ทะเลสาบสงขลา มนตราเกาะยอ

พายุทราย พรายทะเล / 21/07/2019 22:54:48



ทะเลสาบสงขลา นิทราเกาะยอ
สงขลามหากาพย์ ตอนที่ 3 (จบ)


หลังจากไปนอนและเดินป่าน้ำตกโตนงาช้าง เดินเที่ยวเมืองเก่าสงขลา คราวนี้มาถึงไตรภาคตอนสุดท้ายคือทะเลสาบสงขลา-เกาะยอทะเลสาบที่ถูกยกย่องให้เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนเป็นอันดับ 3 รองจาก “โตนเลสาบ” กัมพูชา และ “ทะเลสาบโตบา” อินโดนีเซีย



ทัศนียภาพทะเลสาบสงขลาในเช้าวันใหม่

หลังฝนตก เราพาร่างเปียกชื้นข้ามมาบนสะพานติณสูลานนท์ ระหว่างทางพยายามโทรติดต่อที่พักซึ่งกำหนดกันว่าควรเป็นแพหรือบ้านพักกลางน้ำ นั่นหมายความว่ายังไงก็ช่างต้องนอนในทะเลสาบสงขลาตามที่คิดกันไว้ตั้งแต่ต้น โชคไม่ค่อยดีเพราะวันนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสงขลากันเยอะมาก ที่พักส่วนใหญ่เต็มหมด แต่โชคยังดีมีบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งว่างเปล่ายังไม่มีใครจับจอง เป็นอันว่าช่วงฟ้าขาดเม็ดฝนเราก็ได้บ้านพักพอดี

สะพานเข้าบ้านจะแคบๆ หน่อย แต่บ้านกว้างมาก

ตะวันยามเช้าปลายเกาะยอ

เรือลำเล็กกับบรรยากาศยามเช้า


 

บ้านพักในทะเลสาบสงขลาโดยรวมปลูกสร้างเคียงข้างกระชังปลา เป็นปลากะพงขาวที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ขาย บ้านมีจำนวนมากพอสมควร คำนวณคร่าวๆ เท่าที่เห็นประมาณ 10 กว่าหลัง (ความจริงมากกว่านั้น) บ้านแต่ละหลังกว้างใหญ่ใครบางคนบอกว่าเตะตะกร้อได้  3 วง บ้านพักมี 2 ห้องนอน เป็นห้องนอนเล็กกับห้องนอนใหญ่ ห้องนอนเล็กนอนได้ 2 คน ห้องนอนใหญ่นอนได้ประมาณ 6-8 คน ห้องน้ำแยกอยู่ด้านนอก มี 2 ห้อง นอกจากนั้นมีโถงใหญ่และระเบียง มีไฟฟ้าตลอดทั้งคืน นับเป็นบ้านพักที่สะดวกสบายพอสมควร แต่เท่าที่สังเกตมันน่าจะเหมาะกับคนที่ชอบสังสรรค์มากกว่าเงียบสงบเพราะเขามีคาราโอเกะไว้บริการด้วย


กระชังปลากระพงขาว

แสงงามยามเช้า

นั่งเรือลอดสะพานติณสูลานนท์

สวนสาธารณะเกาะยอ

เกาะยอยามเช้า

ชาวประมงในทะเลสาบสงขลา


ไทรดักกุ้ง


สนธยา ฟ้าเปิดเบาๆ ส่วนตะวันเหงาหายลับไปหลังเมฆนานแล้ว ผมไม่รู้ว่าช่วงเช้าบรรยากาศจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้มันงามหยด กดชัตเตอร์ได้ไม่เบื่อ ยังคิดว่าถ้าฝนไม่ตกลงมาคงได้บันทึกภาพทะเลดาวลอยเด่นเหนือทะเลสาบ แต่สุดท้ายไม่ได้ถ่ายเนื่องจากฟ้าปิดสาเหตุหนึ่ง เรือนไหวด้วยแรงลมไม่สามารถควบคุมขาตั้งกล้องได้อีกสาเหตุหนึ่ง แต่ไม่เป็นไรแค่ได้นอนหายใจอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ก็หรูแล้ว และที่ไม่น่าเชื่อคือสายลมที่พัดผ่านบ้านพักนั้นเย็นสบาย ยิ่งดึกยิ่งเย็น ยิ่งเย็นยิ่งดี ต้องนอนห่มผ้ากันตลอดทั้งคืนครับ

ก่อนสาง ยินเสียงเรือยนต์ลำเล็กแล่นออกจากฝั่ง ชาวประมงในน่านน้ำนี้ออกหากินกันแล้ว ส่วนเรายังสะบัดขี้เกียจออกจากร่าง ก่อนจะเดินทางไปตามเส้นทางฝัน ออกไปถ่ายภาพอาทิตย์ยามเช้าทาทาบสะพานติณสูลานนท์ไปดูชาวเลกู้อวนหรือจับกุ้งออกจากไทร (ขนาดใหญ่) ส่วน “ยอ”ที่เคยมีในน่านน้ำแห่งนี้เลิกใช้ไปนานแล้ว

ฟ้าสว่าง เรือสีเหลืองลำเล็กพาชายแปลกหน้าออกจากท่า มุ่งหน้าสู่สะพานติณสูลานนท์รหือที่เรีกกันติดปากว่า“สะพานป๋าเปรม”ระหว่างทางได้พบแสงแรกแห่งวันฉาบฉายกระชังปลา นกน้ำจำนวนหนึ่งบินหายลับไปกับทะเลลึก ได้พบภาพตะวันเหนือเกาะยอทอแสง ได้พบชาวเลดึงไทรขึ้นมาจากน้ำ ในนั้นมี “กุ้งชีแห้” (ชะตาขาด) อยู่เต็มไปหมด นับเป็นภาพยามเช้าที่งดงามจริงๆ

ประติมากรรมมโนราห์ที่พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา

หอชมทิวทัศน์พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา

สะพานป๋าเปรม มองจากหอชมทิวทัศน์

อาคารพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยากับทัศนียภาพในมุมกว้างของเกาะยอ



งานบางส่วนที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา


 จากทะเลสาบเดินทางขึ้นมาบนเนินเขาซึ่งอยู่ไม่ไกล ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานเกี่ยวกับเรื่องราวของคนบนด้ามขวาน เป็นพิพิธภัณฑ์ทรงคุณค่า เริ่มตั้งแต่หอชมทิวทัศน์ อาคารแบบสถาปัตยกรรมภาคใต้ ส่วนรายละเอียดในการจัดแสดงงานนั้นมีมากมายเริ่มตั้งแต่ยุคโบราณจนมาถึงปัจจุบัน เช่น ลูกปัด กำไล (โบราณ)  เสียดายที่เวลาในการศึกษาเยี่ยมชมนั้นเหลือน้อยเต็มที บอกตัวเองว่า “หากอยากได้รายละเอียดมากกว่านี้ต้องกลับมาใหม่” ตอนนี้ขอตัวไปดูผ้าทอสงขลากับวัดท้ายยอก่อน

วัดท้ายยอ

กุฏิเก่า วัดท้ายยอ

บันได 100 ขั้น ทางเดินขึ้นเขาวิหาร

เจดีย์บนเขาวิหาร วัดท้ายยอ


วัดท้ายยอเป็นวัดเก่าแก่มีมาตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดปรากฎสถาปัตยกรรมแบบภาคใต้ คือมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่ชัดเจน เช่น กุฏิเก่าหลังคามุงประเบื้องว่าวหรือกระเบื้องดินเผาเกาะยอ กุฏิไม่สูงมากอันเนื่องจากสร้างเพื่อหลบลมมรสุม กุฏินี้สร้างตามหลัก มาตราสูตรซึ่งว่าด้วยสูตรการคำนวณจากรูปร่างของเจ้าของเรือน และ มงคลสูตรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าของเรือน อายุมากกว่า 200 ปีหอระฆังเก่าแปลกตามีลวดลายปูนปั้นประดับบนหลังคา ด้านหลังกุฏิมีเขาเพหารหรือเขาวิหารประดิษฐานเจดีย์ทรงลังกาภายในเจดีย์มีพระพุทธรูปประดิษฐาน มีเรื่องเล่าว่าพระพุทธรูปองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก แต่ผมไม่กล้าบนบานศาลกล่าวใดๆ เพียงแค่ได้มายลก็เป็นบุญมากแล้ว



 การทอผ้าของกลุ่มผ้าทอร่มไทร



ผ้าทอเกาะยอของกลุ่มผ้าทอร่มไทร

ผ้าทอลายราชวัตร


ผ้าทองานทอผ้าเกาะยอมีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่รุ่นปูย่าตาทวด ได้รับความนิยมมากในสมัยหนึ่ง และหายไปในสมัยหนึ่ง ปัจจุบันผ้าทอเกาะยอกลับมาแสดงตัวตนอีกครั้ง ลายผ้าที่นิยมทอมีลายราชวัตร (ดอกเล็ก+ดอกใหญ่)  ลายลูกแก้ว  ลายหางกระรอก  ลายดอกพิกุล  ลายผกากรอง ลายหยดน้ำ  "ลายราชวัตร”เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ไม่ทอที่อื่น ที่อื่นไม่ทอ การจะเข้ามาดูผ้าทอดีๆ กับลายเดิมๆ ของสงขลาต้องมาที่นี่...เกาะยอเท่านั้นครับ

เกาะยอเป็นเกาะที่ปลูกผลไม้หลายอย่าง แบบสวนสมรม (สวนผสม) เช่น มังคุด เงาะ จำปาดะ ทุเรียนบ้าน

ทั้งหมดที่กล่าวมาในสงขลามหากาพย์ตอนจบเป็นเรื่องราวที่ชื่นมื่นและเป็นสุข คือสุขที่ได้เสพธรรมชาติ ได้สัมผัสวิถีชีวิต และได้ศึกษาเรื่องราวที่ไม่เคยรู้มาก่อน คุ้มค่าต่อการเดินทางมาเยือนมาก ใครไม่เคยมาอยากให้มา ใครเคยมาอยากให้กลับมาอีก เรื่องแพที่พัก วิถีชีวิต พิพิธภัณฑ์ และผ้าทอล้วนเป็นเรื่องท่องเที่ยวเชิงศึกษาที่มีค่าต่อการมาเยี่ยมชมทั้งสิ้น ส่วนเรื่องสงขลามหากาพย์ทั้งหมดรวม 3 ตอน คือน้ำตกโตนงาช้าง เมืองเก่าสงขลาและทะเลสาบ-เกาะยอ เป็นเรื่องที่ก่อประโยชน์ต่อองค์ความรู้ เป็นเรื่องที่ก่อสุขทางใจทางอารมณ์ สมกับเป็นเมืองสงขลามหากาพย์ สมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวซึ่งเป็นทางเลือกที่แตกต่างออกไปจากที่เคยคุ้น สุดท้ายไม่มีอะไรจะกล่าวนอกจากขอบคุณทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในทริปนี้ ในเมืองดีแห่งนี้ ขอบคุณครับ

นกกาน้ำ

ครอบครัวชาวเล


หมายเหตุ
- ค่าเช่าบ้านพักคืนละ 3.000 บาท
- ค่าเรือลำละ 500 บาท นั่งได้ 4-5 คน
- สงขลามหากาพย์ยังจบไม่จริง เร็วๆ นี้มาพบของแถมเป็นเรื่องราวห้องพักสุดดีไซน์ของ Cafe De Roo ในย่านเมืองเก่าครับ

ขอขอบคุณ
- คนเกาะยอ คนสงขลา เจ้าหน้าที่ป่าไม้น้ำตกโตนงาช้าง
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่ จ.สงขลา
- เพื่อนร่วมทางทุกท่าน



เพื่อนร่วมทาง

  

   

Facebook Leave a Comment