10 แปลก ในป่าฮาลาบาลา

พายุทราย พรายทะเล / 29/08/2019 21:45:34

10 แปลก
ในป่าฮาลาบาลา



ป่าสยา ในฮาลาบาลา ฝั่งนราธิวาส

1.สยา
สยาเป็นพันธุ์ไม้ไม้เด่นเป็นไม้ในวงศ์ยาง (Dipterocarpaceae)  ต้นไม้ใหญ่ เป็นที่อาศัยทำรังที่สำคัญของเหล่านกเงือกหลากหลายชนิด มีไม้เด่นเป็นไม้ในวงศ์ยาง (Dipterocarpaceae) เช่น ต้นสยาเป็นต้นไม้ใหญ่ เป็นที่อาศัยทำรังของนกเงือกหลากหลายชนิด มีทั้งสยาแดง สยาขาว สยาเหลือง หากมองมุม Top Views จะพบว่าฮาลาบาลามีต้นสยาหนาแน่น มองดูคล้ายดงดอกกระหล่ำยักษ์ เหมือนป่าในเทพนิยายมากกว่าป่าในความจริง






2.นกเงือก
นกเงือกเป็นนกขนาดใหญ่ พบได้ในป่าดิบที่อุดมสมบูรณ์ และป่าเกาะบางแห่ง ป่าที่พบเห็นนกเงือกคืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ป่าห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร ฯลฯ แต่ป่าส่วนใหญ่พบนกเงือกบางชนาดหรือแค่สองสามชนิด แต่ที่ฮาลาบาลาพบนกเงือก 12 ชนิด เช่น นกเงือกแก็ก (เล็กสุด) นกเงือกกาฮัง(ใหญ่สุด) นกเงือกกรามช้าง นกเงือกชนหิน เป็นต้น




อุโมงค์เหมืองทอง

3.เหมืองทอง
เหมือนแร่ทองคำโต๊ะโมะ อยู่บริเวณบ้านโต๊ะโมะ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นแหล่งแร่อยู่ในป่าดิบกลางหุบเขาชาวบ้านเรียกว่า ภูเขาโต๊ะโมะ หรือภูเขาลิโช ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาสันกาลาคีรี เป็นหุบเขาที่หุบแน่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่

ก่อเกิดเป็นเหมืองครั้งแรกใน พ.ศ.2473 โดยชาวฝั่งเศสแต่ไม่ประสบความสำเร็จจึงยกเลิกกิจการไปก่อนเหมืองกลับมาดำเนินการอย่างจริงจังใน พ.ศ.2475 โดยบริษัทฝรั่งเศส ชื่อ Societed’Or de litcho เข้ามาสำรวจแล้วว่าพบว่าลึกลงไปมีแร่ทองคำอยู่มาก และเนื้อทองคำมีเปอร์เซ็นสูงจึงได้ขอสัมปทานจากรัฐบาลไทยทำเหมืองทองคำเป็นเวลา 20 ปี กิจการดำเนินการไปจนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เหมืองทองคำปิดตัวลง ชาวฝรั่งเศสเดินทางกลับประเทศ ต่อจากนั้นรัฐบาลไทยได้เข้ามาทำแทนแต่ทำได้ไม่นานก็ประสบปัญหาขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์เพราะอยู่ในช่วงสงครามจึงต้องสั่งปิดเหมือง ต่อมารัฐบาลให้สัมปทานบริษัทเอกชนดำเนินการอยู่พักหนึ่งก็ได้เลิกไป เหมืองทองที่เคยคึกคักกลายเป็นเหมืองร้าง (ปัจจุบันเหมืองทองคำโต๊ะโมะได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ดำเนินการโดยชาวบ้านตำบลภูเขาทอง)



ต้นน้ำสายบุรี

4.ต้นน้ำสายบุรี
ด้วยป่าฮาลาบาลาเป็นป่าดิบชื้นจึงมีความอุดมสมบูรณ์ถึงขีดสุด คืออุดมด้วยป่าไม้ สายน้ำ และสรรพสัตว์ สายน้ำกลางป่าแห่งนี้กลายเป็นต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำสายบุรีที่รินไหลหล่อเลี้ยงเกษตรกรและชาวประมง เป็นสายน้ำสำคัญที่ไม่เคยเหือดแห้ง ธารน้ำกลางป่าฮาลาบาลาสวยทุกสายทั้งสายเล็กและใหญ่



ดอกดาหลา คนใต้ในหลายจังหวัดนำไปเป็นหนึ่งเครื่องเคียงข้าวยำ

5.ดาหลา
เชื่อว่าปัจจุบันคนไทยรู้จักดอกดาหลากันเป็นอย่างดีเพราะไปจังหวัดไหนก็มีดาหราให้เราเห็น ที่สำคัญคือพบดอกดาหลาครั้งแรกในป่าฮาลาบา  ดาหลาที่พบมีทั้งสีชมพูและสีขาว หลังจากนั้นจึงนำมาขายพันธุ์กระทั่งพบเห็นได้ทั่วไป



ทะเลหมอกที่บ้านภูเขาทอง

6.ทะเลหมอก
ด้วยป่าฮาลาบาลาเป็นป่าแบบ Rain Forest หรือป่าฝน จึงมีฝนตกเกือบทั้งปี ทำให้เกิดทะเลหมอกทุกวัน เป็นทะเลหมอกแบบหมอกฝนปกคลุมป่า ช่วงที่ฝนเพิ่งหยุดตกใหม่ถือว่างามมาก



หินโยก ฝั่งยะลา 

7.หินโยก
ทางเดินป่าในป่าฮาลาบาลามีให้เลือกหลายเส้นทาง หนึ่งในนั้นมีเส้นทางหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมคือเส้นผาหินโยก เส้นทางนี้ไม่ไกล เดินง่าย ระหว่างทางมีพรรณพืชตกดอกออกไปให้ถ่ายภาพมากมาย ส่วนจุดไฮไลท์คือเนินหินโยกหรือผาหินโยก คือมีหินก้อนใหญ่มหึมาซ้อนอยู่บนหน้าผา สำคัญที่มันใหญ่ขนาดนั้นแต่พอออกแรงดันเพียงนิดเดียวมันก็เคลื่อนไหว โยกได้ กลายเป็นที่มาของผาหินโยก




คลองฮาลาในป่าลึก ต้องนั่งเรือหางยาวเข้าไป (ฝั่งยะลา)

8.คลองฮาลา
คลองฮาลาเป็นคลองสายเล็กรินไหลอยู่กลางป่า สายน้ำฮาลาไหลมารวมกับทะเลสาบของอ่างเก็บน้ำเขื่อนบางลาง ฝั่งยะลา  สองฟากฝั่งคลองเป็นที่ราบเล็กๆ เต็มไปด้วยทุ่งหญ้า ลึกเข้าไปเป็นป่าดิบ ทุ่งหญ้าริมคลองฮาลาเป็นแหล่งอาหารของกระทิง แต่เดิมคลองฮาลาเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่ามานิหรือซาไก




ต้นสมพงในตำนาน

9.ต้นสมพงยักษ์
ต้นสมพงเป็นต้นไม้ที่พบเห็นได้ในป่าสมบูรณ์หลายแห่งของไทย ตอนต้นเล็กมักไม่มีใครสังเกตหรือให้ความสำคัญอะไรมากนัก แต่เมื่อเติบใหญ่สมพงจะมีลักษณะพิเศษ คือมีพูพอนขนาดใหญ่ช่วยค้ำยันต้น สำหรับสมพงยักษ์ที่พบเห็นใน ป่าฮาลาบาลา (ต.ภูเขาทอง) นั้นมีขนาดใหญ่ถึง 27 คนโอบ นับว่าเป็นสมพงที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดต้นหนึ่งของเมืองไทย



กิจกรรมร่อนทองที่บ้านภูเขาทอง

10.หมู่บ้านคนอีสาน
มีเรื่องน่าสงสัยอยู่อย่างหนึ่งคือถ้าถอยไป 60 กว่าปีที่แล้ว มีคนอีสานกลุ่มหนึ่งอพยพจากดินแดนที่ราบสูงมุ่งลงใต้ พวกเขามาลงหลักปักฐานอยู่ที่ปลายด้ามขวาน กลางป่าอุดมที่ชื่อป่าฮาลาบาลา ทุกวันนี้ยังคงอยู่และคงความเป็นคนอีสานไว้ได้เข้มข้น เช่น มีประเพณีแห่บั้งไฟ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเดียวในภาคใต้ที่มีประเพณีนี้ ปัจจุบันคนอีสาน ณ ตำบลภูเขาทอง ยังชีพด้วยการปลูกพืชผักผลไม้และร่อนทอง ล่าสุดมีการทำธุรกิจท่องเที่ยว พานักท่องเที่ยวเข้าป่าซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา

ทองที่ได้จากการร่อนเริ่มจากเป็นผงฝุ่น เม็ดเล็ก และเม็ดใหญ่ อันนี้ขึ้นอยู่กับโชคด้วย

คนบ้านภูเขาทองปลูกผลไม้หลายชนิด เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกอง

 

หมายเหตุ
- ผู้ที่ต้องการสัมผัสผืนป่าฮาลาบาลาสามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ 3 ทางคือเข้าไปที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลา ฝั่ง จ.ยะลา และฝั่ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งคือไปที่บ้านภูเขาทอง อ.สุคิริน ให้ชาวบ้านนำทางรวมถึงท่องเที่ยวแบบเพกเกจทัวร์คือล่องเรือคยัค ร่อนทอง   ชมอุโมงค์เหมืองทอง ต้นสมพงยักษ์ จุดมวิวป่าสยา ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อโดยตรงที่คุณหรั่ง โทร.093 725 0969
- พนมเทียนหรือคุณฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ นักเขียนเจ้าของผลงาน“เพชรพระอุมา” “จุฬาตรีคูณ” “เล็บครุฑ” ฯลฯ เป็นชาวปัตตานี เกิดและใช้ชีวิตวัยเด็กอยู่ปัตตานีประวัติศาสตร์ชีวิตของเขาสัมพันธ์กับเหมืองโต๊โมะ และสงครามโลกครั้งที่ 2 คือต้นตระกูลของเขาเป็นหนึ่งในคนรุ่นแรกที่เข้าไปร่อนทอง ณ ป่าแห่งนี้ และยังมีเรื่องราวสำคัญระหว่างครอบครับกับเหมืองทองต่อเนื่องอีกมากมาย


กิจกรรมพายเรือคยัค ระยะทาง 7 กิโลเมตร



ทางเข้าอุโมงค์เหมืองต้องข้ามธารน้ำ

 

 

Facebook Leave a Comment