เลยปลายฝนกับคนต้นหนาว (ตอนแรก) ตามหาภูหอ

พายุทราย พรายทะเล / 21/10/2020 21:24:03

เลยปลายฝนกับคนขี้หนาว 
ตอนแรก “ตามหาภูหอ”


รถทัวร์ฝ่าฝนมาบนถนนหลวงสาย 201 มาถึง อ.หนองหิน จ.เลย ขณะก้าวเท้าลงจากรถฝนบางยังครางเบา รีบหอบเป้กระเป๋าตรงไปที่ร้านกาแฟเล็กๆ ข้างธนาคารไทยพาณิชย์ กาแฟดำร้อนช่วยไล่ความเย็นออกจากร่าง เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง “โชค” น้องรักจาก ททท.เมืองเลยขับรถมารับ จากนั้นมุ่งสู่รีสอร์ตเล็กๆ ชื่อ “ภูผาฝ้าย” ก่อนถึงรีสอร์ตแวะตลาดนัดซื้อเสบียงแก้หนาวกันเล็กน้อย

ค่ำหนึ่งในเดือนตุลาคมอากาศเย็น ฝนเบาบาง ทางมืดเกือบสนิท ด้วยเป็นช่างภาพจึงแวะกดชัตเตอร์คนละนิดละหน่อยก่อนกลับไปหลับใหลกับไอป่า


สายหมอกในสนธยาแรก

ก่อนฟ้าสางตรงไปที่ศูนย์บริการนักท่องเทียวภูป่าเปาะอาศัยรถโฟร์วีลไดร์ฟหรือรถอีแต็กของชาวบ้านฝ่าม่านหมอกไปบนทางแฉะชื้น เละลื่น สูงชัน ขึ้นไปจนถึงยอดภูป่าเปาะ เมื่อขึ้นมาถึงจึงพบว่า “มันเป็นอย่างที่เราคิดไว้” คือไม่มีทางเห็นทะเลหมอกหยอกล้อภูหอเพราะตอนนี้เราถูกหมอกโอบกอดเอาไว้จนมองอะไรไม่เห็น คือห่างออกไปแค่ 20 เมตรก็มองไม่เห็นอะไรแล้ว


รถอีแต็ก


ทัศนียภาพบางส่วนของภูป่าเปาะ


ระหว่างทางไปน้ำตกเพียงดิน


ลมบนภูพัดแรง พัดพาความหวังมาให้ รอด้วยใจ รอจนกระทั่งลมหอบหมอกไป เปิดให้เห็นขุนเขาบางส่วน (แต่ไม่เห็นภูหอ) แล้วก็หอบหมอกกลับมาปกคลุมดังเดิม ไม่เป็นไร เท่านี้ก็ได้ ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราจะออกไปล่าภูหอในมุมใหม่

โชคบอกว่า “เดี๋ยวเราไปน้ำตกห้วยเลา ที่นั่นเห็นภูหอชัด ชัดในมุมที่สวยพอสมควร แต่ขอแวะน้ำตกเพียงดินแป็ปนึงนะพี่” ผมพยักหน้า ตอบสั้นๆ ว่า “ได้เลย แล้วแต่โชค”




น้ำตกเพียงดิน




เฟิร์น มอส ตะไคร่ และดอกไม้เล็กๆ ริมน้ำตกเพียงดิน 


“น้ำตกเพียงดิน” อยู่ไม่ไกล ไปง่าย เดินทางสะดวกสบาย  ระหว่างทางมีหมอกหนาปกคลุมขุนเขาเป็นภาพที่ทำให้การเดินทางรื่นรมย์เป็นที่สุด 

ตามหลักฐานทางธรณีวิทยาบอกว่าน้ำตกเพียงดินเป็นน้ำตกหินปูน มีชั้นเดียว สูง 15 เมตร กว้าง 10 เมตร แต่ในความเป็นจริงมันคล้ายน้ำตก 2 ชั้นซ้อนกันอยู่ ถ้าเป็นที่อื่นเขาคงบอกว่า 2 ชั้น แต่ไม่ว่าจะกี่ชั้นมันก็สวยสมเหตุสมผล โดยรอบตัวน้ำตกเป็นป่าที่มีความหลากหลายทางพันธุ์พืช มีดอกไม้บานเต็มไปหมด เช่น ดอกรุ้งฟ้า เป็นสถานที่ๆ น่าพักผ่อนมาก




เส้นทางจากน้ำตกเพียงดินไปน้ำตกห้วยเลา ผ่านขุนเขา สายหมอก วัดและท้องนา

จากน้ำตกเพียงดิน โชคพารถแล่นผ่านเส้นทางคดโค้ง ผ่านขุนเขาในสายหมอกกระทั่งมาถึงวนอุทยานน้ำตกห้วยเลา ซึ่งอยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต

ก้าวเท้าเดินไต่ความสูงชันผ่านป่าไผ่เหยียดยาว ผ่านน้ำตกหลายชั้น กระทั่งมาถึงชั้น 5 จึงหยุดพัก บริเวณนี้มีจุดชมวิวภูหอ เป็นจุดที่เห็นภูหอได้ใกล้มาก แต่ตอนที่เรามาถึงหมอกบางส่วนยังคลุมยอดภูหอจึงมองไม่เห็นยอดตัดที่ใครต่อใครชอบเปรียบว่าเป็นฟูจิเมืองไทยเพราะมีความคล้ายอยู่ในที การบันทึกภาพภูหอถ้าไม่เห็นยอดภูก็ไร้ความหมาย สิ่งที่เป็นเลกลักษณ์ของภูหออยู่ตรงยอดนี่เอง ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยย้อนลงมา ขึ้นไปถ่ายน้ำตกชั้น 9 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของห้วยเลากันก่อน


ทางเดินไปน้ำตกห้วยเลาจากชั้น 1 - 9 เดินไต่ความสูงผ่านป่าไผ่


บางจุดมองเห็นทัศนียภาพกว้างไกล


น้ำตกห้วยเลาทั้ง 9 ชั้น เป็นน้ำตกหินปูนที่ลดหลั่นจากความสูงแบบลาดชันลงที่ต่ำ ทุกชั้นมีบุคลิกเฉพาะตัว แตกต่างกันทุกชั้น ชั้น 9 เป็นชั้นใหญ่ที่สุด คือทั้งใหญ่ทั้งกว้าง เสียดายน้ำไม่ไหลลดหลั่นลงมาแบบเต็มผาไม่งั้นจะงดงามมากกว่านี้ สอบถามได้ความว่าน้ำตกแห่งนี้แล้งจัดมาสองปีแล้ว แต่ที่สำคัญคือน้ำตกห้วยเลาเป็นน้ำที่ผุดออกมาจากถ้ำบริเวณผาระฆัง




ส่วนหนึ่งของน้ำตกห้วยเลาชั้น 9


น้ำตกห้วยเลาชั้น 7




ดอกไม้ผุดพราวอวดกลีบดอกตลอดทาง



จากน้ำตกชั้น 9  ผมกับโชคถอยลงมาบนเส้นทางสายเดิม ได้เก็บภาพภูหอมาอีกนิดหน่อยจากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังอำเภอด่านซ้ายโดยมีจุดหมายปลายทางที่โฮมสเตย์ภูอีเลิศ บ้านปากหมัน เพื่อเดินทางขึ้นภูอีเลิศในเช้าวันรุ่งขึ้น

(กรุณาติดตามตอนจบ ในวันถัดไป)

หมายเหตุ
- น้ำตกห้วยเลา อยู่ในท้องที่ ต.แก่งศรีภูมิ อ.ภูหลวง จ.เลย






ภูหอ บันทึกภาพจากจุดชมวิว น้ำตกห้วยเลา ชั้น 5


 

 

Facebook Leave a Comment