ภูค้อ ถักทอธารสวรรค์ (ขอบใจเลย ขอบใจไทยแลนด์)

พายุทราย พรายทะเล / 11/08/2019 11:32:49









 จากพื้นราบด้านล่างขึ้นมาสู่ภูค้อจะพบทัศนียภาพที่แตกต่างกันออกไป บางช่วงเป็นนาข้าว ไร่ข้าวโพด ไร่กล้วย ไร่สับปะรด รอยเว้าแหว่งของป่าและป่าดิบอุดม

อย่าให้นึกหรือให้นับว่าไปเยือนเมืองเลยมาแล้วกี่ครั้ง รู้แต่ว่ารักเมืองเลยมาตั้งแต่หนหลังกระทั่งวันนี้ก็ยังรักอยู่ เหตุผลไม่มีอะไรมากไปกว่า เลยเป็นเมืองสงบ มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและภูเขา หนนี้ยังไม่หนีจากภูเขา ยังคงตามหาสายหมอก เย้าหยอกทะเลดารา นอนใต้ฟากฟ้า ตามหาสายน้ำในพงไพร

ผมไปถึงเมืองเลยช่วงเช้าตรู่ ราว 6.30 น. ด้วยรถโดยสารปรับอากาศ จากนั้นมีน้องนักเดินป่าจาก ททท.มารอรับ รับผมแล้วก็ไปรับ ผอ.ททท.และเพื่อนอีกหนึ่ง เป็นอันว่าทริปนี้เดินทางกันสี่คน กำลังงาม ประมาณนี้ทำงานสะดวกครับ  

ช่วงบ่าย หลังฝนพรำ เราจอดรถไว้ที่ๆ ทำการอำเภอนาแห้ว เปลี่ยนมานั่งรถ 4X4 โฟร์วีลไดรฟ์ของชาวบ้านหรือที่เรียกกันติดปากว่า “รถอีแต็ก” หรือ “รถอีต๊อก” รถชนิดนี้ส่งเสียงตามชื่อ ชื่อจึงเรียกตามเสียงรถ การตั้งชื่อเป็นเรื่องง่ายที่ใช้กันมาแต่โบราณ คือคนไทยมักเรียกอะไรที่เข้าใจง่าย ใกล้ตัว ไม่ซับซ้อน ตั้งชื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งจำได้ง่าย เช่น ภูค้อ ภูที่คาดเดาได้ว่ามีต้นค้อหรือเคยมีต้นค้อเจริญเติบโตอยู่บนภูเป็นจำนวนมาก


 ทัศนียภาพทางทิศเหนือและทิศตะวันออกของภูค้อ


 ทางทิศตะวันออกมองเห็นท้องนากับ "ผาหนอง-ผาหมวก" อยู่ด้านหลัง

รถอีแต็กหรืออีต๊อก แล้วแต่บ้านไหนจะเรียกอย่างไร นั่งได้ 6 คน หน้า 3 หลัง 3 เกาะให้แน่นไม่งั้นอาจลงไปอยู่ข้างทางโดยไม่รู้ตัว


รถแล่นเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ช้าๆ แล่นขึ้นมาจนถึงยอดภูค้อ บนนี้มีสิ่งก่อสร้างอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือบ้านพักแบบกระท่อมไม้ ไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่าง มีฝาผนังแบบพิเศษ คือปล่อยให้ลมภูเขาผ่านเข้ามาได้โดยสะดวก อย่างที่สองคือโรงครัวซึ่งมีห้องน้ำอยู่ในนั้นด้วย

หน้าบ้านพักมีสะพานทางเดินและจุดนั่งพักเพื่อชมวิวทิวทัศน์ทางทิศเหนือ ตะวันออก ตะวันตก และทิศใต้อีกบางส่วน เรียกว่าเกือบ 360 องศาเลยทีเดียว


 บ้านพักของนักเดินทาง


 ระเบียงหน้าบ้าน


ช่วงเย็นพวกเราเรื่อยเปื่อยไปกับการเก็บภาพ เก็บทรงจำ เก็บซ้ำๆ เก็บกันลืม และเก็บมาเพื่อบอกต่อ ภาพที่เห็นมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก คือภูเขาที่เรียงสลับซับซ้อนอยู่ตรงหน้ามองเห็นป่าดิบอุดม ป่าหญ้า นาข้าว ป่าข้าวโพด รวมถึงรอยเว้าแหว่งซึ่งไม่รู้ว่ามัน (เคย) เป็นป่าอะไร




  ทุ่งหญ้าสนธยา




 บรรยากาศบ้านพักกับกองไฟยามค่ำ


ตกค่ำ กลิ่นอาหารจากฝีมือชาวบ้านผ่านมา ท้องจึงส่งเสียงเรียกหา วางกล้อง ลงไปท่องโลกอาหาร พระเจ้า! แซ่บสะใจอะไรปานนั้น 

ท้องอิ่ม อากาศเย็นลง กองฟืนช่วยให้อุ่น ลมช่วยให้สดชื่น ใครบางคนลงมืออาบน้ำก่อนไม่ได้อาบหรือไม่ยอมอาบเหมือนใครบางคน




 ดาราหน้าบ้าน (ฟ้าไม่มืดเพราะอีกด้านหนึ่งจันทร์ครึ่งดวงส่องแสง)

คืนนี้เดือนครึ่งเสี้ยวส่องสว่างไปครึ่งฟ้า ปล่อยให้ดาราส่องแสงอีกครึ่งหนึ่ง แม้เป็นช่วงฟ้าสว่าง แต่ดาวยังคงทำหน้าที่ได้ดีดุจเดิม ยังมองเห็นดวงดาวสว่างไสว งดงามเฉกที่เคยคุ้น

ไม่เกินเที่ยงคืน กองฟืนอ่อนแรง คนอ่อนล้า แยกจากกองไฟ แยกขึ้นไปขอไออุ่นจากถุงนอนนุ่มหนา กว่าจะรู้ว่าเหน็บหนาวก็พากันหลับใหลไปไกลแล้ว






 ทะเลหมอกหน้าบ้าน

เช้าวันใหม่ ฟ้ายังไม่สาง ทางอาทิตย์ยังไม่เห็น แต่ด้วยเราเป็นผู้บันทึกจึงตื่นขึ้นมามาหยิบจับกล้อง รอคอยตะวัน รอคอยทะเลหมอก ขณะรอคอย ใครบางคนต้มน้ำทำกาแฟ ส่งกลิ่นหอมกรุ่น รสกรุ่นหอมกลิ่น เป็นเมล็ดพันธุ์กาแฟชั้นดีของนาแห้ว ชิมแล้วไม่อยากวาง วางแล้วอยากเติมอีก




 แสงเหลืองทองจับเส้นขอบฟ้า

ฟ้าเริ่มสว่าง หมู่นกส่งเสียง เมฆหนาไม่ยอมจาง ปกคลุมขาวโพลนไปหมด ส่วนอาทิตย์วันใหม่โผล่ขึ้นมาให้เราชื่นใจเพียงแว้ปเดียวก็หายไป ไม่เป็นไร เท่านี้ก็เพียงพอ พอให้คนแปลกหน้าอย่างผมพอใจ พึงใจ และดีใจที่ได้มาเยือนภูเล็กๆ นาม “ภูค้อ”แห่งนี้ ส่วนรายการต่อไปคือย้อนรอยเส้นทางเดิมเพื่อลงไปที่น้ำตกธารสวรรค์ น้ำตกที่มีชื่อเสียงของภูค้อ


  ม่านหมอกปกคลุมภูค้อ

ตะวันแย้ม โผล่ออกมาทักทายแล้วหลบหายไปกับสายหมอก

น้ำค้างยามเช้าผุดพราวบนดอกหญ้า


รถอีต็อกส่งเสียงแต็กๆ และเงียบลงเมื่อเรามาถึงธารน้ำ จากนั้นเดินเท้าอีกไม่เกิน 100 เมตรก็ถึงตัวน้ำตก น้ำตกธารสวรรค์ วันนี้น้ำอาจไม่ใสมากนัก เนื่องจากเมื่อวานฝนตกหนักก็เลยมีตะกอนไหลรวมลงมา แต่น้ำตกที่รินไหลอยู่ตรงหน้าก็งามเกินกว่าที่คิดไว้ ต้องสารภาพตามตรงว่าผมไม่ได้คาดหวังใดๆ กับน้ำตกธารสวรรค์ คือคิดประมาทไปว่าคงเป็นน้ำตกเล็กๆ พอมาสัมผัสด้วยตัวเองกลับพบว่ามันไม่เล็กอย่างที่คิด (ผิดมหันต์) มันงามเกินกว่าคนปัญญาเล็กอย่างผมจะจินตนาการถึง ต้องสารภาพด้วยคำขอโทษและขอขมากันตรงนี้





  น้ำตกธารสวรรค์

ช่วงเวลาสั้นๆ กับฝันบางๆ บนทางขุนเขากลับกลายมาเป็นเรื่องราวในความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน มีหลายสิ่งประทับใจ เช่น อากาศ ม่านหมอก ดวงดารา ป่า ตะวัน และมีบางสิ่งค้างคาใจอยู่บ้าง สิ่งที่อยากได้เพิ่มไม่ใช่บ้านพักหรูหรา ไม่ใช่ถนนเรียบหรู พื้นที่เว้าแหว่งต่างหากที่อยากได้ อยากให้พื้นที่ดังกล่าวกลับมาเป็นป่าอีกครั้งหนึ่ง อาจต้องใช้เวลาแต่เชื่อว่าชาวบ้านทำได้ ป่าแห่งนี้เป็นป่าชุมชน ดูแลด้วยปวงชน ป่าจะอยู่ได้ เติบโตได้ชาวบ้านล้วนมีส่วนส่งเสริมให้สำเร็จทั้งสิ้น


โต๊ะอาหารแสนวิเศษ ปูใบตอง ใช้แก้วจากไม้ไผ่


ใครจะกินข้าวต้มก็กินไป หรือจะกินข้าวจี่ก็ได้ อันนี้ตามสะดวก (สองอย่างเลยดีกว่าไหม)

ผลไม้ปลูกเอง หวานกรอบ เพลิดเพลินเป็นที่สุด


การเดินทางไปเที่ยวภูค้อไปง่ายเที่ยวง่าย แต่อาจไม่ได้ไปเหมือนที่เราไป เหตุเพราะชาวบ้านเขาจัดรถอีแต็กไว้บริการ โดยรับนักท่องเที่ยวจากพื้นราบด้านล่างขึ้นไปดูทะเลหมอกด้านบน พาไปชมตะวันทอแสง แล้วไปชมน้ำตกธารสวรรค์ รวมอาหารเช้า 1 มื้อ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จแค่คนละ 200 บาทเท่านั้น คนที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้หากพักค้างที่รีสอร์ต (ด้านล่าง) รถอีแต็กไปรับถึงที่ ขอให้มีความสุขกับการเดินทางท่องเที่ยวภูค้อครับ

ผู้ที่สนใจท่องเที่ยวภูค้อ อ.นาแห้ว จ.เลย ติดต่อผู้ใหญ่ไพรัตน์ เชื้อบุญมี (เปี๊ยก) โทร.062 429 9716

ขอขอบคุณ
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดเลย รวมถึงผู้ช่วยเหลือและร่วมทางทุกท่าน



ภูค้อน้อยในสายหมอก อยู่ต่ำกว่าภูค้อนิดหน่อย 

Facebook Leave a Comment