น้ำตกโตนงาช้าง

พายุทราย พรายทะเล / 16/07/2019 12:54:10

น้ำตกโตนงาช้าง
(สงขลามหากาพย์ 3 ตอนจบ)



สงขลาในอดีตเป็นเมืองท่าเพื่อการค้าขายที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้ ส่วนปัจจุบันยังมีความสำคัญในฐานะเมืองที่ถูกโอบกอดด้วยทะเลและผืนป่า สงขลามีทั้งทะเลสาบและทะเลน้ำเค็ม อีกด้านหนึ่งมีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ ส่วนตัวเมืองนั้นน่าสนใจตรงที่มีเมืองเก่าให้ผู้มาเยือนได้ยล การเดินทางคราวนี้แบ่งการท่องเที่ยวออกเป็น 3 แบบ 3 ตอน โดยเริ่มต้นที่ผืนป่า เมืองเก่า และเกาะยอ ซึ่งเข้าใจว่าบทความทั้ง 3 ตอนจะก่อประโยชน์ในแง่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองสงขลาครับ

แสงแรกจากจุดชมวิว

ทะเลหมอกโตนงาช้าง


น้ำตกโตนงาช้าง 
บ่ายแก่ๆ รถตู้พาคนแปลกหน้าห้าหกชีวิตเดินทางผ่านตัวอำเภอหาดใหญ่ไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 40 กิโลเมตร ตอนไปถึงสิ่งแรกที่ต้องทำคือแจ้งจุดประสงค์ในการเข้าพื้นที่ซึ่งเราติดต่อมาล่วงหน้าว่าจะมาบันทึกภาพเพื่อทำสารคดีท่องเที่ยว จากนั้นจึงขนสัมภาระส่วนหนึ่งเข้าไปไว้ในบ้านพักแบบเรือนนอนซึ่งมันกว้างมาก นอนได้ถึง 12 คน พักผ่อนเพื่อเปลี่ยนอริยาบทกันครู่หนึ่งจึงแบกกล้องลงมาที่ธารน้ำเพื่อสำรวจพื้นที่ในเบื้องต้น



ผืนป่ายามเช้าที่ธารน้ำโตนงาช้าง





น้ำตกโตนงาช้าง


16.00 น. นักท่องเที่ยวจำนวนมากกระจายกันอยู่ตามธารน้ำและเลยเรื่อยไปถึงน้ำตกชั้นที่ 1 คือน้ำตกโตนบ้า ซึ่งเป็นน้ำตกชั้นที่มีคนเข้ามาท่องเที่ยวมากที่สุด เหตุที่น้ำตกชั้นนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเพราะไม่ต้องเดินไกล ไม่ต้องผจญภัย ไม่ต้องปีนป่ายให้ยุ่งยาก ที่สำคัญมันเป็นธารน้ำที่สวยมาก ยิ่งเดินลึกเข้าไปด้านในจะพบว่ามีปลาพลวงแหวกว่ายอยู่ในน้ำใส พวกมันว่ายไปมาแบบไม่กลัวใคร คือไม่กลัวคนเลยแม้แต่น้อย ขณะที่นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในลำธารจึงมีพวกมันคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง

ดอกเอนอ้าเบ่งบานบนธารหิน บริเวณน้ำตกโตนงาช้าง


สายฝนโปรยปรายปกคลุมผืนป่า

น้ำตกโตนปลิวตรงช่วงรอยต่อกับน้ำโตนงาช้าง

น้ำโตนปลิวอีกมุมมองหนึ่ง


ก่อนค่ำ ฝนโปรยลงมาเบาๆ พาลให้อากาศเย็นลงอย่างรวดเร็วกระทั่งถึงขั้นหนาวหน่อยๆ แบบนอนต้องห่มผ้า ส่วนน้ำที่ใช้อาบนั้นเย็นเฉียบเล่นเอาสะท้านไปพักใหญ่ คืนนี้นอนเร็วหน่อยเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเดินตามเงาจันทร์ขึ้นสู่เขาสูง การนอนเอาแรงจึงเป็นเรื่องที่ควรทำมากที่สุด ณ ตอนนี้


เห็ดบนขอนไม้ พบได้ตลอดทางเดินและทั่วบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง

ไม้เลื้อยพบมากมายหลากหลายสายพันธุ์

เฟิร์นก็มีอยู่ดกดื่นเช่นกัน

มอสบนขอนไม้และก้อนหินแสดงให้เห็นถึงความชุ่มชื้นของผืนป่า


ก่อนฟ้าสางเรากับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก้าวเท้าไปบนเส้นทางสายแคบ ไต่ความชันของภูผาขึ้นมาอยู่บนจุดชมวิวระหว่างน้ำตกชั้นที่ 3 (โตนงาช้าง) กับน้ำตกชั้นที่ 4 (โตนดำ) ตอนขึ้นไปถึงหอบบางๆ เหนื่อยเบาๆ ใครบางคนที่เคยเดินป่ามาโชกโชนบอกว่า “ไม่น่าเชื่อระยะทางแค่ 500 เมตรเล่นเอาหอบขนาดนี้” ใครอีกคนโต้ตอบว่า “ใช่สิ ก็มันชันขนาดนี้ ไม่หอบได้ไง” อันนี้ผมเห็นด้วยคือทางเดินจากด้านล่างขึ้นมานั้นชันจริงๆ ชันแบบไม่มีที่ราบเลย ลักษณะโดยทั่วไปเป็นทางเดินแบบหินภูเขา หลายช่วงต้องพึ่งพาเชือกที่ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ผูกเอาไว้ ต้องบอกกันตรงๆ ว่าเส้นทางนี้ไม่เหมาะกับเด็กเล็ก ผู้สูงวัย และคนเป็นหืดหอบครับ






ธารน้ำโตนบ้า (ชั้น 1)

บนจุดชมวิว ฟ้าเริ่มสางทางสุกสว่าง อาทิตย์วันใหม่สาดแสงทาทาบขอบฟ้า เสียงนกกากับชะนีไพรกังวานไกล ชีวิตป่าเริ่มต้นอีก
ครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง เป็นแบบนี้มาเนิ่นนาน อยู่คู่โลกมาตั้งแต่มนุษย์ยังไม่ก่อเกิด งดงามและน่าศึกษามากกว่าแสงสีในผับบาร์กลางเมืองใหญ่ ช่วงสุดท้ายก่อนจากจุดชมวิวปรากฏหมอกหนาล่องลอยปกคลุมขุนเขาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แม้นอยู่ไกลและไม่มากเหมือนหมอกในหลายที่แต่มันดีต่อใจตรงที่กลายเป็นป่าเช้าที่ให้อะไรมากกว่าที่คาดหวังไว้






ลีลาน้ำตกโตนบ้า (ชั้น 1)

จากจุดชมวิวเดินย้อนกลับลงมาที่น้ำตกโตนงาช้าง พวกเราใช้เวลากับสายน้ำนี้อย่างคุ้มค่า สัมผัสผืนป่ารอบน้ำตกอย่างคุ้มคลั่ง สายน้ำสวยสองสายรินไหลลงมาจากผาสูงส่งเสียงสนั่นป่า สายน้ำงามแห่งนี้ถูกมนุษย์เปรียบเปรยว่าคล้ายงาช้าง บางคนว่าเหมือน บางคนว่าไม่ใช่ เรื่องนี้ผมไม่ได้ใส่ใจเพราะความงามอันยิ่งใหญ่ของมันสำคัญกว่า

เราใช้เวลาตรงนี้นานจนกระทั่งฝนตกลงมาจึงจากลา ที่ต้องรีบลาเพราะไม่อยากเดินลงทางสูงชันที่เปียกชื้นลื่นเละและมันอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

ปลาพลวงในธารน้ำโตนบ้า (ชั้น 1)

แมลงปอในวงศ์ดรากอนฟลาย เป็นกลุ่มแมลงปอยักษ์ที่พบเห็นบริเวณธารน้ำโตนบ้า


จากโตนงาช้างลงมาที่โตนปลิว (น้ำตกชั้นที่ 2) โตนปลิวเป็นผาสูง (สูงมาก) ตัวแผ่นผากว้างทำมุมเอียงลาดประมาณ 80 องศา ช่วงนี้โตนปลิวงามไม่มากแต่ใหญ่มาก พยายามนึกถึงช่วงน้ำเต็มป่าไหลบ่าผ่านผาหินมันคงยิ่งใหญ่น่าดู ถึงตอนนั้นโตนปลิวคงงดงามกว่านี้หลายสิบเท่า

เฟิร์น ไม้อิงอาศัยในป่าโตนงาช้าง

ผืนป่ากับไม้ยืนต้นสูงใหญ่บริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ


ช่วงสุดท้ายเท้าขยับกลับลงมาที่น้ำตกชั้น 1 (โตนบ้า) กลับมาเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมหลังจากเมื่อวานได้เก็บแสงช่วงเย็นไปบ้างแล้ว เช้านี้ยังไม่มีนักท่องเที่ยว ป่าทั้งป่ากลายเป็นของเรา ฝูงปลาในธารใสก็ใช่ด้วย พอกลับมาพินิจพิเคราะห์น้ำตกชั้นนี้ได้ข้อสรุปว่าโตนบ้าเป็นที่นิยมนั้นมาจากหลายสาเหตุ เช่น ลำธารสายยาวมีสายน้ำรินไหลผ่านก้อนหินกลมมนสามารถลงเล่นน้ำได้หลายจุด ฝูงปลาที่เวียนว่ายมีมิตรไมตรีแบบเวลคัมทูไทยแลนด์ ตัวน้ำตกซ่อนอยู่ในซอกหลืบมีไม้ยืนต้นปกคลุมงดงามแปลกตา สายน้ำไหลผ่านแผ่นผาตกลงมาในแอ่งกว้างสามารถเล่นน้ำได้อย่างเพลิดเพลินเจริญใจ

น้ำตกโตนงาช้างที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นน้ำตกที่สวยงาม มีทั้งหมด 7 ชั้น คือ โตนบ้า โตนปลิว โตนงาช้าง โตนดำ โตนน้ำปล่อย โตนฤาษีคอยบ่อ และโตนเหม็ดชุน แต่ชั้น 5, 6 และ 7 เป็นชั้นขนาดเล็กจึงไม่เป็นที่นิยม ผู้คนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่มีทั้งคนไทย มาเลเซีย และพม่า โดยพื้นที่ทั้งหมดอยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำตกโตนงาช้างซึ่งความจริงภายในเขตรักษาพันธุ์สัตวป่าและพันธุ์พืชมักมีกฏเกณฑ์ที่เข้มข้น คือเข้มกว่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติ แต่ที่นี่มีความผ่อนคลายกว่าทุกที่ นับเป็นสิ่งที่ดีอย่างหนึ่งคือเปิดโอกาสให้คนเข้าไปเรียนรู้เพื่อเข้าใจแก่นธรรมชาติที่มีคุณค่าคณานับ และนี่คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศึกษาของสงขลาที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทยครับ

(ตอนหน้าพบกับเมืองเก่าสงขลาและต่อด้วยมนตราแห่งเกาะยอครับ)



ขอบคุณ
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่ จ.สงขลา
- เจ้าหน้าที่ป่าไม้ 
- เพื่อนร่วมทางทุกท่าน

 


 

Facebook Leave a Comment