"ระยองน่ายล คนน่ารัก" (ตอนสอง)

พายุทราย พรายทะเล / 07/08/2020 12:05:09



“ระยองน่ายล คนน่ารัก” (ตอนสอง)
จากประแสสู่ป่าดึกดำบรรพ์


รุ่งสาง สายลมเย็นจากปากอ่าวพัดผ่านมาที่บ้านกง๋งจื๊อโฮมสเตย์ ผมกับเพื่อนก้าวเท้าสวนทางลมไปบนถนนสายแคบ เดินไปหยุดอยู่ที่ตลาดเล็กๆ กลางย่านบ้านเก่า เท่าที่เห็นตลาดสดประแสมีแค่เท่าที่มี มีแค่เท่าที่จำเป็น ใช้แค่ไหนมีแค่นั้น ก็เลยมีแค่นั้น แต่ไอ้แค่นั้นมันแค่ไหน? ก็มีแค่กุ้งหอยปูปลาสดๆ จากท้องทะเล มีผักสด มีเนื้อหมูไก่ มีมีเสื้อผ้า มีกับข้าวสำเร็จรูป


วิถีชุมชนคนประแสยามเช้า


น้ำเต้าหู้คู่ชุมชน


อาหารทะเลสุดสดในตลาดประแส
 


เมนูยอดนิยมของชนทุกชั้น ปาท่องโก๋


ทิวทัศน์แม่น้ำประแส มองจากระเบียงกงจื๊อโฮมสเตย์

เราบันทึกภาพตลาดสดกลางชุมชนเก่าแก่แบบไม่ต้องใช้เวลาอะไรมากมาย ความเรียบง่ายทำให้บันทึกภาพลุล่วงตามจุดประสงค์ด้วยความรวดเร็ว ที่ขาดเสียไม่ได้คือภาพชาวบ้านใส่บาตรพระสงฆ์ให้ศีลให้พร  รวมถึงหอบหิ้วปาท่องโก๋กับขนมจีนกลับไปกินที่โฮมสเตย์ด้วย


อนุสรณ์เรือรบหลวง


เตรียมความพร้อม



7.30 น.เราเคลื่อนตัวไปที่บริเวณสวนสาธารณะปากอ่าวหรืออนุสรณ์สถานเรือหลวงประแสซึ่งมีเรือรบหลวงและประติมากรรมพะยูนโดดเด่นเป็นสง่า วันนี้ผู้คนมากหน้าหลายตาจากหลายจังหวัดมารวมตัวกันที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นนักปั่นจักรยานมืออาชีพ อีกส่วนหนึ่งปั่นไม่อาชีพ แบบปั่นไปตลาดบ้าง ปั่นหนีเมียบ้าง อะไรประมาณนั้น แต่จะมืออาชีพหรือสมัครเล่นก็มารวมตัวกันปั่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวระยองกับระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ถือเป็นโอกาสดีของคนชอบปั่น เส้นทางที่กำหนดไว้คือปั่นขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำประแส ไปวัดตะเคียน ศาลกรมหลวงชุมพร แล้วย้อนเข้าชุมชนตลาดเก่า ส่วนรุ่งขึ้นอีกวันเป็นพวกมืออาชีพโดยเฉพาะเพราะเข้าปั่น 75 กิโลเมตร โอ้!แม่เจ้า แค่ได้ยินก้เข่าอ่อนแล้ว




รมต.กระทรวงกีฬาและท่องเที่ยวเปิดงานและปั่นจนจบครบเส้นทาง




บนสะพานข้ามแม่น้ำประแส


งานนี้มีท่าน รมต.กระทรวงกีฬาและท่องเที่ยว รวมถึงผู้บริหารจาก ททท. และผู้ว่าฯ ระยองมาร่วมปั่นด้วย มีใครบางคนพยายามหยิบยื่นจักรยานคันงามให้ผมร่วมปั่น ได้แต่บอกเขาว่า “ตามสบายครับ ผมว่าจะปั่นในวันพรุ่งนี้ วันนี้ขอถ่ายรูปก่อน” (นอกจากแก่แล้วยังขี้โม้ด้วย)


ศาลกรมหลวงชุมพรฯ


เส้นชัยในชุมชนตลาดเก่าประแส


ซุปเปอร์ฮีโร่มาร่วมปั่นด้วย


วันนี้งาน Happy Bike จบลงด้วยดี ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นนอกจากรอยยิ้มจากคนเมืองมอบให้ชุมชน คนในชุมชนยิ้มตอบกลับมา ผมกับเพื่อนบันทึกภาพชุมชนคนประแสกันอีกนิดหน่อยก็ลาจาก ลาประแสมากราบอนุสาวรีย์สุนทรภู่ที่ อ.แกลง แวะเข้าโรงแรมหรู “อักษร” เก็บสัมภาระ จากนั้นมุ่งสู่ป่าสุดที่รักของสวนพฤกษศาสตร์




อนุสาวรีย์สุนทรภู่

ก่อนหน้านี้ผมเคยมาที่นี่แล้วสองครั้ง (เคยนำมาเผยแพร่ที่ khobjaithailand) ครั้งแรกที่พบเหมือนสบตาความรัก ครั้งที่สองกลับมาให้คลายสงสัยว่ารักจริงหรือแค่หลงใหลกันแน่ ส่วนวันนี้ต้องการพิสูจน์ว่ารักแท้นั้นมีจริงหรือเปล่า


กิจกรรมพายเรือคยักชมป่าดึกดำบรรพ์


ทุ่งหญ้าหนังหมาเป็นทุ่งหญ้าลอยน้ำ มีความหนาประมาณ 1 เมตร


ผมเรียกที่นี่ว่าป่าดึกดำบรรพ์ เหตุเพราะมีบางช่วงบางตอนป่าเสม็ดถูกน้ำท่วม บางช่วงบางตอนมีไม้เลื้อยเขียวครึ้มปกคลุมแน่นหนา บางช่วงบางตอนเป็นบึงน้ำกว้างใหญ่ และบางช่วงมีผืนหญ้าปลิวไสวคล้ายท้องทุ่ง แต่ความจริงมันเป็นผืนหญ้าลอยน้ำที่คนระยองแถบนี้เรียกว่า “หญ้าหนังหมา” ด้วยเหตุที่มีความหลากหลายซึ่งไม่ค่อยเห็นในพื้นที่อื่น ผมจึงเรียกว่าป่าดึกดำบรรพ์ และมันไม่เกินเลยความจริงมากนักเพราะมีต้นเสม็ดขาวบางกลุ่มอายุเกินร้อยปีแล้ว




ป่าเสม็ดขาว ป่าดึกดำบรรพ์

วันนี้ป่าดึกดำบรรพ์แปลกไปกว่าสองครั้งแรก คือในหลายจุดถูกน้ำท่วมเนื่องจากเป็นฤดูฝน ทำให้ลักษณะผืนป่าเปลี่ยนจากเดิมบ้าง งามมากกว่าเดิม รู้สึกรักมากกว่าเก่า และมันคงเป็นบนพิสูจน์ที่แน่ชัดแบบฟันธงได้ว่า “ผมรักเธอจริงๆ” 

ก่อนตะวันลาลับเรากลับออกจากป่า ทิ้งความรักไว้ในใจ ปล่อยให้ความทรงจำทำหน้าที่บันทึก ปล่อยให้อารมณ์ซึมซับป่างามจนถึงขีดสุด ขนาดกลับออกมากินปูนึ่งไปสี่กิโลครึ่งยังคิดถึงป่าอยู่เลยครับ


สะพานทางเดินเชื่อมเกาะกลางน้ำ


การใช้เรือคยักในการเที่ยวชมป่าดึกดำบรรพ์ได้ทั้งความเพลิดเพลินได้ทั้งการออกำลังกาย ที่สำคัญไม่ก่อมลพิษด้วย


เป็นอันว่า "ระยองน่ายล คนน่ารัก" ตอนสองจบลงอย่างง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ส่วนตอนหน้าซึ่งเป็นตอนจบเอาใจคนรักแคคตัสด้วยการพาไปดูฟาร์มแคคตัส (ต้นละล้าน) แล้วไปดูฟาร์มเพาะพันธุ์หม้อข้าวหม้อแกงลิง โปรดติดตาม ขอบคุณครับ


ไม้เลื้อยเขียวครึ้มซ่อนตัวอยู่ในป่าเสม็ดขาว

สวนพฤกษศาสตร์ อ.แกลง จ.ระยอง แบ่งแหล่งท่องเที่ยวเชิงศึกษาธรรมชาติออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ  ส่วนแรกคือบริเวณแปลงเพาะพรรณไม้กับอาคารสำนักงาน ส่วนที่สองคือป่าดึกดำบรรพ์ สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ทั้งสองแห่ง สำหรับการเที่ยวป่าดึกดำบรรพ์ ทำได้ทั้งนั่งเรือยนต์ พายเรือคยัค และเดินเท้า แต่อยากแนะนำให้ลองใช้เรือคยัคเพราะสามารถเข้าไปได้ในทุกซอกมุมของผืนป่าที่น้ำท่วม ส่วนข้อระวังคือการใช้เรือคยัคสามารถหลงทางได้ตลอดเวลา ควรมีผู้นำทางหากจะไปไกลเกินไขว่คว้า คงไม่ต้องบอกนะว่าไปเที่ยวแบบนี้อย่าไปทำลายต้นไม้ เด็ดดอกไม้ เพราะถ้าบอกมันจะดูเชยเกินไป


บ้านเรือนเคียงคู่อยู่กับแม่น้ำประแส บันทึกภาพบนสะพาน


เรือหลวงประแสลำที่ 2 นำเข้ามาแทนเรือหลวงประแสลำที่ 1 ซึ่งเกยตื้นในสงครามเกาหลี เรือรบหลวงประแสลำที่ 2 สังกัดกองเรือสหประชาชาติในสงครามเกาหลี ทำหน้าที่ลาดตะเวน คุ้มกันเรือลำเลียง เรือบรรทุกน้ำมัน เรือกวาดทุ่นระเบิด และระดมยิงเป็นครั้งคราวในพื้นที่ยุทธการรบบริเวณท่าเรือปูซานไปจนถึงวอนซานในเกาหลี เรือหลวงประแสปฏิบัติภารกิจทางยุทธการรวม 32 ครั้ง นาน 2 ปีเศษ (ตั้งแต่ 11 มกราคม 2494) ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย และเป็นกำลังหลักของกองเรือปราบเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ ในการต่อต้านภัยคุกคามทางทะเล ปลดระวางเมื่อ 22 มิถุนายน 2543 ภายหลังเทศบาลตำบลปากน้ำประแสได้ประสานกับกองทัพเรือ เพื่อจัดสร้างอนุสรณ์เรือหลวงประแสขึ้นที่ปากน้ำประแส จนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2546 ไม่มีค่าเข้าชม เวลาเปิด เปิดทุกวัน ที่ตั้ง บริเวณหัวโขด ชายหาดประแส หมู่ที่ 1 ต.ปากน้ำกระแส


 #khobjaithailand
#ระยองน่ายลคนน่ารัก
   

Facebook Leave a Comment