อาบหมอกฝนบนทางฝัน (ตอนจบ) วันสุดท้ายในสายหมอก

พายุทราย พรายทะเล / 28/07/2020 20:33:04

 วันสุดท้ายในสายหมอก
(สวนสนวันจันทร์-สะเมิง-หางดง)


เช้าวันใหม่ ตื่นสายเนื่องจากเมื่อคืนฉ่ำแอลกอฮอล์ ตื่นมากินไข่กระทะ กาแฟโบราณ ชอปปิ้งสินค้าทำมือของพี่กบซึ่งใช้ผ้าฝ้ายของปะกาเก่อญอ แล้วมาถึงขั้นตอนการจากลา โอบกอดกัน อวยพรกัน เก็บฝันที่ร่วมฝัน เพื่อเพิ่มฝันในวันใหม่


ถนนสาย 1265 ปาย-วัดจันทร์





นอกจากป่า ถนนยังตัดผ่านท้องนาในหุบเขา ที่ราบลุ่มซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญ และน้ำพุร้อนที่ผุดโผล่อยู่ริมทาง
 

“เอก” ยังคงเป็นไดร์เวอร์มือหนึ่งแบบเดี๋ยวมือเดียว ผมยังนั่งเนวิเกเตอร์ ส่วนสองสาวด้านหลังพร้อมเป็นเจ้าหญิงนิทรา เราใช้เส้นทางหมายเลข 105 มาได้ไม่ไกลยังไม่ทันพ้นเขตปายดีก็เปลี่ยนมาใช้ถนนสาย 1265 ถนนสายนี้จะพาเรามุ่งสู่บ้านวัดจันทร์หรือสวนสนวัดจันทร์ หรือ อ.กัลยานิวัฒนา อำเภอเล็กๆ กลางป่าที่ผมจัดอันดับให้เล็กที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศนี้ ตัวอำเภอเล็กกว่าหมู่บ้านหลายๆ แห่ง ที่นี่ไม่มีสิ่งบันเทิงใดๆ ไม่มีผับ ไม่มีคลับ ไม่มีบาร์ ไม่มีห้างสรรพสินค้า ถ้า 7-11 ไปตั้งคงเจ๊งตั้งแต่เดือนแรก แล้วที่นี่มีดีอะไร?

เหตุที่เราเลือกไปสวนสนวัดจันทร์เพราะที่นี่มีป่าสนสามใบกว้างไกลสุดตา มีโครงการหลวง มีวัดเก่าแก่ แม้รู้ว่าไม่มีเวลาไปเที่ยวทุกจุดแต่ต้องมา มาเพราะที่นี่เงียบงาม คงความเป็นหมู่บ้านกลางป่าที่งดงามอยู่เสมอ



เดินใต้ร่มเงาป่าสนสู่อ่างเก็บน้ำ

เอกกับรถคู่กาย


ถนนสาย 1265 เป็นถนนที่คดโค้งสูงชัน “เอก” พาเราผ่านโค้งซ้ายโค้งขวากระทั่งเข้าสู่อาณาจักรป่าสน นั่นแสดงให้ผู้มาเยือนรู้ว่าเราก้าวเข้าสู่เขตสวนสนวัดจันทร์แล้ว จุดแรกที่เราแวะเยือนและแวะพักคือโครงการสวนป่าบ้านวัดจันทร์ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ที่นี่มีร้านอาหาร มีบ้านพัก เหมาะกับการพักทั้งพักแป็ปเดียว พักกินข้าว พักค้าง เราจอดรถไว้ที่นี่แล้วเดินเท้าไปใต้ร่มเงาต้นสนกระทั่งขึ้นมาอยู่บนสันสูงของอ่างเก็บน้ำห้วยจันทร์


อ่างเก็บน้ำห้วยจันทร์

อ่างเก็บนห้วยจันทร์ยามเช้า เอามาเปรียบเทียบให้ดูในมุมเดียวกัน ภาพนี้ถ่ายเมื่อห้าหกปีที่แล้ว



บนสันเขื่อนมีฝูงควายมากินหญ้า


ความจริงการมาเยือนอ่างเก็บน้ำห้วยจันทร์ควรมาช่วงเช้า จะได้พบสายหมอกขาวปกคลุมป่าสน ปกคลุมผืนน้ำ และสวยมากยามเมื่อแสงตะวันสีทองสาดกระทบไอหมอก แต่ไม่เป็นไร ช่วงเที่ยงอย่างนี้ใช่ว่ามันไม่งาม สิ่งใดงามย่อมงาม ยามใดมันก็งาม งามน้อยงามมากแล้วแต่ช่วงเวลาและอารมณ์



บ้านพักเท่ๆ แบบกระท่อมกลางป่าของโครงการสวนป่าบ้านวัดจันทร์ (ออป.)

จากอ่างเก็บน้ำขับมาอีกหน่อยก็ถึงวัดจันทร์ จอดรถไว้แล้วเข้าไปกราบพระประธานภายในวิหารไม้ ผมชอบวิหารหลังนี้ คือมีความเรียบง่ายแบบดูดี วัสดุที่ใช้เป็นโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไม้ มีลวดลายงานพุทธศิลป์แซมแทรกอย่างลงตัว เช่น งานปูนปั้นพญานาคตรงหน้าวิหาร งานแกะสลักบานประตูหน้าต่าง งานจิตรกรรมหลังพระประธาน นอกจากวิหารยังมีสิ่งที่น่าสนใจอันทรงคุณค่าคืออุโบสถกับองค์เจดีย์ อุโบสถแห่งนี้มีความแตกต่างจากอุโบสถอื่นๆ ตรงที่ผนังอุโบสถด้านหนึ่งทำเป็นช่องให้แสงผ่าน ช่องนี้กรุกระจกมีลักษณะคล้ายแว่นตา กระทั่งมีคนขนานนามว่า “โบสถ์ใส่แว่น” หรือบางคนไปไกลขนาดเรียกว่า “โบสถ์เลย์แบน” 


วิหารไม้วัดจันทร์

พญานาคบริเวณด้านหน้าวิหารวัดจันทร์

พระประธานภายในวิหาร

งานจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหาร

งานแกะสลักบานหน้าต่างวิหาร

อุโบสถวัดจันทร์
 


องค์เจดีย์วัดจันทร์

เวลาผ่านไป อาหารเที่ยงง่ายๆ ผ่านมา (ก๋วยเตี๋ยว+ส้มตำกระเหรี่ยง) แล้วเราก็ผ่านสวนสนวัดจันทร์ไปบนถนนหมายเลข 1349 ที่ทอดตัวผ่านขุนเขาไปถึง อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ถนนที่ใครบางคนบอกว่าเรียบแบบไม่มีรอยขรุขระ นั่นเป็นหนึ่งในแรงใจให้เราเลือกเส้นทางนี้

ต้นสนสามใจปกคลุมสองข้างทาง ถนนสาย 1349




ม่านฝนอาบถนน 1349


ถนนสาย 1349 เรียบจริง และเงียบจริง เราผ่านมาร่วมชั่วโมงยังไม่มีรถสวนสักคัน และนั่นบ่งชี้ว่าเมื่อไม่มีรถแล่นหรือมีน้อยถนนย่อมรักษาสภาพถนนเอาไว้ได้ดี มันเรียบจริงๆ อย่างที่มีคนบอก แต่คนที่บอกไม่ยอมบอกให้หมด คือเขาน่าจะบอกด้วยว่ามันเงียบมาก (ฮ่าฮ่า เงียบจนท้อ) และไม่นานหลังจากนั้นสายฝนก็ตกลงมา ที่ว่าเงียบจึงไม่เงียบ หากมันกลายเป็นเสียงดังอันแสนสงัด คราวนี้เราใช้ถนนอยู่คันเดียวเลย


ถนนสะเมิง-หางดง








พื้นที่บางส่วนภายในสวนกุหลาบหลวง

บริเวณห้องอาหาร





ขนมจีนถิ่นกุหลาบ

ยำปลาทูน่าต้องกินกับกลีบกุหลาบ


จาก อ.สะเมิง เอกขับต่อมาที่ อ.หางดง ตอนนี้หิวกันนิดหน่อยก็เลยแวะกินกุหลาบกันที่ “สวนกุหลาบหลวง” ใช่! ครับ เราไปกินกุหลาบจริงๆ คือกินคุกกี้กุหลาบ กินยำทูน่ากับกุหลาบ ใครไม่เคยอยากให้ลอง ใครไม่เคยไปอยากให้ไป ที่นี่มีกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ให้เราได้ชื่นชมและถ่ายภาพกันอย่างเอร็ดอร่อยครับ





สุดสายปลายทาง “เอก” ไปส่งผมที่สนามบิน ผมกับบุ๋มบินกลับกรุงเทพฯ เพราะมีงานในวันรุ่งขึ้น ส่วนเอกกับอ๋อมล่องลงมาตามเส้นทางของนักท่องเที่ยวสายขับรถ (รอพบเพจ Drive D ที่เขากำลังปั้นอยู่) ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเราสุขใจขนาดไหน ไม่มีคำอธิบายครับ สุขจริง สุขจนแอบนัดกันเบาๆ ว่าทริปหน้าไปแอ่วเมืองน่าน ขอบคุณเอก อ๋อม บุ๋ม ที่ได้ร่วมทางกัน สุขร่วมกัน เหนื่อยด้วยกัน ขอบคุณกบและปัน บ้านปายนาปายตา ที่รักกันไม่เสื่อคลาย แล้วพบกันใหม่ ขอบคุณครับ

#khobjaithailand
#อาบหมอกฝนบนทางฝันตอนจบ


  

Facebook Leave a Comment