เลย-หนองคาย ​ขาไปรถยนต์ ขากลับรถไฟ ขอบใจไทยแลนด์ (ตอนจบ)

พายุทราย พรายทะเล / 11/06/2020 19:40:44

เลย-หนองคาย
ขาไปรถยนต์ ขากลับรถไฟ ขอบใจไทยแลนด์ (ตอนจบ)


สายฝนบนลำน้ำโขงบริเวณรอยต่อ จ.เลย - จ.หนองคาย

ตอนที่แล้วการเดินทางจบลงบริเวณ อ.ปากชม จ.เลย ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อ จ.เลย กับ จ.หนองคาย เพื่อไม่ให้เยิ่นเย้อเสียเวลาไปต่อกันเลยดีกว่าครับ



ภาพฝนโปรยปรายปกคลุมเมืองสังคมและแม่น้ำโขง บันทึกภาพจากวัดผาตากเสื้อ

จาก อ.ปากชม จุกแรกที่เข้าไปเยือนบนแผ่นดินหนองคายคือวัดผาตากเสื้อ อ.สังคม วัดนี้อยู่บนเขา บนวัดมีสกายวอร์คสั้นๆ ให้คนขยันถ่ายภาพไปเซลฟี่กัน ส่วนผมนิยมทิวทัศน์ไทยลาวมุมนี้มาก คือสายน้ำโขงช่วงนี้เหมือนแยกเป็นสองสาย งดงาม แปลกตา เชื่อว่าคนชอบถ่ายภาพทิวทัศน์คงชอบเหมือน ส่วนวันที่ไปถึงบันทึกภาพได้ไม่ถึง 10 นาที สายฝนก็โครมครามลงมาราวฟ้ารั่วเก็บกล้องกันแทบไม่ทัน

หลวงพ่อพระใส

จากนั้นจึงกราบลาด้วยการเดินทางยาวมาที่ตัวเมืองหนองคาย ที่ขาดไม่ได้ต้องไปกราบหลวงพ่อพระใสที่คนไทยคนลาวต่างให้ความเคารพศรัทธา หลวงพ่อเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย มีพุทธลักษณะงดงามมาก วันที่เราเข้าไปเขามีพิธีกรรมอะไรไม่ทราบ เป็นพิธีหลวงที่ใหญ่พอสมควร ภายในอุโบสถมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ใส่ชุดขาวเต็มยศ ดีที่สามารถแหวกม่านคนเข้าไปกราบพระได้ 

สะพานมิตรภาพไทยลาว ข้ามแม่น้ำโขง 

ช่วงเย็น ไปเฝ้าแสงสุดท้ายบริเวณสะพานข้ามโขงหรือสะพานมิตรภาพไทยลาว ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกที่เชื่อมการคมนาคมของคนสองฝั่งให้ถึงกันโดยสะดวก เมื่อก่อนต้องใช้แพขนานยนต์เดี๋ยวนี้ไม่ต้องแล้ว

รออยู่นานจนเดาได้ว่าไม่มีทีท่าจะเห็นตะวันลับฟ้าเพราะว่าเมฆหนาบดบังไปหมดก็เลยเก็บขาตั้งกล้องย้ายมากลางเมือง ตรงดิ่งมาที่ร้านแดงแหนมเนือง ร้านที่ผมไม่อยากพลาด  ต้องบอกกันตามตรงว่าผมติดแหนมเนืองร้านนี้ ติดแบบไม่สนเมนูอื่นๆ เลย ก้มหน้าก้มตากินแต่แหนมเนืองเท่านั้น พอท้องอิ่มจึงออกมาเดินเลียบโขงชมสินค้าบนถนนคนเดิน



ร้านขายอาหารบนถนนคนเดิน 

ถนนคนเดินเมืองหนองคายกระจายร้านค้าบนถนนเลียบโขง เป็นถนนที่เลิกเร็วคือแค่สองทุ่มก็เก็บกันแล้ว หรือว่าเป็นเพราะโควิด 19 ก็มิอาจคาดเดา ส่วนของกินเล็กๆ น้อยๆ ยังพอมีให้ชิม แต่ขอโทษเถอะแหนมเนืองยังเต็มท้องอยู่เลย


พญานาคพ่นน้ำ

สุดท้ายของวันแวะไปบันทึกภาพพญานาคพ่นน้ำบริเวณริมโขง เป็นพญานาค 2 ตนพ่นน้ำหากันมีการจัดไฟประกอบนิดหน่อย ทำให้พญานาคโดดเด่นเป็นสง่า ขณะบันทึกภาพไฟดับ น้ำหยุด ไม่เกี่ยวกับอภินิหาร สอบถามได้ความว่าหมดเวลา คราวนี้ก็พอเข้าใจ (ไปเอง) ว่าคนหนองคายคงนอนกันตั้งแต่หัวค่ำ ทำให้เราต้องพาตัวเองเข้าโรงแรมนอนเหมือนกัน






ทิวทัศน์และวิถีนอกหน้าต่าง บทเริ่มต้นในการเดินทางด้วยรถไฟจากหนองคาย

รุ่งเช้า เอกกับอ๋อมเพื่อนเดินทางผู้น่ารักไปส่งผมที่สถานีรถไฟ อาลัยกันนิดหน่อยพอเป็นพิธี (เดือนหน้าได้ข่าวจะขึ้นไปปายด้วยกัน) 7.00 น. รถไฟไทยขบวนเก่าแก่ส่งเสียงหวูด เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าออกแล้วนะ จากนั้นก็เคลื่อนตัวช้าๆ และเร็วขึ้นเป็นลำดับ


สถานีรถไฟ จ.อุดร

ภาพ จ.ขอนแก่น จากรางรถไฟลอยฟ้า


ส่วนหนึ่งของสถานีรถไฟขอนแก่นกับรางลอยฟ้าหรือสถานีลอยฟ้า

รางคู่ ไม่ต้องรอสับหลีก





ท้องนาอีสาน บางแห่งดำนา บางแห่งเพิ่งไถ บางแห่งยังรอฝน ถ้าข้าวเต็มผืนนาจะงดงามมาก


ทำไมต้องนั่งรถไฟในเมื่อขบวนนี้ไม่มีแอร์ ไม่มีเตียงนอน เมื่อยก็เมื่อย นานก็นาน กว่าจะถึงกรุงเทพฯ ต้องใช้เวลาถึง 9 ชั่วโมง ต้องตอบว่ารถไฟมีเสน่ห์บางอย่างหรือหลายอย่าง เช่น ที่เลือกรถด่วนชั้น 2 แบบไม่มีแอร์เพราะไม่ต้องการแอร์แต่ต้องการหน้าต่างเพื่อชมวิวชมวิถีด้านนอก ต้องการเห็นฉากชีวิตบางฉาก เช่น คนมาส่งญาติมีความอาลัยอาวรณ์ ภาพพ่อค้าแม่ค้ามาขายของริมหน้าต่าง และมีบางสถานที่ๆ เราเห็นแต่ไม่รู้ว่าที่ไหน วัดอะไร ต้องไปค้นหาเอาเองอีกที เช่น ผ่านวัดๆ หนึ่งอยู่ไกลมาก เราไม่สามารถหยุดรถแล้วเลี้ยวเข้าไปได้ ผ่านแล้วผ่านเลย ผ่านแม่น้ำบางสายก็ไม่รู้ว่าแม่น้ำอะไร ได้แต่คาดเดา เช่น ตอนผ่านรอยต่อลพบุรี-แก่งคอยก็เดาว่าเป็นแม่น้ำป่าสัก


ทัศนียภาพกังหันลมบนแนวเทือกเขาพังเหย


ขณะลดระดับจากเทือกเขาลงสู่ที่ราบลุ่มลำนารายณ์

สำหรับการเดินทางครั้งนี้มีหลายเรื่องที่ผมไม่เคยรู้ (และยังสงสัย) เช่น มีสถานีหนึ่งชื่อเทพสถิตซึ่งคิดว่าน่าจะอยู่ในเขต จ.ชัยภูมิ แต่เมื่อกลับมาค้นพบว่าอยู่ในเขตลพบุรี นั่นหมายความเป็นรอยต่อสองจังหวัด หรือเพิ่งรู้ว่าเส้นทางสายนี้มีอุโมงค์ขนาดยาวชื่อ “พังเหย” มีหลายที่ๆ ผมเพิ่งพบว่าสวยมาก เช่น ช่วงเทพสถิต พบภาพกังหันลมขนาดใหญ่เรียงรายเต็มไปหมด และที่รู้อยู่แล้วว่าสวยคือเขื่อป่าสักชลสิทธิ์ แต่วันนี้เขื่อนสวยแปลกออกไป คือขณะรถไฟเลื่อนไหลไปบนรางเหล็ก ข้ามทะเลสาบไปอย่างรวดเร็วก็รับรู้ได้ถึงความงามนั้น สุดท้ายที่เพิ่งรู้คือรางรถไฟลอยฟ้าจากขอนแก่นมาโคราชเปิดใช้แล้ว ขบวนที่ผมนั่งมาก็ขึ้นไปอยู่ข้างบนจนถึง อ.บัวใหญ่ และทั้งหมดที่เล่ามาคือเหตุผลที่ผมเลือกเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟในคราวนี้




ที่ราบริมเชิงเขาแหล่งสร้างผลผลิตเกษตร






ทะเลสาบและทุ่งหญ้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เมื่อฝนตกชุกทุ่งหญ้าจะโดนน้ำท่วมจนหมด พอหน้าแล้งจึงกลับมาอีกทีหนึ่ง


การเดินทางไปเที่ยว จ.เลย จ.หนองคาย จบลงตรงรางเหล็ก เรื่องราวที่เล่ามาตั้งแต่ตอนแรกจนถึงบรรทัดนี้เป็นการท่องเที่ยวแบบเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถไปเที่ยวได้โดยสะดวก จะลองใช้เส้นทางนี้หรือเลือกแหล่งท่องเที่ยวบนเส้นนี้เชิญตามสะดวก ขอให้เดินทางปลอดภัยและมีความสุขกับแหล่งท่องเที่ยวแสนพิสุทธิ์เหล่านั้นครับ

ที่ราบแก่งคอย ปลูกพืชหมุนเวียนระหว่างข้าวโพดและข้าวหอมมะลิ  

 

  

Facebook Leave a Comment