บึงกาฬวิมานทิพย์ (ตอนแรก ผาวัดใจ)

พายุทราย พรายทะเล / 20/08/2019 13:49:20




ผาวัดใจ ยามหมอกฝนปกคลุม บันทึกภาพโดย ต้น อภิสิทธิ์


บึงกาฬวิมานทิพย์ (ตอนแรก ผาวัดใจ)

บึงกาฬเป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ภายในเขตบึงกาฬมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายให้ประชาชนคนไทยและชาวต่างชาติไปสัมผัส แหล่งท่องเที่ยวที่รู้จักกันดีคือน้ำตกเจ็ดสี น้ำตกชะแนน บึงโขงโหลง ส่วนน้ำตกตาดวิมานทิพย์เป็นน้ำตกที่ยังไม่เปิดเผยตัวตนให้คนทั่วไปรู้จักมากนักเหตุเพราะเส้นทางยังยากลำบาก แต่ถ้าพูดถึงความสวยงามนั้นไม่เป็นสองรองใคร และด้วยเหตุนี้ khobjaithailand จึงต้องไป ไปเพื่อพิสูจน์ให้เห็นด้วยตาตัวเอง


ภาพขุนเขาภูลังกา ขณะขับรถเข้าไปสู่ทางเดินป่า-น้ำตกตาดวิมานทิพย์


ผืนป่าในบทเริ่มต้น




บันไดเหล็กลื่นและสูงชันถูกโอบกอดด้วยพันธุ์ไม้เขียวชรอุ่ม เหนื่อยแต่ชื่นใจ


หลังจากนั่งรถทัวร์จากกรุงเทพฯ ยาวนานกว่า 12 ชั่วโมงจึงมาถึงเมืองริมฝั่งโขง “แจ็ค บึงกาฬ” ศิลปินคนถิ่นมารอรับ จากนั้นพากันเดินทางไปที่ อ.บึงโขงโหลง และเลยเรื่อยไปถึงปากทางเข้าน้ำตก ก่อนเข้าป่าเราแวะร้านขายของชำซึ่งเป็นที่อยู่ของผู้นำทาง

ดอกดินกลุ่มใหญ่ผุดโผล่อยู่ข้างทางเดิน

ดอกลิ้นมังกร






หลายช่วงต้องผ่านซอกเขาแสนสวยราวมุ่งสู่ลับแลนคร

“ต้น อภิสิทธิ์”เป็นเด็กหนุ่มร่างกายผอมเพียว อาชีพหลักคือเรียนหนังสือ อาชีพรองเป็นผู้นำทาง เขาคุ้นผืนป่า เขาคุ้นน้ำตก เขาคุ้นโลกสีเขียวที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาตั้งแต่เยาว์วัย เราทำความรู้จักกันด้วยเวลาสั้นๆ ซักซ้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทาง เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว สรุปว่าเราจะเดินผ่านป่าอุดมในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกาขึ้นไปสู่จุดชมวิวแสนสวยที่ชื่อ“ผาวัดใจ”และเดินย้อนกลับลงมาชมน้ำตก 7 ชั้นอันเป็นที่มาของชื่อน้ำตกตาดวิมานทิพย์




บางช่วงเดินออกมาสู่เหลี่ยมผามองเห็นทัศนียภาพกว้างไกลของขุนเขาและสายน้ำตก

ต้องบอกกันก่อนว่าอุทยานแห่งชาติภูลังกามีพื้นที่อยู่ในเขต จ.บึงกาฬ และ จ.นครพนม ภายในเขตอุทยานฯ มีน้ำตกหลายแห่ง เช่น น้ำตกตาดขาม น้ำตกตาดโพธิ ซึ่งเคยนำมาเสนอใน khobjaithailand ไปแล้วในบางเสี้ยว ส่วนการเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราไม่รู้ข้อมูลอะไรมาก่อน คือไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย ดังนั้นคนที่มีบทบาทสำคัญในการสำรวจป่าครั้งนี้คือหนุ่มน้อยนาม "ต้น" ผู้เป็นเจ้าของเพจ FB : เที่ยว น้ำตกตาดวิมานทิพย์นั่นเอง

เฟิร์นก้านดำ

เฟิร์นหลายชนิดซ่อนตัวอยู่ในซอกเขา

เอื้องม้าวิ่ง

ดอกเทียนดอย

หญ้าผักปราบใบแคบ


จากที่ราบตีนเขา ต้นพาเราเดินเข้าป่า เดินผ่านความอุดมสมบูรณ์ที่ดกดื่นไปด้วยความร่มครึ้มของไม้ยืนต้นและกลุ่มมอสเฟิร์น การเดินส่อความเหน็ดเหนื่อยให้เห็นตั้งแต่ก้าวแรก คือต้องเดินไต่ความสูงชันเกือบ 90 องศา ทางเดินส่วนใหญ่เป็นดินและหิน ต้องผ่านซอกผาแสนงาม ก้าวขึ้นบันไดหลายต่อหลายตอน บางตอนเริ่มมองเห็นทัศนียภาพขุนเขาและท้องนากว้างไกล บางตอนพบเทียนดอยตกดอกสีม่วงเป็นดงดอน ทางเดินช่วงกลางมีพื้นที่ช่วงหนึ่งไม่ค่อยสูงชันพอให้เราเดินสะดวกและหายเหนื่อยหอบได้บ้าง ส่วนช่วงสุดท้ายพบว่าบนยอดเขามีองค์เจดีย์ พระพุทธรูปซึ่งเคยเป็นสำนักสงฆ์มาก่อนแต่ตอนนี้ไม่มีพระอยู่ที่นี่แล้วเหตุเพราะการตั้งสำนักสงฆ์ผิดข้อกฏอุทยานฯ อะไรประมาณนั้น แต่ยังมีพระภิกษุสงฆ์ธุดงค์แวะเวียนมาใช้พื้นที่นี้อยู่บ้าง นอกจากนั้นมีความงามของเนินหินซึ่งมีร่องรอยน้ำกัดเซาะกลายเป็นพื้นผิวที่สวยงามแปลกตาและทรงคุณค่ายิ่งนัก



พืชตระกูลข่า บางถิ่นเรียกข่าลิง







ระหว่างทาง สิ่งที่เห็นและเป็นไปคือภาพมุมกว้างของขุนเขา เพิงถ้ำขนาดยาว และดอกไม้เบ่งบานบนลานหิน เช่น ดอกเทียน เอื้องม้าวิ่ง สรัสจันธร โคลงเคลง เห็ด มอส เฟิร์น แม้ว่าจะเหนื่อยหนักกับการเดินแต่เพลินจนตกหลุมรัก คือเหนื่อยจริงแต่งามจริง งามกว่าที่คาดหวังไว้มากมาย ช่วงสุดท้ายซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางนั้นงามสุดๆ งามในที่นี้หมายถึงองค์ประกอบทั้งหมด เริ่มจากขุนเขาสูงตระหง่านยืนท้าทายลมฝนอยู่ด้านหนึ่ง ท่ามกลางภูผานั้นมีแผ่นหินยื่นออกไปในอากาศเชิญชวนให้ผู้กล้าออกไปยืนถ่ายภาพ ส่วนคนที่กลัวความสูงได้แต่เมียงมองด้วยความอิจฉา และนั่นคือจุดหมายปลายทาง “ผาวัดใจ”

ดอกโคลงเคลง

ดอกเอื้องหมายนา ดอกไม้เรียบง่ายแต่เติบโตได้ในหลายระดับความสูง ต้นอวบน้ำ หากขาดน้ำเจอต้นนี้กินสดได้เลย

ดอกหงอนนาค

เอื้องม้าวิ่ง กระจายอยู่ทั่วทั้งภูเขา

เกสรดอกไม้ทำให้ใจใครต่อใครหายเหนื่อยได้

 
ยามบ่ายริมผาวัดใจนักเดินป่าสี่ชีวิตนั่งกินข้าวกันตรงนั้น นั่งกินและมองภาพฝันตรงหน้า ท้องนา บึงโขงโหลงและแม่น้ำโขงคือทัศนียภาพเบื้องล่างที่ส่งเสริมให้ภูผาแห่งนี้สวยถึงขีดสุด มีคุณค่าทั้งในเรื่องธรรมชาติ เรื่องการท่องเที่ยว ตอบสนองนักนิยมไพรได้ดีเยี่ยม หากสรุปว่านี่คือขุนเขาที่งามที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสานคงไม่ผิด จะผิดอย่างเดียวคือนักท่องเที่ยวที่ไม่มีข้อมูลอย่างเราไม่ได้ติดเต็นท์และเครื่องนอนขึ้นมาด้วย ไม่งั้นคงได้นอนดูดาวพราวฟ้าท่ามกลางผืนป่าเอกอุดม (ฝากไว้ก่อนจะกลับมานอนทีหลังนะ)

(ตอนต่อไปเป็นตอนที่สองหรือตอนจบ พบกับน้ำตกตาดวิมานทิพย์ที่งดงามมาก เชื่อว่าต้องชอบครับ)

เลียบริมผา

ทัศนียภาพท้องนาเบื้องล่าง



ผาวัดใจ

พักกินข้าวที่ผาวัดใจ


หมายเหตุ
- การเดินป่าที่ไม่คุ้นเคยมีอันตรายมาก หากอยากเดินขึ้นไปสัมผัสผาวัดใจควรติดต่อผู้นำทางที่มีความเชี่ยวชาญ สำหรับผู้ที่อยากไปลองติดต่อไปหาน้องต้น ไกด์หนุ่มที่พาพวกเราชาว khobjaithailand ขึ้นไปเที่ยวครับ โทร.062 3827367
- หินแหลมที่ยื่นออกไปหรือที่เรียกว่า "ผาวัดใจ" เป็นหินที่ค่อนข้างบอบบาง ทางที่ดีอย่าไปยืนรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่หรือไปยืนช่วงปลายหินเพราะหากเกิดแตกหักย่อมหมายถึงชีวิต

ขอบคุณ
- น้องต้น มัคคุเทศก์ท้องถิ่น
- เพื่อนร่วมทาง แจ็ค บังกาฬ และ บุ๋ม บาราก้า


ลักษณะผิวหินบนยอดภูเขา

ก่อนถึงผาวัดใจต้องข้ามสะพานสุดเท่  มีเสียวนิดๆ

ทางเดินสู่ผาวัดใจชื้นแฉะและนี่คือหนึ่งในต้นน้ำลำธาร
สุดยอดผาหิน เขียวทั้งผืนชุ่มชื่นหัวใจ



  

 

 

Facebook Leave a Comment