3 คืน 4 วัน หลับฝันในเมืองน่าน (ตอนสาม วันที่สาม)

พายุทราย พรายทะเล / 06/09/2019 14:38:06



3 คืน 4 วัน หลับฝันในเมืองน่าน
(ตอนสาม วันที่สาม)


บ่อเกลือยามเย็นฝนตกหนัก ทางคดโค้งชื้นแฉะ แม้มองไม่เห็นวิวทิวทัศน์ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยเราก็มาถึงเมืองในฝันในวันฝนงาม

ยามค่ำ บ่อเกลือไฟดับ ดับทั้งอำเภอ เป็นความเท่าเทียมที่รับได้ ใครคุ้นเคยกับเมืองในหุบเขาอย่างบ่อเกลือต่างเข้าใจดีว่าเป็นเรื่องปกติ






เดินริมนามาในเมือง

รุ่งเช้า สายหมอกปกคลุมขุนเขาอากาศเย็นกำลังงาม คนแปลกหน้าพากันเดินเลียบค้นนาไปดูลำน้ำมาง ไปดูบ่อเกลือเก่าแก่กว่า 800 ปี วันนี้ลำน้ำมางขุ่นแดงแสดงให้เห็นว่าเป็นช่วงฝนชุกน้ำที่แดงแปลว่ามันพัดพาตะกอนดินลงมาในลำธาร ส่วนชุมชนเงียบสงบ ร้านรวงยังไม่เปิด รวมถึงบ่อเกลือโบราณด้วย จึงเดินย้อนกลับมาทางเดิม กลับมากินข้าว เก็บสัมภาระ และเตรียมเดินทาง




นาริมลำน้ำมาง


ที่พักในบ่อเกลือ



บ่อเกลือโบราณ ปัจจุบันยังใช้งานอยู่



เส้นทางไปน้ำตกสะปัน

ผืนป่าระหว่างทาง


ยามสายออกเดินทางไปน้ำตกสะปันซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 8 กิโลเมตร จากจุดจอดรถมีธารน้ำสะปันรินไหลอยู่ทางซ้าย ทางขวาเป็นบันไดคอนกรีตที่ปกคลุมไปด้วยมอสเฟิร์น บันไดนี้ดูเหมือนลื่นแต่ไม่ลื่นแต่ทางที่ดีไม่ควรใส่รองเท้าแตะ 


ธารน้ำสะปัน

น้ำตกสะปันชั้นแรก



สะพานข้ามธารน้ำ



ธารน้ำแสนสวยประกอบไปด้วยสายน้ำใสและก้อนหินหลายขนาด


เดินไปไม่ไกลยังไม่ทันเหนื่อยได้พบน้ำตกชั้นแรกซ่อนตัวอยู่หลังแนวไม้เลื้อย บางคนเข้าใจว่าเป็นช่วงฤดูฝนไม้เลื้อยและไม้อื่นๆ จึงรกเรื้อแน่นหนา ความจริงป่าบริเวณนี้หนาแบบนี้ตลอดทั้งปี ในช่วงแล้งน้ำน้อยลงหน่อยแต่ป่ายังสมบูรณ์ดี และที่ดีมากคือตลอดทางเดินมีเฟิร์นชูช่อใบเขียวชรอุ่มอยู่สองข้างทาง เป็นเฟิร์นหลากหลายสายพันธุ์ ใครชอบเฟิร์นขอบอกว่ารีบมาสัมผัส โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงที่สมบูรณ์ที่สุดครับ

น้ำตกชั้นสองซ่อนตัวอยู่ในป่ารก

น้ำตกสะปัน


ก่อนสุดทางเดินได้ยินเสียงสายน้ำดังลั่นป่าแสดงว่าเรามาถึง “น้ำตกสะปัน”กันแล้ว และเมื่อก้าวเท้าผ่านกอไผ่เข้าไปก็พบว่า “สะปัน”ที่ฝันถึงนั้นสวยงามจับใจ เมื่อหลายปีก่อนเคยมาเยือนยังไม่สวยเท่านี้ 




ทุกก้าวย่างมีเฟิร์นโอบกอดตลอดทาง

เพลินอยู่กับน้ำตกสะปันได้ไม่นานจำต้องจากลา ขากลับแวะเก็บภาพป่า เก็บภาพเฟิร์น รวมถึงสะพานข้ามลำธารอีกนิดหน่อย จากนั้นจึงพากันมาที่โรงเรียนบ้านสะปันเก็บเกี่ยวภาพทุ่งข้าวเขียวสดใสเห็นแล้วสุขใจไม่อยากจากไปไหนเลย 


ผืนนาข้าวหลังโรงเรียนสะปัน
มางสบว้า ซ้ายลำน้ำมาง ขวาลำน้ำว้า

กลายเป็นลำน้ำว้าที่กว้างใหญ่กว่าเดิม




ที่พักเรียบแต่มีดีไซน์ที่น่าสัมผัส มีทั้งบนภูเขาและริมน้ำมาง

จากโรงเรียนขยับมาอีกนิด พากันมามาเพ่งพิศสายน้ำที่สะพานคอนกรีตขนาดใหญ่ จุดนี้นับเป็นจุดสำคัญที่พลาดไม่ได้ คือเป็นจุดที่ลำน้ำมางไหลมาสบสายน้ำว้าเกิดเป็นแม่น้ำว้าที่ใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น ก็งงๆ อยู่เหมือนกันว่ามาบรรจบกันตรงนี้ได้ไง (สายล่องแก่งทราบดีว่าแก่งน้ำว้านั้นงามและมันส์เพียงไร) อีกอย่างหนึ่งบริเวณนี้มีนาข้าว ขุนเขา ม่านหมอกทอดตัวกว้างไกลสุดตา เป็นมุมลึกเร้นลับคล้ายเมืองโภคราของเนปาล

ลาลำน้ำมางบนเส้นทางสายนี้ 

และแล้วการอยู่ร่วมในเมืองเล็กกลางป่าใหญ่ก็สิ้นสุดลงแต่เพียงเท่านี้ เราโบกมือลาบ่อเกลือแล้วพายานพาหนะแล่นไปบนเส้นทางหมายเลข 1081 และ1069 ระหว่างทางแวะกินข้าวกลางวันกันที่ร้านหัวสะพานเป็นร้านเล็กๆเรียบง่ายแต่ดีและโดนดีคือสภาพแวดล้อมดี โดนคืออาหารมีสองลักษณะ มีทั้งอาหารเหนือและอาหารใต้ เลือกได้ตามสะดวก ร้านนี้อยู่ติดลำธาร ติดท้องนากว้างใหญ่ กินไปดูไปฟินโคตรๆ 

 สัญลักษณ์ดอยกว่าง




ทิวทัศน์ดอยกว่าง





ท้องอิ่มเดินทางต่อ ต่อมาที่ร้านกาแฟแสนสวยบนดอยกว่างดอยที่ผมไม่เคยสัมผัส เป็นดอยที่มองเห็นทัศนียภาพขุนเขากว้างไกลแบบ 360 องศา อย่าถามนะว่าเพลินไหม? สุดๆ ครับ สุดจนลืมรสชาติกาแฟไปเลยว่าเจ๋งขนาดไหน คนที่เคยมาบอกว่ามาร้านนี้ต้องกินชามะนาวหรือเครื่องดื่มที่เกี่ยวข้องกับมะนาว เพราะเจ้าของร้านมีสวนมะนาวก็เลยรังสรรค์เมนูมะนาวได้เจ๋งกว่าเมนูอื่น น่าจะจริง เห็นใครหลายคนสั่งส่วนผมขอโอเลี้ยงชงกับน้ำผึ้งป่าครับ




วัดหนองแดง

ปฏิมากรรมฝาผนังอุโบสถ วัดหนองแดง


จากดอยกว่างเส้นทางคดโค้งสูงชันค่อยๆ ลาดต่ำลง ต่ำลง จนกระทั่งลงไปอยู่บนทางราบเรียบในเขตอำเภอสันติสุข ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองน่านแวะวัดหนองแดงกันแป็ปนึง วัดนี้เป็นวัดใหม่แต่ไฉไลด้วยงานพุทธศิลป์เต็มสูบ งานปูนปั้นงามหยด รวมถึงงานปูนปั้นติดผนังภายในอุโบสถก็โดดเด่นไม่น้อยไปกว่าปฏิมากรรมด้านนอก






ห้องพักและอาคารศรีปันนา น่าน เป็นที่พักที่ออกแบบได้ดี ห้องกว้าง เพดานสูง ดีไซน์ไม่รก มีสนามหญ้าอยู่ด้านหน้า มีท้องนาอยู่อีกด้านหนึ่ง

สุดท้ายของวันหลังจากเอาสัมภาระไปเก็บที่ ”ศรีปันนา” เรามุ่งไปที่ถนนคนเดิน ถนนคนเดินแบบสั้นๆ ที่น่าเดินเพราะอยู่ข้างวัดภูมินทร์ วัดที่โด่งดังเรื่องภาพเขียนกระซิบรักบันลือโลก (ความจริงสิ่งที่อยู่ในวัดมีอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายอย่างเช่น สถาปัตยกรรม และประติมากรรมพระพุทธภายในอุโบสถ)




ถนนคนเดินเมืองน่าน มีลานนั่งกินอาหาร สะดวกดี เพลินด้วย คือลานนี้อยู่น่าวัดภูมินทร์ 

การเดินทางท่องเที่ยวเมืองน่านวันที่สามดูจะเยอะและเหยียดยาวพอสมควรถึงเวลาพักผ่อนล้มตัวลงนอนในที่พักงามสง่าศรีปันนาเมืองน่าน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มกันใหม่ แล้วพบกันในวันที่ 4 ซึ่งป็นวันสุดท้ายในเมืองน่าน สวัสดีครับ 

 
ที่ทำการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ออกแบบป้ายให้กลมกลืนกับตัวบ้าน กลมกลืนกับเมือง นี่เป็นตัวอย่างที่ดีงามครับ


 

Facebook Leave a Comment