อาบฝนบนทางฝัน (ตอนแรก) ถนนหมายเลข 105 อุทยานแห่งชาติแม่เมย

พายุทราย พรายทะเล / 22/07/2020 19:28:43

อาบหมอกฝนบนทางฝัน (1)
ถนนหมายเลข 105  อุทยานแห่งชาติแม่เมย


จุดชมวิว แหล่งท่องเที่ยวจุดแรกที่น่าแวะเพนสะมองเห็นชุมชนริมน้ำเมยและขุนเขาในฝั่งพม่า

ถนนหมายเลข 105 เริ่มต้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และไปสิ้นสุดหรือบรรจบกับถนนหมายเลข 108 ที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน รวมระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร บนเส้นทางสายนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น ถ้ำแม่อุสุ อุทยานแห่งชาติแม่เงา แต่ที่วางแผนไว้มีอยู่สองจุดใหญ่ๆ คืออุทยานแห่งชาติแม่เมย และล่องเรือแม่น้ำเมยที่บ้านแม่ตะวอ ซึ่งคงต้องแบ่งเป็นสองวันเพราะวันแรกกว่าจะถึงอุทยานฯ แม่เมยก็เย็นย่ำใกล้ค่ำเต็มที

ต้องบอกกันไว้ตรงนี้ว่าถนนหมายเลข 105 นั้นคดโค้งไปตามขุนเขา ยามเย็นถนนจะเปลี่ยวหน่อย เรียกว่าไม่ค่อยมีเพื่อนร่วมทางเลยก็ใช่ ส่วนถนนสาย 1267 เข้าอุทยานเปลี่ยนเป็นถนนสายแคบกว่าเดิมแต่เป็นถนนสาธารณะที่ใช้เดินทางระหว่างบ้านแม่สลิดกับอ.อมก๋อย เส้นทางสายนี้มีสองข้างเขียวครึ้มแน่นไปด้วยผืนป่าอุดม



น้ำตกแม่สะเมิง

แสงสวยยามสนธยาที่ม่อนครูบาใส

แสงสุดท้ายปลายวัน

เต็นท์สีสวยเดินทางไกลมาจากเมืองตรัง


ส่วนที่อุทยานฯ แม่เมย เราจองเข้าพื้นที่ด้วยการลงทะเบียนเข้าอุทยานฯ มาล่วงหน้า จองที่พักด้วยการแจ้งมาทางหัวหน้าวีระ ซึ่งเป็นหัวหน้าอุทยานฯ แม่เมย พอมาถึงจึงได้รับความสะดวกด้วยตามสมควร จากนั้นขนกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าที่พัก ล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นและเริงรื่นด้วยกันออกไปที่ม่อนครูบาใส ม่อนพูนสุดา น้ำตกแม่ระเมิง และม่อนกิ่วลม

 
ม่อนกิ่วลมยามเช้า

ม่อนพูนสุดา

ม่อนครูบาใส


ม่อนทั้งสามคือม่อนครูบาใส ม่อนพูนสุดา ม่อนกิ่วลมเป็นม่อนหรือหน้าผาที่มีลานหญ้ากว้างกางเต็นท์ได้ มีห้องน้ำ เป็นจุดที่นิยมมาดูดาว ดูตะวัน ส่วนเรามาดูตำแหน่งและเก็บแสงสุดท้ายที่ม่อนครูบาใส ที่บอกว่ามาดูตำแหน่งคือพรุ่งนี้เช้าหวังได้พบทะเลหมอกหรืออาทิตย์วันใหม่ ณ จุดใดจุดหนึ่ง ส่วนเย็นวันนี้จุดที่เราใช้เวลามากที่สุดคือน้ำตกแม่ระเมิงกับม่อนครูบาใส

ถนนในอุทยานฯ

บ้านพัก

เฟิร์นกระเช้าสีดา

 

“น้ำตกแม่ระเมิง” เป็นน้ำตกขนากลาง หากดูผ่านๆ อาจเห็นเพียงชั้นเดียว ต่อเมื่อดูละเอียดจึงพบมีอีกชั้นซ่อนอยู่ด้านใน น้ำตกแม่ระเมิงวันนี้สวยใส สายน้ำรินไหลส่งเสียงระเริงไพร สอดรับกับจั๊กจั่นเรไรที่ประสานเสียงให้เป็นจังหวะ น้ำตกแม่ระเริงเป็นน้ำตกที่ไปง่ายมาง่าย พอลงรถก็ถึงตัวน้ำตกเลย น้ำตกสวยริมทางนั้นมีอยู่ไม่กี่แห่งในประเทศไทย แม่ระเริงเป็นหนึ่งในนั้น

ความจริงยังมีน้ำตกอีกแห่งหนึ่งที่อยากเข้าไปสัมผัสคือน้ำตกชาวดอย มีลักษณะเป็นธารน้ำสายาวไหลลงมาจากป่าสูง แต่คราวนี้ไม่ได้เข้าไปเพราะค่ำเกินกาล ใครมาเที่ยวอยากให้มีเวลาเข้าไปบันทึกภาพ เข้าไปไม่ยากแค่เดินผ่านระยะทาง 500 เมตรก็ได้สัมผัสสายธารนี้แล้ว (ผมเคยเข้าไปเมื่อปี 2543 ตอนนั้นมาสำรวจแหล่งท่องเที่ยวกับฟูจิทัวร์ ยังจำได้ว่า “พี่เล็ก ฟูจิ”เรียกสายน้ำแห่งนี้ว่า “ธารเทวดา”)

เฟิร์มมหาสดำ เฟิร์นต้นสูง เป็นเฟิร์นโบราณมีมาแต่ยุคไดโนเสาร์

“ม่อนครูบาใส” เป็นหนึ่งสามม่อนยอดนิยม มีลักษณะเป็นหน้าผากว้างเหมาะสำหรับกิจกรรมดูดาว ดูตะวัน กลางเต็นท์ (อย่างที่บอก) แต่ต้องระวังกันนิดนึงเพราะหน้าผาหรือม่อนไม่มีอะไรกั้นขอบเขต อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้หากห่ามหรือประมาทจนเกินงาม

หลังจากแสงสุดท้ายหายไป ฝนโปรยปรายลงมา เราย้อนกลับมากินข้าวที่บ้านพัก ระหว่างทางพบวัวควายหลายสิบตัวเดินอยู่บนถนน การขับขี่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ วัวควายดังกล่าวเป็นของชาวบ้าน มันมักจะเดินหรือนอนอนู่บนถนนเป็นประจำ

ดอกเทียนดอย





ธารน้ำตกข้างบ้านพัก

 

ค่ำคืนแรกจบลงด้วยความเหนื่อยล้า หลับใหลไปกับสายฝนบางๆ ที่ปะพรมลงมาตลอดทั้งคืน พอฟ้าสางความเหนื่อยล้าจบจางจึงหอบกล้องย้อนออกไปที่ม่อนทั้งสามแห่ง ไปมันทั้งสามม่อน ดูไปดูมา ดูมาดูไป ถ่ายรูปได้ไม่เยอะเพราะไม่ถูกใจ (ใครบางคนบอกว่ามันก็สวยเหมือนกันทั้งสามม่อน) สุดท้ายกลับมาปักหลักที่ม่อนครูบาใสเหมือนเดิม

ยามเช้าที่ม่อนครูบาใส มวลหมอกหนาลอยตัวปกคลุมขุนเขา แม้ไม่เหมือนที่วาดหวัง แต่หมอกนั้นก็งามจับใจ ไม่ผิดหวังเลยสักนิด คิดๆ แล้วก็ขำตัวเอง สมัยก่อนมักจะตั้งหวังโน่นนี่นั่น พอไม่ได้ดังหวังก็รู้สึกแย่ แต่เดี๋ยวนี้ไม่หวังใดดังก่อนแล้ว แค่หวังว่าได้เดินทางก็ดูจะพอเพียงและสุขใจเกินพอ

ท้ายสุดในอุทยานแห่งชาติแม่เมย กลับไปกินข้าวต้ม เก็บของและกล่าวลาเจ้าหน้าที่และแม่ครัว จากนั้นมุ่งมั่นสู่บ้านแม่ตะวอเพื่อขอให้ชาวบ้านพาเราไปตามหาน้ำตกเนาะตะในฝั่งพม่า...เดินทางกันต่อครับ



ขอขอบคุณ
- หัวหน้าอุทยานฯ และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน



 

Facebook Leave a Comment