กอดบางกอก 2020 ตอนจบ พระทองคำวัดคฤหบดี

พายุทราย พรายทะเล / 23/03/2020 16:49:20

กอดบางกอก 2020
ตอนจบ ตามหาโบสถ์ร้างกลางตรอกบ้านปูนไปจนถึงวัดคฤหบดี


ตอนที่แล้วไปเที่ยวชมงานพุทธศิลป์และกราบพระที่วัดดุสิดารามวรวิหารกระทั่งบ่ายเย็นจึงย้ายมาที่ตรอกบ้านปูน เชิงสะพานพระราม 8 บางยี่ขัน ตรอกบ้านปูนเคยเป็นแหล่งผลิตปูนแดงหรืแปูนกินหมากในอดีต หากถามว่าตรอกนี้มีอะไร ต้องบอกว่ามีโบสถ์เก่าแก่สมัยอยุธยาที่ไม่ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นวัด เลยเข้าไปด้านในมีวัดพระอารามหลวงชั้นตรี ซึ่งเป็นวัดของต้นสกุลภมรมนตรี ที่สำคัญ วัดแห่งนี้มีพระประธานทองคำประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ


บทเริ่มต้น ตรอกบ้านปูน 

บ้านไม้เก่า แสดงให้เห็นงานสถาปัตยกรรมดั้งเดิม

ศาลาธรรมตั้งอยู่กลางชุมชน

 

ชุมชนบ้านปูนไม่ได้ทำปูนมานานแล้ว สาเหตุเพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป แต่ความสำคัญในตรอกแคบเล็กแห่งนี้ยังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวสายศาสนา นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจมักเดินทางเข้ามาเยี่ยมเยือนกันเสมอ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้นนิยมขี่จักรยานเข้ามาศึกษาบทวิถีและร่องรอยโบราณสถานที่ยังหลงเหลืออยู่


พระอุโบสถวัดสวนสวรรค์ทรุดโทรมมาก



ใบเสมาหักมุม สุดยอดใบเสมาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบนแผ่นดินไทย


องค์เจดีย์ที่หลงเหลือและรอวันพังทลายไปตามอายุขัย เนื่องจากไม่มีการบูรณะปฏิสังขรณ์หรือซ่อมแซมใดๆ


เนื่องด้วยตรอกบ้านปูนเป็นชุมชนเก่าแก่ บ้านเรือนไม้เก่ายังพอมีให้เห็นรวมถึงศาลาธรรมหรือศาลากลางบ้านที่ชาวบ้านมาทำกิจกรรมกันในอดีต ลึกเข้ามาอีกนิดจะพบโบสถ์เก่าแก่มีมาแต่สมัยอยุธยา ตามหลักฐานชื่อ “วัดสวนสวรรค์” ภายหลังไม่มีพระจำพรรษา อาคารเก่าแก่ทรุดโทรมพังทลายเกือบหมด ปัจจุบันหลงเหลือแค่ใบเสมา เจดีย์ และพระอุโบสถ

ชาวบ้านเป็นผู้ช่วยกันดูแล แม้ไม่มีทรัพย์สินก็ดูแลกันไปตามมีตามเกิด ต้องบอกว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายหากพระอุโบสถนี้ทลายล



งานปูนปั้นเหนือซุ้มหน้าต่างพระอุโบสถวัดสวนสวรรค์


งานปูนปั้นประดับหน้าบันพระอุโบสถวัดสวนสวรรค์ เป็นรูปพระอินทร์ จึงจินตนาการว่าเป็นสวนของพระอินทร์หรือสวนสวรรค์
นั่นเอง

หลวงพ่อดำ พระประธาน วัดสวนสวรรค์ ภายในพระอุโบสถมีช่องหรือเจาะซุ้มขนาดเล็กยอดแหลม เป็นงานสถาปัตยกรรมที่นิยมในสมัยพระนารายณ์มหาราช

ใบเสมาวัดสวนสวรรค์เป็นใบเสมาที่แปลกที่สุดของไทย คือใบเสมาโดยทั่วไปเป็นแผ่นหินแบนหนา ส่วนใบเสมาที่นี่เป็นแผ่นเหมือนกันแต่หักมุม 90 องศา ส่วนเจดีย์และโบสถ์นั้นทรุดโทรมมาก คงเป็นเพราะไม่ได้ถูกยกฐานะให้เป็นวัดดังเดิม มีแต่ชาวบ้านเท่านั้นที่ช่วยกันบำรุงรักษา ซึ่งความจริงโบสถ์แห่งนี้น่าจะถูกทำนุบำรุงให้สมบูรณ์เพราะมีความสำคัญและมีความงามตามสายพุทธศิลป์ คืองามทั้งงานปูนปั้นเหนือกรอบหน้าต่างด้านนอก งามด้วยงานปูนปั้นหน้าบัน งามพร้อมด้วยพระประธานภายในโบสถ์ และงามด้วยสถาปัตยกรรมพระอุโบสถขณะดื่มด่ำกับความงามในความเก่าแก่ก็ได้แต่ภาวนาว่าวันหนึ่งพระอุโบสถวัดสวนสวรรค์จะกลับมางดงามแข็งแรงเหมือนในอดีต และคงอยู่ยืนยาวต่อไป


พระอุโบสถและวิหารวัดคฤหบดีไม่มีจั่วแหลม ไม่มีช่อฟ้าใบระกา ซึ่งถูกตัดทอนออกหมด เป็นงานสถาปัตยกรรมแบบสมัยนิยมในยุคสมัยรัชกาลที่ 3

หน้าบันประดับงานปูนปั้นลายพุดตาน


ออกจากวัดสวนสวรรค์เดินลัดเลาะเข้ามาอีกหน่อยจะพบพระอารามหลวงชั้นตรี คือวัดคฤหบดี วัดที่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นที่ตั้งบ้านเดิมของพระราชมนตรี (ภู่) ข้าราชการในคลังมหาสมบัติครั้งรัชกาลที่ 3 ได้อุทิศให้สร้างเป็นวัด ซึ่งหลักฐานชิ้นนี้ตรงกับงานสถาปัตยกรรมอุโบสถและวิหารรวมถึงรายละเอียดส่วนอื่นๆ ที่ตรงกับสมัยนิยมยุครัชกาลที่ 3 เช่น อาคารพระอุโบสถและพระวิหารเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาลดหลั่นสองชั้น มุงกระเบื้องเคลือบไม่มีช่อฟ้าใบระกา มีระเบียงเดินได้รอบพระอุโบสถ เสานางเรียงรองรับชายคาเป็นเสาเหลี่ยมไม่มีหัวเสา หน้าบันประดับด้วยกระเบื้องเคลือบและเครื่องถ้วยชามจีน เป็นต้น



พระคำแซก พระประธานวัดคฤหบดีประดิษฐานอยู่ในบุษบกไม้แกะสลัก มีพระอัครสาวกเบื้องซ้ายขวา เป็นพระที่มีพุทธลักษณะงดงามมาก สังเกตว่าพระบาตรจะอ่อนช้อยผิดกับลักษณะพระเชียงแสนองค์อื่นๆ 

นอกจากตัวสถาปัตยกรรมและงานประดับดังกล่าว ภายในพระอุโบสถยังปรากฎสิ่งสำคัญมาก นั่นคือพระแซกคำ พระแซกคำเป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน ลักษณะขัดสมาธิเพชร ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองลูกบวบ ขนาด 18 นิ้ว ภายในองค์พระบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีข้อสังเกตหนึ่งคือที่บอกว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนนั้นมีความต่างออกไป คือมีความอ่อนช้อยมากกว่า ส่วนประวัติความเป็นมา ซับซ้อนนิดหน่อย คือบางตำราบอกว่าเราเอามาจากลาว บางตำาราบอกว่าลาวเอาไปจากแผ่นดินไทยล้านนา คือในยุคพระไชยเชษฐากษัตริย์ลาวเชื้อสายไทยเดินทางมาครองเมืองเชียงใหม่ระยะหนึ่ง ตอนกลับได้เอาพระแซกดำกลับไปลาวด้วย ภายหลังเจ้าพระยาบดินทร์เดชานำกองทัพไปปราบเวียงจันทร์จึงเอากลับมาคืนแผ่นดินสยาม สุดท้ายรัชกาลที่ 3 ได้พระราชทานให้เป็นพระประธานประจำวัดคฤหบดี




เรือนปราสาทหรือบุษบกไม้แกะสลัก งานวิจิตรบรรจงฝีมือเชิงช่างที่งดงามมาก

พระแซกคำเป็นพระที่งดงามด้วยพุทธลักษณะ องค์ไม่ใหญ่แต่เป็นพระประธานประจำวัด ประดิษฐานอยู่ในเรือนปราสาทหรือบุษบกไม้แกะสลัก มีพระอัครสาวกอยู่เบื้องซ้ายและเบื้องขวา พระอัครสาวกทั้งสององค์เป็นพระคนละยุคกับพระแซกคำ สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรัตนโกสินทร์ ช่วงรัชกาลที่ 3 – รัชกาลที่ 4 แม้พระประธานกับพระอัครสาวกจะอยู่คนละยุคคนละสมัยแต่เมื่อดูองค์ประกอบโดยรวมนับว่างดงามกล่อมกล่อมไม่ขัดเขินแต่ประการใด


ใบเสมามีลักษณะพิเศษคือเป็นใบเสมาคู่ในซุ้มสีชาวซึ่งมีลายปูนปั้นประดับอยู่ด้านบน

ประตูพระวิหารเขียนรูปเทวดาลงรักปิดทอง


เสียดายช่วงเวลาที่เราไปถึงวัดคฤหบดีมีเวลาน้อย เป็นช่วงใกล้ค่ำ ดูอะไรไม่ถนัดชัดตา พระสงฆ์กำลังจะทำวัตรจึงต้องลากันแบบค้างๆ คาๆ (คาใจ) ก็ได้แต่หวังว่าจะได้กลับมาชมงานพุทธศิลป์อย่างละเอียดอีกครั้งในคราวหน้าหรือในช่วงที่เหมาะสมครับ


ระเบียงวิหารมีช่องระบายลมเป็นบล็อกเซรามิกแบบจีน (รูปวงกลมในสี่เหลี่ยม) เป็นที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 3

ปฏิมากรรมสิงห์แบบจีนเป็นอีกหนึ่งในงานศิลปะที่นิยมในรัชกาลที่ 3 เช่นกัน


ด้านหน้าพระวิหารมีรูปหล่อลอยตัวของพระนางจามเทวีประดิษฐานอยู่


การเดินทางทริปกอดบางกอก 2020 ที่เริ่มตั้งแต่บางหว้า วัดกำแพง วัดดุสิตารามวรวิหาร กระทั่งมาถึงวัดคฤหบดี รวมทั้งหมด 4 ตอนได้จบลงเพียงเท่านี้ หวังว่าการนำเสนอคงมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย หากผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ ขอบคุณที่ติดตามครับ

อ้างอิง
- จดหมายเหตุการณ์อนุรักษ์กรุงรัตนโกสินทร์ จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี  พ.ศ.2525



Facebook Leave a Comment