เรื่องราวไร้สาระ 1

สาโรจน์ ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา / 27/05/2016 11:08:53

หลังจากโลกดิจิตอลเข้ามามีบทบาทในชีวิต โดยเฉพาะการสื่อสาร ทำให้โลกใบเล็กของผมเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าดี ส่วนผมเห็นว่ามันมีดีและไม่ดี แต่เข้าใจว่าส่วนดีนั้นมีมากกว่า 

เมื่อโลกเปลี่ยน มันหมายถึงทุกอย่างเปลี่ยน ในที่นี้ผมอยากพูดถึงโลกสิ่งพิมพ์ที่ผมถนัดและขลุกอยู่กับมันมาทั้งชีวิต 

ช่วงปีที่ผ่านมานิตยสารหลายเล่มปิดตัวลง ปิดด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น อิ่มตัวและไม่ไหวตัว อิ่มตัวเพราะแก่...อายุเยอะ เป็นจังหวะเวลาที่ควรปิด เป็นจังหวะที่สมเหตุสมผล ส่วนที่ไม่ไหวตัวคือไม่ยอมรับความเป็นไปของโลก คิดว่าข้าอยู่ได้...ข้าเคยอยู่ ข้าเคยใหญ่ ตอนนี้มีสื่อมวลชนในสายนิตยสารตกงานเป็นจำนวนมาก ที่ตกงานก็ด้วยเหตุผลคล้ายกับการปิดตัวหนังสือ คือชะล่าใจ ไม่ไหวตัว

สำหรับผม ผมรักนิตยสาร ผมทำงานเกี่ยวกับหนังสือมาเกือบทุกชนิด หรือแม้ไม่ทำประจำก็เป็นฟรีแสนซ์ เป็นคอลัมน์นิสต์ ที่สนุกคือผมเริ่มจากเป็นคนวาง lay Out จัด art work แล้วขยับขึ้นมาเป็น  art director มีบางช่วงชีวิตออกนอกเส้นทางหนังสือบ้างแต่ยังอยู่ในสายสิ่งพิมพ์ จากคนวางอาร์ตเวอร์คกระทั่งสุดสายปลายทางได้ชึ้นมาอยู่ในตำแหน่งบรรณาธิการบริหารสิบกว่าปี

ล่าสุดก่อนตัดสินใจกระโดดเข้ามาร่วมโลกใบใหม่ผมมีโอกาสคิด ออกแบบ ถ่ายภาพ เขียน ให้นิตยสารเล่มหนึ่งชื่อ THAILAND HOME&RESORT น่าเสียดายมันไปได้กับคนอื่นแต่ทางธารไม่สวยงามอย่างที่หวัง ผมลามันด้วยรู้สึกเสียใจมาก เสียใจเพราะเป็นคนคิดคอนเซ็ปท์ทั้งหมดและเริ่มปั้นมันจนโตมากับมือ

ตอนผมเขียนบทบรรณาธิการใน THAILAND HOME&RESORT บทแรกในเล่มแรกผมไม่รู้จะเขียนอะไร มันมีเรื่องเยอะแยะไปหมด เหมือนกันกับตอนนี้ ใน khobjaithailand.com ผมเขียนไปแล้วหลายเรื่อง ทั้งเรื่องที่พัก ท่องเที่ยว อาหาร เรื่องสั้น แต่ไม่รู้จะเขียนอะไรเพราะมีเรื่องเยอะมาก เอาเป็นว่าในเมื่อมันเกิดอารมณ์เดียวกันขึ้นมา ผมขอยกบทบรรณาธิการบางส่วนที่ผมเขียนมาประกอบ นอกจากนั้นอยากบอกว่า ผมมีเลือดเป็นนิตยสาร พอมาทำ web มันก็ต้องมีเลือดนิตยสารอยู่ในนั้นไม่มากก็น้อย (คิดว่าข้นอยู่นะ) khobjaithailand.com จึงมีตัวตนเป็นคนนิตยสารแต่ย้ายร่างมาอยู่บนเวบ เอาไว้มีอะไรเปลี่ยนแปลงปรับปรุงผมจะแจ้งเป็นระยะ ส่วนใครมีอะไรแนะนำส่งความเข้ามาเลย ผมรับได้ เราต่างเป็นพี่น้องและผองเพื่อนกันครับ

"ขณะอยู่ในเงามืด มองเห็นความสว่างด้านนอก ได้ยินแสงเรียกหาอยู่ไม่ห่าง ได้กลิ่นความอ้างว้างอยู่ใกล้ๆ ได้ยินเสียงหัวใจร่ายบทกวีบางเบา

แรกเริ่ม ในความมืด มองไม่เห็นอะไร กายตัวเองยังมองไม่เห็น พยายามควานหานิ้วมือที่ปลายแขนยังไม่เจอ

ต่อมา คุ้นชินกับความมืด เริ่มเข้าใจว่าทำไมมันต้องมืด ทำไมต้องสว่าง พอเข้าใจก็เริ่มเห็น...เห็นนิ้ว แขน ขา เห็นความสว่างบนทางถนน เห็นผู้คนเดินผ่านไปมา

เริ่มรู้จึงรู้เริ่ม เริ่มอ่านความคิดตัวเอง คมคิดในเงามืดไม่ต้องใช้ไฟแต่สว่างไสว เริ่มผลิตตัวหนังสือในสมอง เริ่มทดลองกดชัตเตอร์ในเงาเหงา เริ่มเล่าเรื่องให้ดวงดาวฟัง"


ประตูบางบานมีไว้เพื่อกักขังความมืด ไม่ให้พบเจอแสงสว่าง หากเราติดอยู่ในนั้นต้องหาหนทางเอง

หวังว่า  khobjaithailand.com จะเป็นส่วนหนึ่งของโลกโซเชียล เป็นแห่ลงข้อมูลเล็กๆ ที่ให้ความรู้และความรื่นรมย์ในคราวเดียวกัน สวัสดีครับ


สาโรจน์ ปาลกวงศ์  อยุธยา
 

 

 

 

Facebook Leave a Comment