ผ้าทอย้อมคราม สกลนคร

พายุทราย พรายทะเล / 16/03/2017 14:41:11


เส้นฝ้ายครามบนกี่

“คราม” ต้นไม้ชนิดหนึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการนำมาย้อมผ้า มนุษย์ไปพบเจอครามอย่างไรไม่มีบันทึก แต่ครามนั้นอยู่คู่คนเอเชียมานานแสนนาน กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต คือใช้ครามย้อมผ้านำมาห่อหุ้มกาย ครามกับฝ้ายจึงเป็นของคู่ที่มิอาจแยกออกจากกันได้ เหมือนชุนชนคนอินเดียในอดีต พวกเขาทอฝ้ายย้อมผ้าครามเป็นอาชีพ เมื่อชาวอังกฤษ (ผู้รุกราน) ได้เห็นได้สัมผัสต่างทึ่งและหลงใหลในมนต์เสน่ห์ผ้าครามเหล่านั้นกระทั่งถูกเรียกว่าหมู่บ้าน Indigo


ชาวบ้านที่บ้านกุดแฮด ปลูกฝ้ายเอง


ผลผลิตฝ้ายก่อนสยายเป็นเส้นใยเพื่อย้อมและทอ

ส่วนคนไทยใช้ครามย้อมผ้ามาแต่บรรพบุรุษเฉกเดียวกับผู้คนในถิ่นอื่นๆ ในเอเชีย โดยเฉพาะบนแผ่นดินล้านนากับอีสาน เช่น จ.แพร่ และ จ.สกลนคร แต่ดูเหมือน “ห้อม” ของแพร่จะบดบึงความเป็น “คราม” จนคนทั่วไปจำได้แต่ “ห้อม” (เสื้อม่อห้อม) ส่วน “คราม” ในเมืองสกลนครนั้นค่อนข้างเด่นชัดมากกว่า


อ่างคราม


ใยฝ้ายเมื่อนำมาย้อมแล้วตากแดดให้แห้ง


เปลือกไม้ในการนำมาเป็นสีย้อมผ้า


ความเด่นชัดในที่นี้หมายถึงเมืองสกลนครยังมีชุมชนคนย้อมผ้าทอผ้าหลายต่อหลายแห่ง พวกเขายังยืนหยัดยึดโยงการทอผ้าฝ้ายย้อมด้วยครามมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอยกอย บ้านหนองครอง บ้านอูนดง-หนองไชยวาลย์ บ้านโนนพอก บ้านครามสกล ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้งหมดนั้นเป็นกลุ่มทอผ้าที่มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ไม่ใช่อุตสาหกรรมโรงงานแต่เป็นหัตถกรรมแบบรวมกลุ่ม แต่ยังมีการทอผ้าย้อมครามรายย่อยอื่นๆ กระจายอยู่ทั่วไปในเมืองแห่งนี้


ฝ้ายเข็นมัดหมี่ ย้อมคราม

มีคำถามว่าทำไมต้อง “คราม” อย่างแรกต้องตอบว่าครามเป็นวัสดุที่ได้จากธรรมชาติ อย่างน้อยก็ไม่เป็นภัยต่อผิว คือการเสียดสีจากสีเคมีอาจทำให้เราแพ้แต่ครามนั้นไม่ปรากฏ อาจจะมีข้อยกเว้นสำหรับคนบางคนซึ่งยังไม่พบรายงานว่ามีการแพ้ครามสกลนคร ข้อต่อมาคือครามเป็นสีย้อมผ้าที่สวยให้อารมณ์ดิบเดิม ยิ่งย้อมยิ่งเข้ม ยิ่งเข้มยิ่งงาม บางคนชอบครามบางๆ ไม่ต้องหนา บางคนชอบครามหนาๆ เพราะหลังจากซักล้างไปแล้วหลายสิบครั้งทำให้เกิดร่องรอยความงามอันเป็นเอกลักษณ์ ถ้าเป็นงานศิลปะที่ศิลปินสร้างขึ้นอาจเรียกว่า “ทีแปรง” ก็ได้









ล่าสุดทีม khobjaithailand.com ไปเยือนสกลนคร โดยเดินทางไปกับ BEDO หรือสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ  (องค์การมหาชน) พวกเราได้ชมการย้อมผ้า ทอผ้าจากหลายแห่ง พบว่านอกจากชาวบ้านเหล่านี้จะทอผ้าย้อมครามเป็นหลัก พวกเขายังใช้พันธุ์ไม้อื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วม เช่น มะเกลือ ประดู่ ซึ่งเป็นภูมิปัญญามาแต่ดั้งเดิม ทำให้ลดต้นทุนในการใช้สีเคมี ได้ผ้าที่มีความเป็นไทยสไตล์ท้องถิ่นอย่างชัดเจน






เกือบทุกชุมชนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่หาไม่ได้ในมหาวิทยาลัยตามเมืองใหญ่ เช่น ที่บ้านกุดแฮด บ้านอูนดง


แผนที่แหล่งเรียนรู้ที่บ้านกุดแฮด




ผ้าทอย้อมครามลายดั้งเดิม


นอกจากการทอและย้อมยังมีการพัฒนาไปสู่การออกแบบตัดเย็บให้กลายเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป มีทั้งของบุรุษและสตรี แต่ทั้งนี้การออกแบบยังไม่ทันสมัยเป็นสากลมากนัก หากมีการพัฒนาในส่วนงานออกแบบอย่างต่อเนื่องเชื่อว่าผ้าย้อมครามสกลนครจะเป็นที่ยอมรับง่ายขึ้น...มากขึ้น ที่สำคัญคนสกลนครอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องลองศึกษา จากนั้นให้การสนับสนุนด้วยการสวมใส่และกระจายความรู้สู่สาธารณชนในวงกว้าง


กี่ทอผ้าที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ


ร้านขายของที่ระลึกในศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ


สุดท้าย อยากบอกว่าผ้าทอย้อมครามนั้นงามอย่างมีคุณค่า น่านำมาสวมใส่หรือแตกรายออกไปทำอย่างอื่น เช่น เข้าไปมีส่วนร่วมในงานตกแต่ง (บางชุมชนเริ่มแล้ว)  มีตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือผ้าทอย้อมครามในแขวงสุวรรณเขต ประเทศลาว เขาทอผ้าย้อมผ้าด้วยครามแล้วส่งออกไปสู่ตลาดหลักที่ประเทศญี่ปุ่นมานาน 20 ปี ผ้าเหล่านั้นถูกนิยมเป็นอย่างมาก นิยมจนไม่สามารถขายปลีกได้เพราะส่งออกทั้งหมด 100% หากเปิดแมกกาซีนแฟชั่นญี่ปุ่นแล้วพบเสื้อผ้าเซตที่เกี่ยวกับ Indigo ขอให้รู้ว่ามันมาจากที่นี่ ซึ่งผ้าย้อมครามของเราก็สามารถทำได้ดีดุจเดียวกันครับ






หมวก ถุงผ้าหรือกระเป๋า และน้องหมีจากผ้าฝ้ายย้อมครามจากบ้านครามสกล



คุณสกุณา สาระนันท์  กรรมการผู้จัดการบริษัท ภูมิภาคย์ อุตสาหกรรม (จำกัด) หรือบ้านผ้าครามสกล คนรุ่นใหม่ที่ประยุกต์ผ้าทอย้อมครามไปสู่ความเป็นสากลมากขึ้น


ใครไปเที่ยวสกลนครอย่าลืมแวะไปเยือนบ้านทอผ้าย้อมครามนะ ต้องบอกกันตรงๆ แบบไร้แรงเชียร์ว่าผ้าดีจนน่าหลงใหลครับ (โดยเฉพาะคนรักผ้า)

ขอขอบคุณ
- BEDO หรือสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ  (องค์การมหาชน)


น้องนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนครร่วมเดินแฟชั่นผ้าทอย้อมคราม


เวทีโสเหล่หรือสัมนาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร





 

Facebook Leave a Comment