ชุมชนคนตะเคียนเตี้ย

พายุทราย พรายทะเล / 22/02/2017 22:29:06


เรือน 100 เสา เรือนหลังเก่าที่ยังมีชีวิต

ชุมชนคนตะเคียนเตี้ยเป็นชุมชนเก่าแก่ในพื้นที่บางละมุง จังหวัดชลบุรี แต่เดิมชาวบ้านปลูกมะพร้าว ปลูกข้าว ปลูกผัก หาปลา อยู่กินตามประสาวิถีชนบท แต่ตอนหลังที่ดินถูกขายให้นายทุน บ้านจัดสรรเติบโตเป็นดอกเห็ด ชุมชนคนตะเคียนเตี้ยในหลายส่วนเปลี่ยนไป อันนี้พอเข้าใจได้เพราะราคาที่ดินถีบตัวสูงถึงไร่ละ 10 ล้านบาท แต่ยังดียังมีชาวบ้านบางส่วนไม่ใส่ใจเรื่องเงินจากการขายที่ดิน เพราะเขามองเห็นชีวิตที่ยั่งยืนมากกว่า คือหากขายไปแล้วจะไปอยู่ที่ไหน ทำอะไรกิน ในเมื่อวิถีใหม่ไม่ได้เอื้อให้เขามีชีวิตอยู่ในสังคมได้จริง สุดท้ายจึงรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนเพื่อรักษาวิถี ที่ดิน และวัฒนธรรมเดิมเอาไว้ให้ลูกหลานเข้ามาศึกษา พร้อมกันนี้ยังต่อเติมคุณค่าในสิ่งที่กำลังจะเลือนหายโดยเปิดเป็นกลุ่มชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยได้รับการสนับสนุนจาก อพท. องค์การบริหารการพัทฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) เพื่อให้คนภายนอกได้เข้าไปเรียนรู้และนำไปใช้หรือเผยแพร่ต่อไปในวงกว้าง


องค์ประกอบทั้งหมดในการทำเมนูจานเด็ด "ไก่กะลา"


ไก่กะลา รสชาติเด็ดดวง


วันที่เราชาว khobjaithailand (ขอบใจไทยแลนด์) เข้าไปเยือนชุมชน เรามีเวลาไม่มากนักก็เลยตรงไปที่ศูนย์การเรียนรู้เพื่อชีวิตพอเพียงและลานวัฒนธรรมบ้านร้อยเสาอันเป็นศูนย์กลางของชุมชนคนตะเคียนเตี้ย ปักหลักอยู่ที่นี่ เรียนรู้วิถีโดยรวม แม้ไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนบ้านหลังอื่นแต่ก็ได้ความรู้มากมาย โดยเริ่มตั้งแต่การปรุงอาหารประจำถิ่นคือไก่กะลา เมนูนี้เขาใ้ช้กะลามะพร้าวอ่อนมาผัดกับไก่ พริกแกง โดยมีดอกผักชีฝรั่ง ดอกใบกะเพราผสมอยู่ในพริกแกงด้วย รสชาติไม่ต้องพูดถึง บางคนบอกแซ่บจนเหงื่อหยด


น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นผลิตภัณฑ์จากชุมชน


น้ำมันสมุนไพรใช้นวดรักษาโรคเกี่ยวกับเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ฯลฯ


เขาควายขาวและเขาควายดำเครื่องมือประกอบการรักษษแบบกัวซา


หลังจากชิมอาหารจานเด็ด คราวนี้มาถึงการรักษาพิษในร่างกายด้วยวิธีการ "กัวซา" หรือแปลตรงตัวว่าขูดพิษ งานนี้มีหมู เอ้ย หนูลองยาสามสี่คน ปรากฏว่าเพลิดเพลินและประหลาดใจไปตามๆ กัน คือเขาใช้เขาสัตว์มาขูดบริเวณศรีษะ ต้นคอ ไหล่ ช่วยให้เลือดลมเดินดี คนที่เป็นไมเกรนบอกว่า "โล่งมาก" ไม่ลองไม่รู้แต่ถ้าลองจะเข้าใจว่าศาสตร์เรียบง่ายแบบไทยนั้นน่าอัศจรรย์จริงๆ


กรรมวิธีรักษาหรือบำบัดแบบกัวซา




การเรียนการสอนงานหัตถกรรม "พวงมะโหตร"



ขูดพิษเสร็จสรรพขยับมาเล่นตัดกระดาษ เล่นไปเล่นมากลายเป็นพวงมะโหตรหลากสี ตามด้วยพับใบเตยเป็นดอกไม้ซึ่งส่วนใหญ่หนีไม่พ้นดอกกุหลาบ งานนี้มีชายแอบบางคนตีเนียนไปนั่งเรียนเป็นชั่วโมง


งานผับใบเตยเป็นดอกกุหลาบ


กาแฟมะพร้าว ใช้หัวกะทิแทนครีมเทียม


ก่อนจะไปเยี่ยมบนเรือนมีการเบรคดื่มกาแฟ แต่กาแฟที่นี่แปลกอยู่อย่างคือเขาใช้หัวกะทิ (สด) ผสมกาแฟแทนครีมเทียม แรกๆ ก็ทำหน้ายี้เพราะไม่เคยเจอ แต่พอได้ชิมก็บอกกันว่า "ได้นะ"  "ได้ค่ะ" "ได้ครับ"


ของเก่าเก็บบนบ้าน


เครื่องแก้ว


บนเรือนหลังใหญ่ (แฝด 3 หลัง) เขาเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่มีค่าทางใจไม่ได้เน้นคุณค่าทางราคาไว้ให้เราดู เช่น เครื่องเคลือบ ถ้วยแก้ว ผ้าไหม รวมถึงเสื้อคอกระเช้าของคุณยายก็นำมาจัดแสดงด้วย


ผ้าไหม ผ้าซิ่น จัดแสดงในตู้กระจกบนบ้านร้อยเสา


เสื้อคอกระเช้าของยายทรัพย์นำมาแสดงด้วย


เครื่องมือหาปลาในบริเวณพื้นที่จัดแสดงด้านขวาของลานบ้าน


เบ้าขนมครก


เครื่องสีข้าวอยู่ด้านในสุด


สำหรับด้านล่างบริเวณทางปีกขวาของตัวบ้าน มีการจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เริ่มตั้งแต่เครื่องครัวไปถึงเครื่องมือจับปลา เช่น กบไสไม้ ที่โม่แป้ง เครื่องสีข้าว ฯลฯ ทั้งหมดเป็นของเก่าที่เก็บรักษาไว้ได้ดีมาก ของหลายชิ้นยังดูใหม่อยู่เลย


กบไสไม้กับโอ่งดินเผา


ที่โม่แป้ง คั้นกะทิ ในอดีตจะทำแกงหรือขนมล้วนต้องผ่านเครื่องมือนี้ทั้งนั้น


ผักสลัดส่วนหนึ่งปลูกในกระถางและบ่อซิเมนต์


ท้องร่องในสวนหลังบ้าน 


หลังชมบ้านเยือนเรือน คุณยายทรัพย์ ประกอบธรรมซึ่งมีอายุ 86 ปีแล้ว พาเราเดินชมสวนหลังบ้าน เป็นสวนแบบสวนผสม คือปลูกพืชสวนครัวสลับกับไม้ผลและไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีสวนไผ่เคียงอยู่ด้านหนึ่ง ถัดออกไปตรงรั้วมองเห็นความเจริญบางส่วนเล็ดรอดเข้ามา เราถามยายว่า "เขากำลังทำอะไร "(หมายถึงนอกรั้วบ้าน) ยายบอกว่า "เขาจะทำตลาดน้ำ" "อ้าวแล้วแถวนี้แต่เดิมมีตลาดน้ำด้วยเหรอครับ" ยายบอก "ไม่เคย แถวนี้ไม่เคยมีตลาดน้ำ" นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่เราสร้างอะไรกันเลอะเทอะจนลืมรากเดิม คือไม่มีก็พยายามจะให้มันมี บางทีมันก็กลายเป็นเรื่องบิดเบือนประวัศาสตร์ชุมชนไปโดบปริยาย แตาสุดท้ายเรากับลูกหลานยายก็สรุปด้วยความยินดีว่ามีตลาดน้ำก็ดี นักท่องเที่ยวที่เขาอยากสัมผัสวิถีชีวิตจริงของชาวตะเคียนเตี้ยจะได้ง่ายขึ้น เรียกว่าพาคนมาหาเราคงไม่ผิด


สวนไผ่เหมาะกับการทำกิจกรรมในสวนมาก (น่าเอาเต็นท์มากางนอน)


คุณยายทรัพย์ ประกอบธรรม เจ้าของบ้านพาเราเดินดูสวน ไม่น่าเชื่อยายอายุ 86 ปีแล้วยังแข็งแรงมาก 


หมายเลข 1 คุณยายทรัพย์ ประกอบธรรม  3, 4, 5 ลูกสาว ส่วนผู้ชายตรงกลางคือท่านรองผู้อำนวยการ อพท.


ตามแผนที่นี้ไปก็หาไม่ยาก หรือโทรถามเส้นทางตามเบอร์ที่แจ้งไว้


หลังจากเยือนบ้าน เยี่ยมเรือนเราสรุปสั้นๆ ว่าที่นี่คือวิถีชุมชนที่เข้มแข็ง ใช้ชีวิตเรียบง่ายโดยไม่ใส่ใจเงินตราที่นายทุนนำมาล่อตาล่อใจ ยังใช้ชีวิตแบบเดิมไปบนบทวิถีที่น่าอิจฉา หวังว่าในไม่ช้ามันจะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยืนยงและเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อชุมชนอื่นๆ และสาธารณชนทั่วไป สุดท้ายทาง khojaithailand หวังว่าจะได้กลับไปเยือนชุมชนคนตะเคียนเตี้ยอีกครั้งในมุมอื่นๆ ที่ยังไม่ได้สัมผัส

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- โครงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรตำบลตะเคียนทอง
อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
- คุณวันดี ประกอบธรรม โทร.098 412 1712

ขอบคุณ
- อพท. สนับสนุนการเดินทาง



 

Facebook Leave a Comment