กอดบางกอก 2020 ตอนสอง วัดกำแพง-คลองบางหลวง

พายุทราย พรายทะเล / 22/03/2020 14:55:48

กอดบางกอก 2020 
ตอนสอง วัดกำแพงบางจาก




บทเริ่มต้น ออกจากท่าเรือบางหว้าจะพบงานศิลปะบนกำแพงอยู่สองฝากฝั่ง


ศาลาริมน้ำ หนึ่งสัญลักษณ์ประจำประเทศไทยพบได้ริมลำคลองตลอดทั้งสาย



ตอนที่แล้วผมเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS จากสถานีจตุจักรมาลงทีสถานีบางหว้า แวะดูภาพถ่ายขาวดำและงานสตรีทอาร์ต มาถึงตอนนี้จึงเริ่มที่บางหว้าแต่ไม่ได้เดินทางด้วย BTS เปลี่ยนมาใช้เรือของ กทม. เรือยนต์ลำใหญ่ของ กทม. มีบริการประชาชนคนทั่วไปรวมถึงนักท่องเที่ยวฟรี เน้นคำว่า "ฟรี" เพราะนี่คือบริการจากภาครัฐตามแผนการเดินทางด้วยล้อ ราง เรือ เส้นทางนี้เรือแล่นไม่ไกลมากเข้าใจว่าถ้าประสบความสำเร็จมีคนใช้บริการอย่างต่อเนื่องอาจเพิ่มระยะทางออกไปอีก



พระอุโบสถวัดกำแพงล้อมรอบด้วยเจดีย์และซุ้มใบเสมา 

ด้านหน้าพระอุโบสถปรากฏงานปูนปั้นเหนือกรอบประตู ส่วนตรงกลางเป็นจิตรกรรมพระพุทธ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นภาพที่เขียนขึ้นมาแทนเงาพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ที่ทอดทาบผนังในคราวเสด็จประพาสต้น

ภายในพระอุโบสถ


หลวงพ่อบุษราคัม พระประธาน ศิลปะอยุธยา


พระแก้วประดิษฐานอยู่ด้านหน้าหลวงพ่อบุษราคัม

หากพูดถึง “วัดกำแพง บางจาก” ผมว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยคุ้นว่าอยู่ที่ไหน แต่ถ้าบอกว่าคลองบางหลวงคงร้องอ๋อเพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม มีมาช้านาน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้นนิยมนั่งเรือมาที่นี่ แต่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศมักเดินเล่นเฉพาะบริเวณเรือนไม้ริมน้ำ บ้านศิลปิน มากว่าเข้ามากราบพระและดูงานพุทธศิลป์










คุณธานัท ภุมรัช มัคคุเทศน์มือดีที่สุดคนหนึ่งของไทยในด้านประวัติศาสตร์โบราณสถาน เป็นผู้นำชมและอธิบายได้อย่างมีอรรถรส




ปฏิมากรรมสิงห์แบบจีน

วัดกำแพง บางจาก เป็นวัดที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สิ่งที่บ่งชี้สำคัญว่าเป็นวัดในยุคนั้นคือเสาพระอุโบสถแบบย่อมุมไม้สิบสอง และพระประธาน “พระบุษราคัม” ที่มีพุทธลักษณะพระพักตร์ทรงเหลี่ยม หน้าผากมีไรผมหรือไรพระศกเป็นแนวยาว คิ้วเป็นปีกกา มีเปลือกตา จมูกโด่ง แต่พระถันไม่นูนเหมือนพระในยุคสุโขทัย อริยบทสงบนิ่ง ส่วนการบูรณปฏิสังขรณ์ซึ่งมีหลักฐานแน่ชัดเกิดขึ้นในรัชกาลที่ 3 โดยพระพิศาลผลพานิช หรือ จีนสือ




พระปรางค์และร่องรอยกำแพงโบราณ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัด (วัดกำแพง)


ลวดลายปูนปั้นเหนือกรอบประตูพระวิหาร


ลวดลายปูนปั้นกรอบหน้าต่างพระอุโบสถ

ภายในวัดประกอบไปด้วยพระวิหาร พระอุโบสถ พระปรางค์ ภายในพระอุโบสถประกอบด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ร้อยเรื่องราวเทพชุมนุม ด้านหลังพระประธานเขียนเรื่องสัตตมหาบริภัณฑ์ การเขียนภาพจิตกรรมฝาผนังในวัดกำแพงถือว่าคลี่คลายจากยุคเก่าก่อน คือใช้สีฝุ่นเหมือนยุคก่อนแต่มีการเริ่มเขียนแบบสามมิติ ผลักระยะใกล้ไกล ตัวละครในภาพมีลักษณะเล็กใหญ่คล้ายเห็นจริง ไม่แบนราบเป็นสองมิติเหมือนศิลปะนิยมก่อนหน้านั้น และถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่ามีธงประเทศเดนมาร์ก, มาลายู ปรากฏอยู่ด้วย แสดงให้เห็นว่าน่าจะเขียนขึ้นในช่วงปลายรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 4 เพราะช่วงนั้นมีการค้าขายสัมพันธไมตรีกับต่างชาติตามสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง

วิหารหลวงพ่อสุรรณคีรี  วัดเก่าแก่ที่เหลือเพียงวิหารแห่งนี้ถูกยุบรวมกับวัดคูหาสวรรค์

หลวงพ่อสุวรรณคีรี พุทธศิลป์แบบอยุธยาแต่มีการซ่อมแซมจนทำให้พุทธลักษณะเปลี่ยนไป (บ้าง)


พระอุโบสถวัดคูหาสวรรค์

เสมาหินทราย วัดคูหาสวรรค์


ส่วนปฏิมากรรมนอกเหนือจากองค์พระประธานยังปรากฏงานปฏิมากรรมแบบสมัยนิยมในรัชกาลที่ 3 เด่นชัดนั่นคืองานปูนปั้นลายเครือเถาบริเวณกรอบประตูหน้าต่างโบสถ์ ปฏิมากรรมรูปปั้นสิงห์แบบจีนตรงบันไดหน้าและหลังโบสถ์









ชุมชนคนคลองบางหลวง

ถ้ามาเที่ยวชุมชนคลองบางหลวง แนะนำให้มาวัดกำแพงซึ่งงดงามด้วยพุทธศิลป์ดังกล่าว และที่อยู่ใกล้ๆ กันคือวัดคูหาสวรรค์และพระวิหารหลวงพ่อสุวรรณคีรี ส่วนการเดินทางได้บอกตั้งแต่ตอนต้นว่าการใช้รถไฟฟ้า BTS และ MRT สะดวกที่สุด นั่งมาลงสถานีบางหว้าแล้วต่อเรือฟรีของกทม. เท่านี้ก็มาถึงจุดหมายโดยสะดวกครับ



#กอดบางกอก2020
#กอดประเทศไทย
#khobjaithailand
 

Facebook Leave a Comment