็นผาน้ำที่ถูกเรียกว่าน้ำตกปางสีดา


17-18

วักน้ำล้างหน้า แกว่งขาในธารใส น้ำเย็นเยือกขับไล่ความเหนื่อยล้าออกไป ตอนนี้เหลือแต่ท้องเท่านั้นที่ส่งเสียงเรียกหาอาหารไม่หยุดหย่อน (ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมทางบางคนแอบบ่นเบาๆ ว่าหิวจัง) 


19-20

การเดินป่าในอุทยานแห่งชาติปางสีดาสิ้นสุดลงที่น้ำตกปางสีดา ขณะนั่งพักผ่อนผมนึกถึงการเดินทางที่เพิ่งผ่านมา มีหลายอย่างที่รู้สึกโดนใจ ถูกใจ และชอบใจ ชอบทั้งป่า แมลง ม่านน้ำตก แต่สิ่งหนึ่งที่สร้างมนตราให้ติดตรึงใจไม่แพ้กันคือลวดลายจากธรรมชาติที่ปรากฏให้เห็น ลายใบไม้แห้ง ใบไม้สด เปลือกไม้ หนามหวาย เส้นใยแมลงมุม ไลเคนบนแผ่นหิน มอสเขียวชรอุ่ม ลวดลายเหล่านี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่มีลายไหนเหมือนลายไหน ไม่มีลายจากใบไม้แห้งใบใดที่เหมือนกันเลย มันเป็นความต่างที่ถูกเสกสร้างให้เคียงคู่อยู่กับความเหมือน เมื่อเพ่งพิศพิเคราะห์จึงรู้ว่ามันงดงามวิจิตรบรรจงเกินกว่ามนุษย์จะสามารถปั้นแต่งให้เสมอเหมือนได้


21-22


ทั้งหมดที่กล่าวมาคือการเดินป่าปางสีดาที่เรียบง่าย ไม่ลำบาก ไม่ซับซ้อน ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ได้เห็นร้อยลายป่าปางสีดาไพร เป็นร้อยลายงานศิลปะที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้มวลมนุษย์ได้ชื่นชม นับเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการเดินเพื่อท่องเที่ยวและศึกษาธรรมชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งครับ


23

อ้างอิง
-    นิตยสาร LIFE AND HOME

บรรยายภาพ
1.ใบเก่าร่วงโรย ใบใหม่งอกเงย วัฏจักรธรรมชาติที่บ่งบอกให้รู้ว่าไม่มีอะไรในโลกเป็นนิรันดร์
2.ผีเสื้ออิฐธรรมดา ในวงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่ พบระหว่างทางเดินไปน้ำตกผาตะเคียน
3.เห็ดถ้วยขนาดเล็ก
4.ฝูงมดกำลังง่วนกับการเดินทาง
5.แมลงมุมใยทอง
6.ช่วงสุดท้ายต้องเดินข้ามธารน้ำปางสีดา
7.-19. ชีวิตพืชกับลวดลายธรรมชาติที่ปรากฏในป่าปางสีดา
20.ต้นกระบกขนาดใหญ่ระหว่างทางก่อนถึงน้ำตกผาตะเคียน
21.น้ำผุดเป็นต้นน้ำที่ผุดจากดินก่อนไหลรินลงล่องลำธาร ที่สำคัญมันเป็นต้นกำเนิด (ส่วนหนึ่ง) ของแม่น้ำบางปะกง
22.น้ำตกผาตะเคียน
23.น้ำตกปางสีดา

 

Facebook Leave a Comment