"มานิ" กลับมาทำไมให้คิดถึง

สาโรจน์ ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา / 07/08/2019 13:32:25

มานิที่คิดถึง

หลายวันก่อนมีโอกาสเข้าไปท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมในพื้นที่ทหาร คือกองรบพิเศษที่ 4 ค่ายฝึกรบพิเศษสิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราชหนึ่งในกิจกรรมนั้นมีการเรียนรู้เกี่ยวกับป่า การใช้ชีวิตในป่า การเอาตัวรอดด้วยผลผลิตจากป่า วิทยากรทั้งหมดแต่งตัวเป็นชนเผ่ามานิเพื่อความรื่นมรมย์และกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ก็เลยทำให้อดคิดถึงคนเผ่าลึกลับเผ่านี้ขึ้นมาไม่ได้
 
มานิเป็นชนพื้นเมืองกลุ่มชาติพันธุ์ย่อยของเผ่านิกริโต (nigrito)อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มย่อยประมาณ 20-30คน กระจายอยู่ตามพื้นที่ป่าเขาในภาคใต้ของประเทศไทย แถบจังหวัดพัทลุง ตรัง สตูล และยะลา คนไทยเรียกว่า “เงาะป่า” (คงเรียกจากบุคลิกลักษณะ) และยังมีการเรียกชื่อชนกลุ่มนี้แตกต่างกันไปตามกลุ่มย่อย เช่น ซาไก เซมัง คะนัง โอรังอัสลีฯลฯ  มานิมีลักษณะทางมนุษยวิทยากายภาพคล้ายชนเผ่านีกรอยด์ (negroid)แถบอัฟริกา คือมีผมหยิกติดหนังศีรษะ ผิวดำคล้ำ จมูกแบนกว้าง ริมฝีปากหนา ฟันซี่โต ใบหูเล็ก ตะโพกแฟบ นิ้วมือนิ้วเท้าใหญ่ รูปร่างสันทัด สูงประมาณ 140-150 เซนติเมตร ผู้หญิงมีขนาดร่างกายเล็กว่ากว่าผู้ชาย แต่แข็งแรง ส่ำสัน ชอบเปลือยอก ชาวมานิมีอุปนิสัยร่าเริง ชอบดนตรีและเสียงเพลง  กลัวคนแปลกหน้า  แต่เมื่อคุ้นเคยจะยิ้มง่ายพูดคุยอย่างเปิดเผย มานิเกลียดการดูถูกเหยียบหยาม ชอบพูดและทำตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม

มานิ
แต่ละกลุ่มย่อยมีการไปมาหาสู่กัน เยี่ยมเยือนและมีการนับเครือญาติที่อยู่ตามถิ่นต่างๆ ด้วย ปัจจุบันยังมีชาวมานิหลายกลุ่มอยู่อาศัยในเขตป่าเทือกเขาบรรทัดและเทือกเขาสันกาลาคีรีในภาคใต้ของประเทศไทย ในจังหวัดสตูลพบกลุ่มชนชาวมานิในเขตอำเภอทุ่งหว้า ละงู และมะนัง

จากข้อมูลข้างต้นมีความตอนหนึ่งซึ่งผมรู้สึกติดใจคือชาวมานิมีอุปนิสัยร่าเริง ชอบดนตรีและเสียงเพลง  กลัวคนแปลกหน้า  แต่เมื่อคุ้นเคยจะยิ้มง่ายและพูดคุยอย่างเปิดเผย มานิเกลียดการดูถูกเหยียบหยาม ติดใจในที่นี้คือนามิชอบดนตรีแปลว่ามีอารยธรรม ไม่ได้เป็นคนพิกลแต่อย่างใด เขาเกลียดการดูถูกเหยียดหยามแปลว่ามีคนเคยดูกถูกเหยียดหยาม ซึ่งการเกลียดด้วยเหตุผลนี้เป็นการเกลียดที่มนุษย์มีอยู่ในใจถ้วนทั่วทุกตัวตน แต่ก็แปลกเมื่อเราต่างเกลียดการดูถูกแต่ทำไมจึงชอบทำกับคนอื่น หรือว่านั่นเป็นสันดานดิบหนึ่งที่ฝังลึกอยู่ในเลือดของใครบางคน ส่วนการเรียกเขาว่า“เงาะป่า”คือการเหยียดหยามในรูปแบบหนึ่งซึ่งคิดว่าถึงเวลาเลิกใช้คำเรียกนี้ได้แล้ว

ผมเคยเจอมานิแถบจังหวัดยะลาเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว พวกเขาเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส และขี้อาย ตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมหลงรักป่าแบบลงลึก ยังจำอารมณ์ตอนนั้นได้ว่าอยากอยู่กับมานิ ได้แจ้งความอยากต่อผู้นำมานิไปว่า “ขออยู่ที่นี่สักสี่ห้าวันได้ไหม” เขาทำหน้างงๆ แล้วบอกว่า “ได้ อยู่ตลอดไปก็ได้” ทำเอาปลื้มจนน้ำตาปริ่ม จากวันนั้นถึงวันนี้ไม่ได้พบมานิอีกเลย ส่วนเหตุผลที่อยากเข้าไปอยู่กับพวกเขาคืออยากเรียนรู้การใช้ชีวิตในป่า อยากหาอะไรกินเอง ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่อยากผูกอยู่กับกฏเกณฑ์เมือง อะไรประมาณนั้น แต่สุดท้ายความอยากอยู่กับมานิศึกษาชีวิตมานิเป็นได้แค่ฝันของเด็กหนุ่ม จากวัยนั้นยันวัยนี้ยังไม่มีโอกาสพบมานิเลย

ข้อมูลจาก www.satun-geopark.com
ภาพประกอบ : นายทหารจากกองรบพิเศษที่ 4 ค่ายฝึกรบพิเศษสิชล อ.สิชล เป็นวิทยากรเกี่ยวกับการดำรงชีวิตในป่า แต่งตัวเป็นนามิ

 

Facebook Leave a Comment