น้ำตกหมันแดง

พายุทราย พรายทะเล / 20/08/2020 20:35:54

นอนริมนา ฝ่าม่านหมอก หยิกหยอกทาก บันทึกภาพน้ำตกหมันแดง


บนถนนลาดยางสายเดิม “โชค สายป่าเลยเถิด” พาผมออกจากสถานีขนส่งเพื่อมุ่งตรงไปที่บ้านหมากแข้ง อ.ด่านซ้าย บริเวณรอยต่อระหว่างเขตเมืองเลย เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก ถนนยามเย็นฉ่ำฝน ผู้คนเงียบหาย ริมทางซ้ายขวามีหมอกขาวปกคลุมหลายช่วง กว่าจะไปถึงปลายทางรติกาลก็เข้าปกคลุม ถนนมืดมิดสนิทใจ มองไม่เห็นอะไร กว่าจะไปถึงกระท่อมไม้ริมนาก็ปาเข้าไปสองทุ่มกว่าแล้ว


ที่พักสุดชิลริมนา

กระท่อมริมนามองจากด้านนอกดูหลังเล็ก แต่เมื่อเข้ามาสู่ภายในพบว่ามันกว้างเกินพอสำหรับคนเดินทาง 4 คน ซึ่งรวมถึงสองหนุ่มหล่อจากเมืองเลยที่เดินทางล่วงหน้ามาก่อนหน้าแล้ว คืนนี้ฝนตกไม่หยุดจากชั่วโมงแรกที่มาถึงยันเที่ยงคืนกว่ามีแต่เสียงฝนกับเสียงเขียดที่ร้องหาคู่กู่หารัก ผมหลับไปกับเสียงเขียดแบบรวดเดียวจบ ลืมตาอีกครั้งก็สางแล้ว 


กระท่อมงามยามเช้า



วิวหน้ากระท่อม

เช้าวันใหม่ สายฝนยังไม่หายไป ยังโปรยปรายลงมาบางๆ อากาศเย็นพอดี สายหมอกงามพอดู ขณะรอรถขับเคลื่อนสี่ล้อจากชาวถิ่นผู้ชำนาญทาง ผมเฝ้ามอง “โชค” ดริปกาแฟ “ไหม” หุงข้าวเหนียวเจียวไข่ ส่วน “เก่ง” นักข่าวท้องถิ่นจากเครืออัมรินทร์เก็บสัมภาระที่ไม่จำเป็นไว้ในรถ ไม่จำเป็นในที่นี้หมายถึงไม่ได้ใช้งานในการเดินป่า เช่น คอมพิวเตอร์ เลนส์เทเลโฟโต้ตัวใหญ่ เป็นต้น

ทางช่วงแรกราบเรียบดี


เส้นทางที่ต้องใช้ส่วนใหญ่มีสภาพเช่นนี้


9.00 น. “ประจบ” นำรถสีขาวมาตามนัดหมาย เขามากับเพื่อนรุ่นน้องอีกคนหนึ่งซึ่งภายหลังกลายเป็นผู้ช่วยผม (ช่วยแบกกระเป๋ากล้อง) เอ่ยทักทายและไหว้กันตามประเพณีไทย สนทนาเพื่อทำความเข้าใจในการเดินป่า จากนั้นหน้ามุ่งสู่น้ำตกหมันแดงในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า รอยต่อเมืองเลย-พิษณุโลก

เส้นทางช่วงแรกเป็นทางสายแคบไต่ไปตามสันเขา บางช่วงเป็นคอนกรีตแต่หลายช่วงเป็นดินลื่นเละ รถโยกไปมาคนก็พลอยโยกตามไปด้วย ระหว่างรถแล่นสายฝนยังโปรยปรายอยู่ตลอดจะบันทึกภาพก็ไม่ได้ต้องเก็บกล้องไว้ใต้เสื้อกันฝน

บ้านหมันขาวอยู่ในหุบเขา

แวะพักกันที่โรงเรียน ตชด. บ้านหมันขาว


ระหว่างทางพบว่าขุนเขาโดยรอบเป็นภูเขาหัวโล้นบ้าง ทำไร่เลื่อนลอยบ้าง เลี้ยงวัวบ้าง แต่พอลึกเข้าไปเรื่อยๆ จึงเริ่มมีป่าหนาแน่นด้วยต้นไม้ให้เราเห็นเป็นลำดับ ส่วนจุดแรกที่เราแวะพักหลังจากหัวโยกหัวคลอนมา 14 กิโลเมตร คือที่โรงเรียน ตชด. บ้านหมันขาว จากนั้นจึงมุ่งไปที่เขตรอยต่อตามที่กำหนดไว้


ตลอดเส้นทางไปน้ำตกหมันแดง ทางเดินปกคลุมด้วยเฟิร์นหลากชนิด

ยินเสียงน้ำกลางไพร


“ประจบ” จอดรถทิ้งไว้บริเวณชายป่าแล้วเดินนำหน้าพาเราเข้าไปในป่าดิบที่รกเรื้อ ตอนนี้ฝนบางลงและขาดหายไป ส่วนทางเดินแคบเล็กนั้นแฉะชื้นลื่นมาก...ต้องระวัง แต่ที่ต้องระวังที่สุดมากกว่าคือ “ทาก” ที่นี่ทากดุกว่าเสือเหนือกว่าช้าง ตลอดทางมีแต่ทากและทาก ไม่ปล่อยโอกาสให้หยุดยืนถ่ายภาพดงเฟิร์นแสนสวย ไม่ปล่อยให้บันทึกภาพเห็ดขอนกับมอสเขียวเข้ม ต้องเดิน เดิน และเดินจนกว่าจะถึงน้ำตกจึงหยุดได้

น้ำตกหมันแดงชั้น 7

น้ำตกหมันแดงที่เราเข้ามาเยือนมีทั้งหมด 7 ชั้น (เขานับชั้นกันอย่างไรไม่ทราบมีเรื่องสับสนนิดหน่อย) เท่าที่รู้ถ้าเดินจากอุทยานฯ ภูหินร้องกล้าซึ่งอยู่ด้านบนเขาเริ่มนับชั้น 1 2 3 ไล่เรียงลงมา ส่วนเรามาจากด้านล่างเป็นการเดินย้อน ซึ่งเราตกลงกันว่าจะเก็บเฉพาะชั้น 7 6 5 เท่านั้น
  
เวลาผ่านไปร่วมชั่วโมงเสียงสายน้ำลั่นดังมาแต่ไกลแสดงให้รู้ว่าเราใกล้เข้ามาแล้ว และสุดท้ายก็หายเหนื่อยไปกับการได้สัมผัสน้ำตกแสนงามนาม “หมันแดงชั้นที่ 7”


น้ำตกหมันแดงชั้น 7

น้ำตกหมันแดงชั้น 6


น้ำตกหมันแดงชั้น 7 เป็นผาน้ำแบบ 90 องศา บ่าลงมาด้วยความรุนแรงแสดงให้รู้ว่าช่วงนี้น้ำเยอะน้ำมากมันจึงหลากลงมาแบบนี้ นักเดินทางส่วนใหญ่ที่ชอบป่าชอบน้ำตกมักชอบช่วงน้ำเยอะ แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นทุกที่ ที่เห็นได้ชัดคือน้ำตกหมันแดงแห่งนี้ ช่วงหน้าน้ำเยอะไม่ใช่ช่วงที่หมันแดงแสดงตัวตนว่างามที่สุด ช่วงต้นหนาวน้ำลดลงต่างหากที่หมันแดงสวยสุดๆ 

จากชั้น 7 เดินขึ้นมาชั้น 6 เดินไม่ไกลเพราะน้ำตกหมันแดงเป็นน้ำตกประเภทชั้นชนชั้น ไม่ได้ทิ้งห่างแต่อย่างใด น้ำตกชั้น 6 อาจไม่ใช่ชั้นยอดนิยมเพราะบางคนก็ว่า ชั้น 7 สวยกว่า บ้างว่าชั้น 5 สวยที่สุด นั่นเป็นเรื่องนานาจิตตัง ต่างคนต่างเห็นต่างคนต่างรู้สึก สำหรับผมน้ำตกหมันแดงชั้น 5 6 7 สวยเท่าเทียมแบบกินกันไม่ลงครับ



น้ำตกหมันแดงชั้น 6


น้ำตกชั้นนี้ไม่ได้ถูกนับให้แยกชั้น ยกเว้นคนที่นับหมันแดงว่ามีทั้งหมด 9 ชั้น เขานับชั้นนี้ด้วย


พวกเราแวะพักที่น้ำตกชั้น 6 กันนานหน่อย ทั้งถ่ายภาพดอกลิ้นมังกรสีชมพูที่เบ่งบานอยู่บนโขดหินริมธารน้ำ ถ่ายภาพน้ำตกที่ลดหลั่นกันเป็นเชิงชั้น เหมือนเป็นชั้นซ้อนชั้น และด้วยที่มันเป็นชั้นซ้อนกันแบบนี้นักเดินทางบางคนก็ตีความว่าหมันแดงมีทั้งหมด 9 ชั้น ซึ่งไม่ผิดเพราะผมก็คิดแบบนั้น สำหรับผมนิยมชั้น 6 นี้เป็นพิเศษ คือมันเหมือนง่ายแต่ไม่ง่าย (หมายถึงถ่ายภาพ) เหมือนไม่งามแต่งาม นอกจากแวะถ่ายภาพกันนานหน่อยยังใช้พื้นที่บนโขดหินแคบเล็กเป็นโต๊ะอาหารมื้อกลางวัน ตอนนี้ข้าวเหนียวที่ “ไหม” หุงไว้ตั้งแต่ตอนเช้าเกิดประโยชน์สูงสุดครับ

การเดินขึ้นไปน้ำตกชั้น 5 ต้องเดินข้ามน้ำตกชันที่ 6 มีเชือกให้จับเพื่อไปให้พลัดตกน้ำ ช่วงนี้นำแรงอันตรายพอสมควร ต้องก้าวสั้นๆ


มอสเขียวปกคลุมขอนไม้ แสดงให้เห็นถึงความชุ่มชื้น



หลังอิ่มท้อง ต้องเดินข้ามธารเชี่ยวขึ้นไปบนชั้น 5 น้ำตกชั้นนี้เหมือนดาราประจำป่า ใครมาใครก็รัก ใครมาใครก็ชอบ ตัวน้ำตกมีลักษณะคล้ายๆ ชั้น 7 คือรินไหลลงมาจากผาหินสูงชัน ไหลลงมาสู่แอ่งเบื้องล่างแล้วรินไหลหายลับไป ส่วนด้านหน้าน้ำตกมีกลุ่มดอกลิ้นมังกรบานอยู่หลายดอก สวยงามสมคำร่ำลือ แต่เชื่อมั้ย ถ้ามาช่วงน้ำน้อยกว่านี้เราจะพบว่ามันงามถึงขีดสุดอย่างที่บอกไว้ตอนแรก ที่เป็นเช่นนั้นเพราะผาหินชั้นนี้สวยมาก เป็นผาหินสีดำสนิท เมื่อน้ำสะอาดใสไหลผ่านลงมามันจะเกิดมิติที่น่าพิศวง คงไม่มีที่ใดเหมือนและไม่เหมือนที่ใด ขณะบันทึกภาพยังคิดว่าหรือปลายเดือนตุลาจะกลับมาอีกครั้งดีมั้ย?

ดอกลิ้นมังกรกับน้ำตกชั้น 5


น้ำตกชั้น 5


ธารน้ำชั้น 5


หลังจากบันทึกภาพจนพอใจในระดับหนึ่งจึงย้อนกลับมาบนทางเดินสายเดิม เพิ่มเติมคือลื่นล้มบ้างบางจังหวะ ทากที่ไม่เกาะขาเพราะว่าใส่ถุงกันทากเปลี่ยนมาเกาะข้อมือ ทากตัวจิ๋วหรือลูกทากมาพร้อมกันเลยสามตัว (ดุดีแท้) ที่ปัดออกไปทันแค่สอง ที่เหลืออีกหนึ่งตัวเริ่มโป่งพองออกไปทางอ้วนเพราะได้เลือดชายแปลกหน้าไปในระดับหนึ่งแล้ว




มวลหมอกหยอกขุนเขา

ออกจากป่ามาบนเส้นทางสายเดิม แวะล้างตัวล้างตีนกันนิดหน่อยที่ธารน้ำ เหน็ดเหนื่อยกันพองาม ไม่ถึงกับสิ้นแรงเพราะระยะทางเดินไม่ไกล แต่ที่ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งไม่ใช่น้ำจากลำธารแต่เป็นม่านหมอกจากฟากฟ้า หมอกสีขาวเดินทางมาจากเขาลูกหนึ่งสู่เขาลูกหนึ่ง ไหลไปกับสายลมแผ่ว ไหลไปซอนเซาะซอกเขา คล้ายไม่รีบร้อนแต่สุดท้ายปกคลุมจนขาวโพลน งดงามมาก ไม่อยากเชื่อว่าจะได้สัมผัสสายหมอกแบบนี้ ลักษณะนี้ ไม่อยากเชื่อว่าจะได้อยู่ในอ้อมกอดของม่านหมอกบริสุทธิเช่นนี้ คงต้องขอบคุณพระเจ้า ต้องคารวะจังหวะและโอกาส ที่สำคัญต้องขอบคุณที่เรายังรักษาธรรมชาติส่วนหนึ่งไว้ได้ดี แม้ว่าบางส่วนจะถูกถางถากจากไปก็ไม่เป็นไร ขอให้วันนี้ส่วนที่อยู่ยังคงอยู่ ส่วนที่ไม่มีเพิ่มเติมให้งอกเงยก็พอ

ม่านหมอกกับดอกไม้ 



การเดินทางทริปน้ำตกหมันแดงจบลงตรงที่เดิม คือกระท่อมไม้ริมนา “ไหม” กับ “เก่ง” จากไปบนเส้นทางหนึ่ง ผมกับ “โชค” แยกมาอีกเส้นทางหนึ่ง ในวันข้างหน้าคงได้พบกันอีกตามวาระของคนเดินทาง ตามชะตามกรรมของคนรักป่า ขอบคุณที่ได้ร่วมทาง ขอบคุณที่ได้พูดคุย ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการเดินทางครั้งนี้ ขอบใจไทยแลนด์ขอบคุณครับ

#khobjaithailand
#น้ำตกหมันแดง

ผู้สนใจเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบนี้ลองโทร.ถามข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณโชค สายป่าเลยเถิด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดเลย โทร.096 707 4617

หมายเหตุ
- น้ำตกหมันแดงไปได้สองทาง ทางแรกคือจากอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก เส้นทางนี้เป็นทางเดินลงน้ำตก แต่มีระยะทางไกลกว่าอีกทางหนึ่ง คือทางที่เรามาจากบ้านหมันขาว อ.ด่านซ้าย จ.เลย
- การเดินป่าน้ำตกหมันแดงต้องแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จะมีเจ้าหน้าที่นำทาง ที่นี่เป็นป่าดิบสิ่งที่ต้องระวังให้มากคืออุบัติเหตุ อย่าเดินเองโดยเด็ดขาดเพราะอาจหลงทางได้โดยง่าย 
- น้ำตกหมันแดงมีเรื่องน่าสังเกตอย่างหนึ่ง จะว่าเป็นคุณสมบัติพิเศษก็ได้ คือหลายวันที่ผ่านมาฝนตกติดต่อกันตลอด เมื่อคืนที่ไปก็ตกทั้งคืน แต่สายน้ำยังใส มีปนแดงบ้างแค่เล็กน้อย เมื่อถึงวันที่ไร้ฝนหมันแดงจะใสสะอาดมาก มากกว่าน้ำใจของใครบางคน ฝนหยุดแล้วลองไปเที่ยวกันนะครับ

   
 

Facebook Leave a Comment