อาบหมอกฝนบนทางฝัน (ตอนสอง) ตามหาน้ำตกเนาะตะฝั่งพม่า ถนนหมายเลข 105 -108 -1095

พายุทราย พรายทะเล / 23/07/2020 13:42:35

อาบหมอกฝนบนทางฝัน (ตอนสอง)

ล่องเรือแม่น้ำเมยตามหาน้ำตกเนาะตะ 
ถนนหมายเลข 105-108-0195

ระหว่างทางไปแม่ตะวอพบขุนเขาสูงเสียดฟ้าถูกปกคลุมด้วยม่านหมอก ที่เห็นคือขุนเขาในฝั่งพม่า

ออกจากอุทยานแห่งชาติแม่เมย “เอก” ไดรเวอร์มือดีจากตราดพาเราเลาะเลียบลำน้ำเมยไปบนถนนหมายเลข 105 เส้นเดิม ช่วงนี้ถนนคดโค้งกว่าเมื่อวาน เปลี่ยวกว่าเมื่อวาน แต่งามกว่าเมื่อวานเพราะเห็นยอดเขาสูงในฝั่งพม่าถูกปกคลุมด้วยสายหมอกขุ่นขาวตลอดเวลา



องค์เจดีย์และพระพุทธรูปหยกขาวในวัดครูบาสร้อย

จุดแรกที่เราแวะพักไม่ใช่ปั๊มน้ำมันแต่เป็นวัดของอริยสงฆ์นามกระเดื่อง “ครูบาสร้อย” ในหมู่บ้านแม่ตะวอ ครูบาสร้อยเป็นพระสงฆ์ที่ละสังขารไปนานแล้วแต่ร่างไม่เน่าเปื่อย ทางวัดและชาวบ้านจึงวางร่างท่านไว้โลงแก้วเพื่อให้ผู้ศรัทธาไปกราบไหว้ นอกจากนั้นภายในวัดยังประดิษฐานองค์เจดีย์และพระพุทธรูปหยกขาวที่งดงามตามพุทธลักษณะพระพม่า



หุ่นจำลองครูบาสร้อยและสังขารของท่านในโลงแก้ว



หันหลังให้วัด เอกขับลงไปที่ท่าน้ำสอบถามได้ความว่ามีเรือหางยาวให้เช่าเหมาลำในราคา 500  บาทเพื่อแล่นฝ่ากระแสน้ำเมยไปพบน้ำตกที่เราตามหานั่นคือ “น้ำตกเนาะตะ” ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับไทย หมายความว่ามันอยู่บนแผ่นดินเมียนมา




ท่าเรือและเจดีย์ริมน้ำเมยในฝั่งพม่า

“อู” หนุ่มปะกาเก่อญอสตาร์ทเครื่องเรือ ใบพัดเหล็กกระทบน้ำแตกเป็นพรายฟอง เรือแล่นผ่านหมู่เจดีย์สีขาวสะอาดตาที่เรียงรายอยู่ริมน้ำและบนฝั่ง แสดงให้เห็นศรัทธาที่มีต่อศาสนามากกว่าทำเท่เพื่อการท่องเที่ยว (บันทึกภาพอย่างไรก็งามเมื่อสิ่งนั้นมีความงามอยู่ในตัว)

 

ผืนป่าฝั่งไทย

บ้านกลางป่าของปะกาเก่อญอ ฝั่งไทย


เรือแล่นผ่านขุนเขาเขียวครึ้ม ต้นไม้แตกยอดอ่อน แสดงให้เห็นการเจริญวัย ป่าไม้ที่เห็นทั้งฝั่งไทยและฝั่งพม่าล้วนแน่นทึบอุดมสมบูรณ์ถึงขีดสุด บ้างก็มีม่านหมอกปกคลุมระหว่างทางพบบ้านหรือกระท่อมหลังเล็กซ่อนอยู่ในป่า พบชาวบ้านหาปลาในบางจุด บ่งชี้ว่าเขาใช้ชีวิตอย่างไร หาอยู่หากินกันแบบไหน 



น้ำตกเนาะตะ

เวลาผ่านไป 20 นาที  “อู”ลดความเร็ว ชี้มือไปที่ตลิ่ง ภาพน้ำตกขนาดกลางรินไหลลงมาจากป่าชัดขึ้นเป็นลำดับ กระทั่งเรามาจอดเรืออยู่ที่แพด้านข้างน้ำตกจึงพบว่ามันสวยในระดับหนึ่ง “อู” บอกว่า “น้ำตกเนาะตะ” มีน้ำตลอดปี หน้าแล้งอาจน้อยลงบ้างแต่มีให้เห็นเสมอ ผมเดาว่าป่าอุมดมสมบูรณ์ด้านในทำให้สายน้ำเนาะตะมีชีวิตยืนยงคงกระพัน



หลังจากพบน้ำตกดังที่ตั้งหวัง “อู” พาเรามาส่งลงฝั่งร่ำลากันพอหอมปากหอมคอ "อู" ไปทางหนึ่งเรามาอีกทางหนึ่ง เขาไปทางเรือเรามาทางรถ “เอก” พาเรามาแวะกินข้าวระหว่างทาง แวะพักรถและถ่ายภาพแม่น้ำเงา จากนั้นยิงยาวมาถึง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเส้นทางสาย 105 สิ้นสุดลงตรงนี้ จากนี้เราจะใช้ถนนหมายเลข 108 เป็นถนนที่ทอดยาวมาจากเชียงใหม่ไปถึงตัวเมืองแม่ฮ่องสอน



ระยะทางยังไกล ใจก็หวั่น หวั่นว่าเราจะถึงปายดึกเกินไป แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ คือหลังจากแวะถ่ายภาพท้องนาที่ อ.ขุนยวม เติมน้ำมันที่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เราเจอฝนบางๆ และหนักขึ้นเป็นลำดับ อยากบอกสมาชิกภายในรถว่าสายฝนบนถนนคดโค้งหมายเลข 1095 จากแม่ฮ่องสอน ผ่านปางมะผ้า ปาย ไปเชียงใหม่นั้น เป็นถนนที่โค้งชนโค้ง โค้งสั้นๆ โค้งบนเขาสูงชัน แต่ไม่บอกดีกว่าปล่อยให้เธอหลับกับความสบายใจน่าจะดีที่สุด ส่วนผมกับเอกพูดคุยฝ่าฝนมาเรื่อยๆ ตามระดับสติที่ยังเหลือ แล่นผ่าน อ.ปางมะผ้ากระทั่งมาถึงจุดหมายปลายทางในที่สุด

แม่น้ำเงา

ถนนสาย 105 ช่วงปลาย

ท้องนาใน อ.ขุนยวม


ค่ำคืนนี้เราจะพักที่บ้านปายนาปายตา บ้านดินกลิ่นรักที่ผมหลงใหล รักทั้งตัวบ้านและเจ้าของบ้าน  วันนี้เรากอดกันเบาๆ (น้องกบ) ให้คลายคิดถึง ส่วนวันรุ่งขึ้นคงได้สนานกันยาวๆ วันนี้ต้องหลับแล้วเพราะเหนื่อยล้าเหลือเกิน


แสงสุดท้ายหายลับไปกับเมืองแม่ฮ่องสอน

พรุ่งนี้ลุยปายในฝนกับคนในฝันครับ

#khobjaithailand
#อาบหมอกฝนบนทางฝันตอนสอง


 

 

Facebook Leave a Comment