ผืนป่าช้างกลาง 100 สายธารไหลผ่านหัวใจ (ขอบใจเมืองคอน ขอบใจไทยแลนด์)

พายุทราย พรายทะเล / 11/08/2019 11:31:10


ยอดเขาเหมน บันทึกจากเขาเหมนรีสอร์ต

สนธยา ณ ป่าเขาเหมน บันทึกจากเขาเหมนรีสอร์ต


100 สายธารไหลผ่านหัวใจ

หน้าฝนใครบางคนหนีลงใต้ มีจุดหมายที่เมืองคอนหรือนครศรีธรรมราช เมืองที่เคยถูกเรียกว่า “เมือง 12 นักษัตร” หรือศูนย์กลางของภาคใต้ตั้งแต่โบราณนานมานั่นเอง แต่ครั้งนี้ไปได้ไปตามหาร่อยรอยอดีตที่เคยยิ่งใหญ่หากปลายทางคือผืนไพรที่อุดมสมบูรณ์

ถ้ากล่าวว่านครศรีธรรมราชเป็นเมืองที่มีน้ำตกมากที่สุดเมืองหนึ่งของไทยคงไม่ผิด เฉพาะริมถนนสาย 4015 เพียงสายเดียวมีน้ำตกไม่รู้กี่สิบแห่ง นั่งนับป้ายข้างทางคร่าวๆ ก็ปาเข้าไปร่วมยี่สิบแห่งแล้ว นี่เฉพาะแค่ช่วง อ.ลานสกา - อ.ช้างกลางเท่านั้น ถ้าเลยไปถึง อ.ฉวาง ก็น่าจะมากอยู่ ที่สำคัญนั่นแค่น้ำตกที่มีป้ายข้างทาง เช่น น้ำตกสอยดาว น้ำตกกระโรม น้ำตกท่าแพ แต่ที่ไม่ปรากฏเป็นป้ายหรือที่ยังไม่ได้เผยแพร่เป็นที่รู้จักยังมีอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือปลายทางของพวกเราคือน้ำตกหนานสีนุ่น น้ำตกหนานจล

ยอดเขาล้าน

เขาล้าน


สนธยาแรกเรานั่งคุยกับคุณเก๋ (เขาเหมนรีสอร์ต) เธอเล่าให้ฟังแบบรวบรัดตัดตอนว่าเขาเหมนคือเขาลูกหนึ่งของเทือกเขาหลวง เป็นเขาที่มีม่านหมอกปกป่าตลอดปี (ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นอย่างที่เธอบอกคือมีสายหมอกเย้ายอดเขาเคลียคลออยู่อย่างนั้นไม่ห่างหายแม้วินาที อีกฝั่งหนึ่งอาทิตย์ค่อยๆ ลาลับไปกับเงาป่าเขียวชรอุ่ม) หากจะขึ้นเขาเหมนต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายให้ดี ที่นี่ไม่มีลูกหาบมากนัก เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ต้องแบกกันเอง ของส่วนกลางมีคนแบกให้ เวลาในการเดินเท้าทั้งหมด 5 ชั่วโมง ซึ่งไม่ใช่ครั้งนี้แน่ๆ จึงนัดหมายกันอีกทีว่าควรเป็นช่วงปลายเดือนกันยายนหรือต้นตุลาคม


สวนทุเรียน 100 ปี ริมคลองทองออก


นอกจากทุเรียนยังมีมังคุดและเงาะด้วย

นอกจากเขาเหมน คุณเก๋บอกว่า อ.ช้างกลาง ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น เขาล้านที่ซุกซ่อนผืนป่าอัศจรรย์กับสายน้ำตกอันงดงามเอาไว้อย่างมิดชิด มีน้ำตกหนานจลซึ่งเป็นสายน้ำอีกสายหนึ่งให้เลือกชม ผมตัดสินใจเลือกไปคลองทองออกที่เขาล้าน ไปหนานจลยลน้ำตกชื่อประหลาด ส่วนค่ำคืนนี้อาศัยนอนในบ้านแบบกระท่อมเล็กในป่าใหญ่ของเขาเหมนรีสอร์ต รุ่งเช้าจึงออกเดินทางไปชมตลาดร้อยปีจันดี กินสุดยอดบะหมี่ ดูวิถีตลาดริมทางรถไฟ จากนั้นจึงเข้ามาพบนายอำเภอช้างกลาง และผู้ใหญ่เชษฐ์


คลองทองออก

เด็กๆ เล่นน้ำในคลองทองออก

น้ำตกชั้นนี้ไม่นับเป็นชั้น 1 เพราะเป็นฝายชะลอน้ำ

สะพานไม้ไผ่ข้ามคลองทองออก



ฝายชะลอน้ำใช้ประโยชน์ในการทำประปาภูเขา

หลังจากทำความเข้าใจในเจตนารมณ์ของทั้งสองฝ่าย คุณวีรยุทธ ขนุนนิล (นายอำเภอ) ได้มอบหมายให้ผู้ใหญ่เชษฐ์ ศิลปะวิสุทธิ์ พาเราไปเยือนคลองทองออกและน้ำตกสีนุ่น ที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาล้าน

ผู้ใหญ่เชษฐ์ และคุณธรรมรงค์ วงศ์ศิลป์ (ปราชญ์ชาวบ้าน) น้องโอ (ผู้ประสานงานคนสวย) และเราออกเดินทางไปที่หมู่ 6 ต.ช้างกลาง จอดรถไว้กลางสวนผลไม้ ทักทายชาวบ้าน เติมพลังกันด้วยกินทุเรียนป่าอายุกว่าสองร้อยปีจากต้นขนาดใหญ่หลายคนโอบจึงออกเดินเท้าด้วยความอิ่มเอม





น้ำตกหนานสีนุ่น


“คลองทองออก” เป็นสายน้ำที่บ่งบอกตัวตนได้ชัดเจน หมายความว่ามันงามตั้งแต่แรกเห็น และเห็นว่ามันงามตั้งแต่แรกมอง ลักษณะคลองเต็มไปด้วยโตรกหินกลมมนหลายขนาด มีสายน้ำใสรินไหลแทรกผ่านส่งเสียงคลอเคลียไปกับหรีดหริ่งเรไรในไพรป่า ทัศนียภาพฝั่งหนึ่งของคลองทองออกเป็นสวนผลไม้ อีกฝั่งหนึ่งเป็นป่าดิบชื้น ผู้ใหญ่เชษฐ์กับปราชญ์ผลัดกันเล่าว่าเขาล้านเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ มีเทวดาปกปักรักษา ชาวบ้านเก่าก่อนเรียก “ทวดล้าน” เหมือนที่เรียกเขาเหมนว่า “ทวดเหมน” 

มอส+เฟิร์นพบเห็นตลอดทางระหว่างเดินไปน้ำตกหนานสีนุ่น



เฟิร์นนาคราช


เขาล้านมีทางเดินขึ้นสู่ด้านบนซึ่งมีน้ำตก 3 ชั้น ชั้นแรกคือน้ำตกหนานสีนุ่น ชั้น 2 น้ำตกหนานว่าน และชั้นบนสุดคือน้ำตกหนานจน และที่อยู่เหนือน้ำคือถ้ำหินโกบ แต่ที่ฟังแล้วรู้สึกประหลาดใจคือบนเขาล้านมีช่วงที่อากาศเย็นมากถึงขั้นติดลบซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนและไม่น่าเชื่อว่าจะปรากฏในแดนดินถิ่นนี้






ธารน้ำหนานจล

หลังจากเดินไปเล่าไปผ่านห้วงเวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมงเราขึ้นมาพบน้ำตกชั้น 1 คือน้ำตกหนานสีนุ่น

น้ำตกหนานสีนุ่น
เป็นน้ำตกขนาดกลาง รินไหลผ่านแผ่นผาลงมาสู่แอ่งใหญ่ ก่อนแทรกตัวผ่านธารไพรหายลับไปกับความชุ่มชื้น คงต้องบอกกันตรงๆ ว่าเป็นชั้นน้ำตกที่เรียกร้องให้คนแปลกหน้าอย่างเราสนใจ ดึงดูดใจ ยั่วยวนชวนให้ขึ้นไปสู่ชั้นบน สุดท้ายต้องตกลงปลงใจว่าปลายเดือนกันยายนจะกลับมาใหม่ มาพร้อมทีมสายป่า เป็นกลุ่มคนรักษ์ป่า รักการเดินป่า (รักษ์ด้วยใจไม่ใช่แฟชั่นการท่องเที่ยว) ขณะเดินกลับหลังจากบันทึกภาพ เราเริ่มวางแผนใหม่กระทั่งสรุปลุล่วง คือการกลับมาคราวหน้าวันแรกขึ้นไปอยู่ในอ้อมกอดเมฆาบนผาเขาเหมน รุ่งสางถึงสายวันใหม่เดินลงแล้วไปปีนป่ายเขาล้าน โปรแกรมตั้งไว้ 3 วัน 2 คืน เวลาเหมือนน้อยแต่น่าจะเหมาะเพราะเดินทางจากกรุงเทพฯ ช่วงกลางคืนมาถึงนครศรีธรรมราชเช้า วันกลับก็ออกกลางคืนถึงเช้าเหมือนกัน ส่วนพาหนะในการเดินทางมานครศรีธรรมราชเล็งไปที่รถไฟไทยครับ




น้ำตกหนานจล

ช่วงบ่าย หลังออกจากคลองทองออก ผู้ใหญ่เชษฐ์พามาพบผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.สวนขัน คือคุณปิยะสิทธิ์ เจริญ หรือผู้ใหญ่อ๊อด กับคุณสายใจ ไชยรัตน์ (จิ๋ว) เพื่อเข้าไปสัมผัสสายน้ำอีกแห่งหนึ่งนั่นคือน้ำตกหนานจล ชื่อเหมือนหนานจนบนคลองทองออกแต่สะกดคนละอย่าง ในอนาคตคงต้องปรับเปลี่ยนชื่อกันใหม่เพราะจะเกิดความสับสนอันเนื่องจากอยู่ใกล้กันมากมาก



ด้านบนของน้ำตกหนานจลมีธารน้ำที่สวยงามมาก

คลองหนานจลเป็นคลองสายใหญ่มีลักษณะสวยงามคล้ายคลึงกับคลองทองออก (แทบไม่มีอะไรต่างกันเลย) อาจต่างกันบ้างตรงที่ทางเดินไปน้ำตกหนานจลต้องเดินขึ้นเนินสูงแล้วตัดลงมาที่ตัวน้ำตกอีกทีหนึ่ง ส่วนน้ำตกสีนุ่นนั้นเดินเลียบคลองทองออกโดยตลอด 

น้ำตกหนานจลเป็นน้ำตกขนาดเล็ก สายน้ำรินไหลผ่านแนวหินขนาดใหญ่มองดูคล้ายๆ ว่าเป็นทางตัน ผ่านไปไม่ได้แล้ว แต่เมื่อเดินขึ้นไปด้านบนจะพบว่าเป็นธารกว้างมีหินกลมเกลี้ยงเรียงรายแบบไร้ระเบียบแต่งดงามมาก ลักษณะคลองแบบนี้น่าส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างยั่งยืนครับ



เฟิร์นตีนตุ๊กแกพบระหว่างทางเดินไปน้ำตกหนานจล

หลังจากได้สัมผัสสายน้ำทั้งหมดตั้งแต่สายจรดเย็นพอสรุปได้ว่าการสำรวจครั้งนี้ประสบความสำเร็จมากกว่าที่คาดไว้ คืออำเภอช้างกลางถือเป็นอำเภอที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าสายธาราและบทวิถี นอกจากนั้นยังมีวัดสำคัญๆ อีกหลายวัด เช่น วัดสวนขัน ของพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ มีงานหัตถกรรมผ้าบาติกย้อมสีธรรมชาติ มีผลไม้มากมายหลายชนิด คงต้องบอกว่าใครผ่านไปแถวนั้นหรืออยากค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ต้องที่นี่เลย ส่วนสายเดินป่าอดใจรอแป็ป อย่างที่บอกตั้งแต่ตอนต้นว่าพวกเราชาว khobjaithailand รอให้ถึงเดือนกันยายนเพื่อจะขึ้นไปสัมผัสเขาเหมนและเขาล้านอย่างจริงจังอีกทีหนึ่ง


ข่าลิง พืชสมุนไพรขนาดเล็ก ตกดอกช่วงเดือนกรกฏาคม


ที่ราบในหุบเขาเป็นสวนผลไม้ ส่วนด้านหลังคือป่าดิบชื้น บันทึกภาพระหว่างทางไปน้ำตกหนานจล


ขอขอบคุณ
- ผู้สนับสนุนและช่วยเหลือในการไปสำรวจป่าช้างกลางทุกท่านครับ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- ผู้ใหญ่เชษฐ์ โทร.081 868 8302
- คุณโอ โทร. 081 607 4357 

 

Facebook Leave a Comment