5 ภู 5 วัน 5 ฝัน 55 ภาพ (ขอบใจภูเมืองเลย ขอบใจไทยแลนด์)

พายุทราย พรายทะเล / 11/08/2019 10:56:03

 5 ภู 5 วัน 5 ฝัน 55 ภาพ

ภูค้อ ภูอีเลิศ ภูชมลาว ภูผักหวาน ภูบ่บิด ทั้ง 5  ภูที่เรามาเยือนเป็นภูในเมืองเลย อยู่ต่างอำเภอ แต่ไม่ต่างความงาม ส่วนใหญ่อยู่ตามแนวชายแดนไทยลาว บางภูที่เราสัมผัสมีหมอกหนา มีหมอกบาง มีจันทร์สว่างกลางป่า มีสายธารารินไหล ไล่เรียงตั้งแต่ อ.ด่านซ้าย อ.นาแห้ว อ.ท่าลี่  และ อ.เมือง บางภูที่คิดว่าจะเจอหมอกกลับไม่เจอ บางภูคิดว่าจะบันทึกภาพดาวล้านดวงแต่กลับได้พระจันทร์สีส้ม แต่ทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้สร้างความผิดหวังใดๆ เพราะส่วนใหญ่มีความงามอันเป็นบุคลิกของตัวเอง ที่สำคัญ ได้เก็บภาพอาทิตย์ขึ้นและตก ทะเลหมอกได้บ้างไม่ได้บ้างจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญได้ทะเลใจกลับมาก็สุขมากแล้ว

หลายเดือนที่ผ่านมา (หรือเกือบทั้งปี) มีโอกาสมาเยือนเมืองเลยอยู่เป็นระยะ มีบางภูได้เขียนถึง เช่น ภูค้อและภูอีเลิศ แต่ต่างเวลาก็ต่างอารมณ์ ภูค้อในวันนั้นกับภูค้อในวันนี้จึงมีความต่าง ภูอีเลิศในวันวานกับวันรุ่งจึงมีเรื่องราวใหม่ๆ ให้จดจำและคิดถึง การเดินทางเพื่อสัมผัส 5 ภูในคราวนี้ได้นอนกลางป่า 3 ภู คือภูค้อ ภูอีเลิศ และภูชมลาว ส่วนภูผักหวานได้ขึ้นไปชมธรรมชาติป่าเปลี่ยนสี ภูบ่บิดได้สัมผัสทะเลหมอก 360 องศา



รถอีต็อกหรืออีแต็ก พาหนะในการเดินทาง จากหมู่บ้านถึงที่พักบนภูค้อระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร

สนธยาที่แค้มป์ภูค้อ

หลามไก่ คือต้มไก่ในกระบอกไม้ไผ่ เป็นกับข้าวพิเศษ หอมไผ่หอมฝืน หอมไม่ลืมเลย (กับข้าวมื้อแรกคนภูค้อ)

คืนฟ้าสว่างกางป่ากับจันทราดวงโต

รุ่งสางบนทางหมอก


แสงยามเช้าเหนือสันเขา บันทึกจากจุดชมวิวภูค้อ





ทะเลหมอกหยอกขุนเขา บันทึกจากภูค้อ

(ขากลับ) เจอทางโหด ต้องลงเดินบ้างเล็กน้อย


วันที่ 1 ภูค้อ...
...ภูค้อเป็นป่าชุมชน อยู่ติดกับเขตอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย อ.นาแห้ว คราวที่แล้วเคยขึ้นมานอนครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นกางเต็นท์นอนในบ้านแบบเพิงพัก นั่งชมฟ้าสีทองอาบป่าในช่วงเย็น ดูดาวในยามค่ำ ดูหมอกหยอกขุนเขาในยามเช้า ส่วนครั้งนี้ต่างไปจากครั้งที่แล้วตรงที่ย้ายแค้มป์ไปนอนในป่าชุมชนริมผาสูงห่างจากจุดที่แล้วประมาณ 1 กิโลเมตร บริเวณแค้มป์ใหม่สามารถชมทัศนียภาพกว้างไกลกว่า 180 องศา นอนชมจันทราฉาบฉายพันธุ์พฤกษ์ ตกดึกนอนขดตัวหลบลมหนาวในเต็นท์อุ่น ก่อนรุ่งสางตื่นขึ้นมาดูจันทร์ล่วงลับไปกับขุนเขา เดินผ่านเงาไม้ไปที่ริมผา เฝ้ารอเวลาให้ม่านหมอกปรากฏกาย

ยามเช้า ควันสีเทาจากกองฟืนส่งกลิ่นหอม ทะเลหมอกขาวนวลปกคลุมขุนเขาน้อยใหญ่ ยามอาทิตย์ปรากฏกายทำให้หมอกฟุ้งกระจายขึ้นมาปกคลุมหัวใจผู้มาเยือน นับเป็นทะเลหมอกที่งดงามมากแห่งหนึ่ง แห่งหนึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเมืองเลย หากหมายรวมไปถึงประเทศไทย ใครไม่เคยมาอยากให้มา ใครไม่เคยพบพาอยากให้ลอง ภูค้อเดินทางง่าย ไม่ต้องเดิน แค่อาบน้ำที่หมู่บ้านให้เรียบร้อยแล้วนั่งรถอีแต็กขึ้นมาก็ถึงแค้มป์ ถ้าเลือกได้อยากให้มาในช่วงคืนแรม มานั่งดูภูค้อในดงดาว กระพริบพราวในหัวใจ
....................................................................................


ทะเลหมอกภูอีเลิศ ไหลมาตามร่องเขา สวยงามมาก

น้ำตกแก่งช้าง แบ่งกั้นเขตไทยลาว หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของชาวปากหมัน (ภูอีเลิศ)

น้ำตกขนาดเล็กที่หาดหงส์ บ้านปากหมัน (ภูอีเลิศ)


คาราวานอีแต็ก หยุกพักบริเวณพานหิน+ปรงพันปี ประตูสู่ภูอีเลิศ

ป่าระหว่างทางก่อนถึงยอดภูอีเลิศ

ริมผา ณ ภูอีเลิศ

แสงสุดท้ายปลายฟ้า ตะวันลาลับเหลี่ยมเขา ภูอีเลิศ







วันใหม่ บันทึกภาพจากจุดชมวิวภูอีเลิศ ทางฝั่งตะวันออก

แสนสุชใจ ได้สัมผัสธรรมชาติยามเช้า ณ ภูอีเลิศ

 

วันที่ 2 ภูอีเลิศ...
...ภูอีเลิศเป็นป่าชุมชนเช่นเดียวกับภูค้อ เป็นป่าชุมชนที่มีความหลากหลายและอุดมสมบูรณ์มาก โดยทั่วไปมีป่าผสมผสานกัน 4 แบบ คือป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าริมผา นอกจากป่ามีความหลากหลาย เส้นทางการท่องเที่ยวบนภูก็มากกว่าภูค้อ คือบ้านปากหมันฝั่งตะวันตกมีน้ำตกแก่งช้าง หาดหงส์ ซึ่งมีน้ำเหืองรินไหลแบ่งกั้นแผ่นดินไทย-ลาว งดงามแปลกตา ทางชุมชนคนปากหมันจึงจัดให้การเดินทางท่องเที่ยวเริ่มจากไปปีนผาชมน้ำตกแก่งช้าง แล้วย้ายลงมาชมน้ำตกขนาดเล็กที่หาดหงส์ (สายน้ำเดียวกัน) จากนั้นจึงแวะเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด แล้วนั่งรถอีแต็กส่งเสียงต็อกๆ ไต่ความสูงชันขึ้นไปบนภู ไปดูตะวันลับอาทิตย์ลา ดูสายลมพัดพาม่านหมอกล่องลอยไปตามล่องเขา (ดูดาวในคืนแรมก็น่าสนใจไม่แพ้กัน)

วันที่เราไปเยือนภูอีเลิศเป็นคืนวันเพ็ญ ฟ้าสว่าง เห็นป่ากว้างเป็นเงาซ้อนทับสลับไปมา จากต้นหนึ่งทาบต้นหนึ่ง จากเงาหนึ่งซ้อนเงาหนึ่ง เป็นมิติน่าพิศวง ส่วนยามเช้าเดินเท้าไปอีกฝั่ง แกว่งเท้าไปบนยอดหญ้า นั่งรอเวลา รออาทิตย์ รอแสงสีทองสาดส่องไปบนปุยเมฆ
.......................................................................................................................................................................


สนธยา ณ ภูชมลาว

อ่างเก็บน้ำด้านล่าง จุดเริ่มต้นของการขึ้นภูชมลาว

ยานพาหนะสุดหรู


ยามค่ำมองเห็นแสงไฟจากด่านศุลกากรของไทย 

เดือนหงายกลางป่า ภูชมลาว

ป่าสว่างท่ามกลางแสงจันทร์

ยามเช้า ฝั่งซ้ายมองเห็นชุมชนคนลาว  ตรงกลางคือแม่น้ำเหือง ฝั่งขวาคือประเทศไทย บันทึกภาพจากจุดชมวิวภูชมลาว (ชมลาวสมชื่อ)


บรรยากาศยามเช้า ก่อนตะวันทอแสง

สายหมอกทอดตัวปกคลุมขุนเขา มองเห็นพระธาตุสัจจะ


จุดชมวิวภูชมลาว

 
สายหมอกแหวกว่ายในทะเลภูเขา ด้านหน้าคือไผ่รวกหรือที่คนถิ่นออกเสียงว่า "ไผ่ฮวก" ไผ่ฮวกเป็นไม้ประจำถิ่น ในอดีตตั้งชื่อภูตามไม้ไผ่ชนิดนี้ คือภูฮวก


วันที่ 3 ภูชมลาว...
...ภูชมลาวเป็นป่าสงวน อยู่ในความดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ แต่ชาวบ้านขอเข้ามาใช้พื้นที่เพื่อการอนุรักษ์และการท่องเที่ยว ภูชมลาวไปง่าย เดินทางง่ายกว่าภูค้อและภูอีเลิศ คือมีระยะทางใกล้กว่า ส่วนการเดินทางจะต่างจากสองภูแรกตรงที่ต้องเดินเท้านิดหน่อยประมาณ 100 เมตร

ภูชมลาวเป็นยอดภูแคบๆ ไม่กว้างเหมือนภูค้อ ภูอีเลิศ แต่มีความพิเศษตรงที่มองเห็นทิวทัศน์ 360 องศา มองเห็นป่า มองเห็นชุมชน มองเห็นบ้านเรือนคนลาวผุดโผล่อยู่ด้านล่าง มองเห็นพระธาตุสัจจะตระง่านงามอยู่ในดงดอกหมอก มีม่านหมอกหยิกหยอกดงดอกไม้ ภูชมลาวเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ชวนให้ติดตรึง คิดถึงไม่อยากจากลา หากบอกว่าเพียงหนึ่งสนธยากับหนึ่งราตรีภูแห่งนี้สามารถทำให้ใครหลายคนหลงรักคงไม่แปลก...ภูอะไรเสน่ห์มากมายขนาดนั้น
.........................................................................................................................................................................................


แนวหน้าผาที่ภูผักหวาน

การเดินทางขึ้นภูผักหวานใช้รถอีแต็กแล่นไปบนทางลูกรัง เห็นชาวบ้านบอกว่าระยะทาง 3 กิโลเมตร แต่ผมว่ามากกว่านั้นชัวร์!






ป่าเปลี่ยนสีที่ภูผักหวาน

จุดชมวิวภูผักหวาน

จากจุดชมวิวภุผักหวานมองเห็นชุนเขาเรียงรายสลับซับซ้อนกว้างไกล เขาที่เห็นยอดแหลมนั่นคือภูผาแง่ม



แนวหน้าผา


แนวโถงถ้ำ ภูผักหวาน

พระพุทธปฏิมากรรมประดิษฐานกลางป่าเต็งรัง บริเวณยอดภูผักหวาน


วันที่ 4 ภูผักหวาน...
...ภูผักหวานเป็นป่าเต็งรัง ดูแลโดยชาวบ้าน สายวันนี้พวกเราชาวคนรักภูยังเดินทางด้วยรถยนต์ 4x4 สมรรถนะสูงอย่าง “อีแต็ก” เริ่มจากวัดประจำหมู่บ้านเดื่อผ่านทางลูกรังสายแคบ ผ่านป่าริมผา ผ่านผืนป่าเต็งรังแสนงาม ป่าเต็งรังที่เปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลือง เหลืองเป็นแดง แดงเป็นน้ำตาล เป็นป่าเปลี่ยนที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง สุดท้ายพวกเราไปหยุดอยู่ที่ริมผา ทอดสายตาชมผืนป่ากว้างกว่า 180 องศา หากได้ชมเดือนดาราในยามค่ำคงงามไม่น้อย เสียดายจุดนี้ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการแค้มปิ้ง หากจะนอนต้องย้อนลงไปเล็กน้อย (ตรงลานพระ)

เสียดายแต่ไม่เสียใจเพราะนอกจากความงามของป่าเปลี่ยนสี ทัศนียภาพขุนเขา เรายังได้พบหน้าผาที่สวยงามเรียงตัวอยู่ด้านล่างซึ่งมีถ้ำขนาดเล็กซุกซ่อนอยู่ในซอกผาเหล่านั้น
................................................................................................


จุดชมมวิวภูบ่บิด ฝั่งนี้ชมเมืองในอ้อมกอดขุนเขา

หมอก มนต์ เมือง (เลย) จากจุดชมวิวภูบ่บิด




ทะเลหมอกฝั่งตะวันออก


แสงทองจับฟ้า


นักท่องเที่ยวสาวชาวจีน



หมอกสีทองของขวัญวันขึ้นปีใหม่จากภูบ่บิด

บนภูบ่บิดมุมไหนก็สวย แค่ย้อนแสงธรรมดายังเท่

ทางเดินที่หลายบอกว่า ยากเหมือนกันฮ่ะ

เส้นนี้เดินง่ายแต่ต้องนั่งรถอีแต็กขึ้นมาครึ่งทาง


วันที่ 5 ภูบ่บิด...
...ภูบ่บิดเป็นภูสุดท้ายปลายทริป เป็นภูที่อยู่ใน อ.เมือง เป็นภูที่โดดเด่นด้วยทิวทัศน์ 360 องศา มองเห็นอาทิตย์ขึ้น มองเห็นตะวันลา มองเห็นดาวบนฟ้า มองเห็นดาราบนดิน ภูบ่บิด ณ ถิ่นเมืองเลยเป็นภูที่เที่ยวง่าย ชมง่าย อยู่ใกล้กว่าทุกภู ที่สำคัญในช่วงหนาวนี้บนภูบ่บิดมองเห็นทะเลหมอกปกคลุมขุนเขา มองเห็นตะวันเช้าสาดแสงฉาบฉายทะเลหมอก ยามเย็นเสพสัมผัสตะวันตกหยอกล้อกับดาวบนดิน (แสงไฟกลางเมืองสว่างไสว) ใครมีโอกาสไปเยือนเมืองเลยแต่มีเวลาน้อย ภูบ่บิดเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ควรพลาดครับ
...........................................................................................................

จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นว่าภูทั้งห้ามีความเหมือนและมีความต่าง มีความงามที่น่าจดจำ มีความเป็นตัวตนที่ชัดเจน ก็ได้แต่หวังว่าภูเหล่านี้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มั่นคง ยืนยง ยืนยาว เป็นจุดหมายปลายทางในการพักผ่อนของประชาชนคนไทยและต่างชาติ เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ และหวังอย่างยิ่งว่าทั้ง 5 ภูจะทำให้นักท่องเที่ยวก่อเกิดความสุขอย่างที่ตั้งหวัง มีพลังจากการได้สัมผัสธรรมชาติพิสุทธิที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย

ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ขอให้สุขภาพแข็งแรง หัวใจอิ่มเอิบ มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดปีตลอดไป ขอบคุณที่ติดตามขอบใจไทยแลนด์มาโดยตลอด พวกเราชาว khobjaithailand.com กราบขอบคุณมา ณ ที่นี้ ปีหน้าพบกันใหม่ สวัสดีครับ

หมายเหตุ
ผู้สนใจเดินทางท่องเที่ยว 5 ภู หรือจะเลือกภูใดภูหนึ่งสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จ.เลย
- ภูค้อ อ.นาแห้ว มีจุดแค้มปสามจุด บางจุดพักได้ บางจุดไม่ได้เปิดให้ให้พักแต่ทำแบบทริปท่องเที่ยวสั้นๆ คือนั่งรถอีต๊อกขึ้นไปดูทะเลหมอกช่วงเช้า กินข้าวเคล้ากาแฟกรุ่น จากนั้นลงมาชมน้ำตกธารสวรรค์
- ภูอีเลิศ อ.ด่านซ้าย เป็นภูที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศน์ ข้อควรระวังคือบริเวณหน้าผาทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกไปมีแนวไม้กั้น ก้าวมั่นๆ อย่าประมาท
- ภูชมลาว อ.ท่าลี่ ยังไม่เปิดให้ค้างคืนอย่างเป็นทางการ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาให้เกิดความเหมาะสม
- ภูผักหวาน อ.ท่าลี่ เป็นภูที่น่าพักผ่อน หากจะนอนค้างต้องติดต่อล่วงหน้า ควรหาเต็นท์และเครื่องนอนมาเอง
- ภูบ่บิด อ.เมือง สามารถขึ้นได้สองทาง ทางหนึ่งเดินเท้าไปบนบันไดผ่านความสูง 520  เมตร อีกทางหนึ่งนั่งรถอีแต็กไปครึ่งทางแล้วเดินต่อ

 

 

Facebook Leave a Comment