งานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

พายุทราย พรายทะเล / 22/02/2019 09:53:24

แม่น้ำปัตตานี

กลุ่มมังกรและสิงโตเชิดกันสนุกสนานเต็มเหนี่ยว เป็นช่วงเวลาขณะรอรับขบวนเกี้ยวพระที่ทะยอยออกจากศาลเจ้ามาที่ริมน้ำ


งานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวจีนในเมืองปัตตานี จุดประสงค์การจัดงานเพื่อระลึกถึงคุณงามความดี ความกล้าหาญ ความซื่อสัตย์  ที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือรายละเอียดในงานสมโภชมีมากกว่าที่เคยคาดคิด เป็นงานที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม อิ่มศรัทธา มากด้วยศิลปกรรมเชิงศาสนาที่งดงามทั้งสิ้น


ขบวนแห่จากศาลเจ้าสู่ริมแม่น้ำปัตตานี





ตามตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวกล่าวไว้ว่า “ลิ้มกอเหนี่ยว” เป็นหญิงชาวจีนตระกูลลิ้มหรือหลิม มีพี่ชายชื่อ “ลิ้มโต๊ะเคี่ยม” ซึ่งต่อมาได้เดินทางมารับราชการที่เมืองปัตตานีและได้แต่งงานกับลูกสาวเจ้าเมือง หลังแต่งงานเขาเข้ารีตอิสลามและไม่ยอมกลับบ้านเกิดเมืองนอน ทำให้ผู้เป็นแม่ที่อยู่ในประเทศจีนคิดถึงเขามาก เมื่อแม่เป็นแบบนี้ลิ้มกอเหนี่ยวจึงอาสาออกตามหาพี่ชาย เธอเดินทางมาสยามประเทศ ได้พบ “ลิ้มโต๊ะเคี่ยม” ผู้เป็นพี่ชายที่บ้านกรือเซะ ปัตตานี ลิ้มกอเหนี่ยวได้อาศัยอยู่ที่กรือเซะเป็นระยะเวลานานเพื่อโน้มน้าวให้พี่ชายกลับเมืองจีน แต่ลิ้มโต๊ะเคี่ยมปฏิเสธเพราะกำลังสร้างมัสยิดกรือเซะ เมื่อหมดหนทาง ไม่สามารถทำให้พี่ชายกลับประเทศจีนได้ ลิ้มกอเหนี่ยวจึงผูกคอตายใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์ ด้วยความอาลัย ลิ้มโต๊ะเคี่ยมจึงสร้างฮวงจุ้ยให้น้องสาวตามประเพณีเดิม เมื่อชาวจีนแถบนั้นได้ทราบถึงความกตัญญูถือสัตย์ จึงมีชาวบ้านนำไม้มะม่วงหิมพานต์มาแกะสลักเป็นรูปลิ้มกอเหนี่ยวประดิษฐานไว้ที่ศาลเจ้ากรือเซะ ภายหลังได้ย้ายไปประดิษฐาน ณ ศาลเล่งจูเกียง จนถึงปัจจุบัน

เกี้ยวพระหรือเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว


ก่อนลงน้ำ

กราบไหว้ทำพิธีก่อนข้ามท้องทะเล (สมมุติให้แม่น้ำปัตตานีเป็นทะเล)


ที่บอกว่างานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวน่าสนใจมากกว่าที่เคยรู้ที่เคยคิดเพราะรายละเอียดงานสมโภชนั้นมีมากมายหลายขั้นตอน เช่น โยนเบี้ยเสี่ยงทายเวลาในการแห่พระแบกเกี้ยว การแบกเกี้ยวข้ามแม่น้ำปัตตานี การแบกเกี้ยวลุยไฟ  ในแต่ละขั้นตอนของพิธีกรรมนั้นไม่มีการเข้าทรงองค์เจ้า ไม่มีอิทธิฤทธิ์พิสดาร ไม่มีการเอาของแหลมคมมาแทงปากถากคอ แต่ทุกขั้นตอนล้วนพึ่งพิงหลักทางวิทยาศาสตร์และความเป็นจริงทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น การถือศีลกินเจก่อนเข้าร่วมพิธีกรรมเป็นการชำระร่างกายจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ เมื่อถือศีลกินเจไม่ไปยุ่งกับสุรายาเมาร่างกายก็แข็งแรงสามารถแบกเกี้ยวพระข้ามน้ำไปได้อย่างปลอดภัยโดยไม่เกิดอุบัติเหตุใดๆ จะมีบ้างที่ประชาชนคนปัตตานีลุ้นระทึกกลัวจะจมระหว่างทางแต่ก็รอดปลอดภัยได้ทุกเกี้ยว

ออกเดินทางข้ามทะเล

เกี้ยวนี้เกือบไม่ไหว ทำเอาประชาชนคนดูลุ้นกันสุดใจ แต่ก็รอดไปได้โดยไม่เกิดเหตุ (พอถึงฝั่งเสียงถอนหายใจดังลั่นเลย)







อีกฝั่งหนึ่งรอต้อนรับ (ปีนี้เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวข้ามถึง 12 รอบ)


ส่วนการเดินลุยไฟนั้นเป็นการลุยจริงเดินจริง โดยคณะผู้จัดจะก่อไฟด้วยถ่านบนลานกว้างด้านหน้าศาลเล่งจูเกียง (ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) ก่อไฟจนถ่านร้อนได้ที่จึงเริ่มพิธี ที่น่าสนใจคือผู้จัดจะตักน้ำมนต์ในตุ่มไปราดร่างผู้แบกเกี้ยวจนฉ่ำ (ป้องกันความร้อนจากเปลวเพลิง) มีการเอาใบมะพร้าวแห้งสุมบนกองถ่านอีกทีหนึ่ง การเดินลุยไปไปบนถ่านร้อนๆ นั้นสุ่มเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเป็นอย่างยิ่ง แต่การเดินไปบนใบมะพร้าวที่ไหม้อย่างรวดเร็วนั้นเบาบางกว่า ที่สำคัญขี้เถ้าของใบมะพร้าวเหล่านั้นปกคลุมไปบนถ่านทำให้ป้องกันความร้อนจากถ่านได้ในระดับหนึ่ง

บรรยากาศบริเวณศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวก่อนถึงเวลาในประเพณีลุยไฟ



แห่เกี้ยวเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเข้าสู่บริเวณลุยไฟ




กองถ่านที่ถูกจุดขึ้น




(โอ่งน้ำมนต์) ผู้หญิงห้ามเข้าบริเวณลุยไฟ ได้แต่ยืนดูอยู่รอบนอกและบริเวณที่นั่งซึ่งถูกจัดไว้ให้

ถามว่าทำไมต้องลุยน้ำข้ามไฟ อันนี้เขาทำเพื่อระลึกถึงความยากลำบากของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวในคราวที่เดินเรือข้ามน้ำข้ามทะเลมาตามหาพี่ชายซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะอยู่ไกลกันคนละฟากฟ้าคนละแผ่นดิน ไม่ง่ายที่จะตามเจอ นับเป็นความมานะบากบั่นเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งนัยเชิงลึกคือให้ประชาชนคนที่นับถือได้มองเห็นความยากลำบากในการดำเนินชีวิต เห็นการฝ่าทุกข์เพื่อไปพบสุข เป็นตัวอย่างในการสู้ชีวิตอย่างแท้จริง

บทเริ่มต้น ก่อนลุยไฟ


ผู้นำก้าวเท้าลุยกองไฟเป็นคนแรก









พิธีกรรมแบกเกี้ยวพระลุยไฟ


อย่าถามนะว่าร้อนไหม ไฟนะครับไม่ใช่หิมะ มีทั้งไฟจากถ่านและไฟจากใบมะพร้าว

งานสมโภชหรือมหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี (ตรงกับวันมาฆบูชา) ใครมีโอกาสไปเที่ยวเมืองปัตตานีในช่วงนั้นอย่าพลาดชมนะครับเพราะถือว่าเป็นงานดีในเมืองดี ไปดูคนดีเขาทำดีด้วยการระลึกถึงบรรพบุรุษอันเป็นที่เคารพกราบไหว้บูชามาแต่รุ่นปู่ย่าตายาย นี่คือขนบธรรมเนียมประเพณีที่พวกเราชาว khobjaithailand.com ค้อมคาราวะได้หมดใจ ชอบตรงที่ไม่มีไสยศาสตร์แต่งองค์ทรงเจ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง จะมีเพียงปฏิหารย์จากใจเป็นศรัทธาอันยิ่งใหญ่ที่ปรากฏอยู่ทั้งวันทั้งคืนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบพิธีกรรมครับ

หมายเหตุ
- การแห่พระหรือเทพมีทั้งหมด 25 เกี้ยว องค์ที่สำคัญสุดในงานนี้มี 3 องค์คือเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว แป๊ะกง  และพระหมอ ส่วนองค์อื่นๆ เช่น เจ้าพ่อกวนอูก็ปรากฏอยู่ในพิธีกรรมเหมือนกัน
- การลุยไฟไม่ได้ลุยกันครั้งเดียวจบ คือลุยกันหลายรอบ อันนี้ขึ้นอยู่กับการเสี่ยงทายในศาลเจ้าในค่ำคืนก่อนวันจริง 1 วัน



 

 

Facebook Leave a Comment